น่าคิดนะครับ

นักวิจัยบางคน เผยแพร่ผลงานด้านวิชาการใหม่ๆทุกๆ 5 วัน ทำให้เกิดข้อสงสัยในความซื่อสัตย์

.

Nature เรียบเรียงข้อมูลจากการตรวจสอบย้อนหลังเปรียบเทียบระหว่างปี 2000 และ 2022 พบว่าประเทศที่มีอัตราเพิ่มขึ้นมากที่สุดของผลงานวิจัย คือ

-ประเทศไทย 19 เท่า

-ซาอุดีอาระเบีย 11.5 เท่า

-สเปน 11.5 เท่า

-อินเดีย 10.2 เท่า

-อิตาลี 6.9 เท่า

-รัสเซีย 6.5 เท่า

-ปากีสถาน 5.7 เท่า

-เกาหลีใต้ 5.2 เท่า

.

หากไม่รวมผลงานวิจัยด้านฟิสิกส์ สาขาที่มีผลงานวิจัยมากที่สุด คือ เวชศาสตร์คลินิก รองลงมาได้แก่ เกษตรกรรม การประมง ป่าไม้ ชีววิทยา คณิตศาสตร์และสถิติ

.

ประเทศไทยมีการเพิ่มขึ้นของผลงานวิจัยมากที่สุดในโลก คือ เพิ่มขึ้น 19 เท่า

.

รายละเอียดทั้งหมด

.

https://www.facebook.com/100063860550480/posts/pfbid0szF2VRvVsaxP3aNDmEuGcM9QoSNy72JKgPLuxaXaxdHRzJzEVuM17h1MVKsQX8Eyl/?mibextid=NOb6eG

.

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstr

#siamstrOG

#bitcoin

#siamesebitcoiners

ส่วนตัวจากที่ผมอยู่ในวงการนี้สายวิศวะนะ สายอื่นเป็นยังไงไม่รู้ นักวิจัยไทยเมื่อก่อนอู้ฟู่ครับ รัฐพิมพ์เงินอัดฉีดเข้ามามากทำให้ขอทุนทีนึงก็ซื้อเครื่องมือแพง ๆ เข้ามาได้ต่อยอดวิจัยต่อได้อีกเยอะ แถมมีเงินเหลือเก็บเข้ากระเป๋าอีกต่างหาก แต่ตอนนี้จะทำวิจัยแต่ละทีก็ลำบาก จะทำเรื่องซื้ออุปกรณ์แต่ละทีเงินมันไม่พอ เงินที่ได้มันเท่าเดิมแต่ของมันแพงขึ้น จะให้ใช้อุปกรณ์เดิมที่มีอยู่มันก็ตกรุ่นไปแล้ว มันก็เลยเกิดโซลูชันที่ง่ายกว่าแทนจะทำวิจัยเองก็จ้างคนอื่นมาทำ ให้จ้างคนไทย นศ ปโท ปเอกหนะเหรอ เมื่อก่อนนะทำได้ครับ แต่เดี๋ยวนี้จ้างไม่ไหวแล้วค่าครองชีพแพงขึ้น สุดท้ายก็จ้างต่างชาติเข้ามา เอาเงินไปจ้างพวกแขกถูกกว่ากันตั้งเยอะ แถมพวกนี้ปั๊มเปเปอร์วิจัยเก่งอีกต่าง และพวกนี้ก็มีรู้ช่องด้วยว่าวารสารไหนส่งง่ายแค่จ่ายตังก็ได้ซับมิทแล้วและแรงค์ก็ดีด้วย

มันน่าท้อใจที่แรกเริ่มเข้าวงการนี้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แต่ต้องมาเจอกับเรื่องเฟียตแบบนี้ หวังว่าซักวันคงจะหลุดออกจากจุดนี้ได้ เรื่องนี้ยังมีให้เล่าต่ออีกเยอะครับ แต่วันนี้ขอพอไว้เท่านี้ก่อน 555🤣🤣

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.