วันที่ 31/7/66
เอหิปัสสิโก come and see ฉายเป็นวันสุดท้ายที่ netflix
เอหิปัสสิโก เป็นสารคดีของคุณไก่ ณฐพล บุญประกอบ ใครเคยดูหนัง freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ อาจจะคุ้นๆหน้าพนักงานในร้าน7/11 ในเรื่องที่ชื่อไก่ เพราะนั่นก็คือคุณไก่ ผู้กำกับสารคดีเอหิปัสสิโกนั่นเอง
สารคดีเอหิปัสสิโก สื่อสารเรื่องราวของวัดพระธรรมกาย สืบเนื่องจากเหตุการณ์มี 2560 ที่เจ้าอาวาสของวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยใช้การบริจาคผ่านกิจกรรมทางศาสนาของวัด
สารคดีเริ่มต้นด้วยการสำรวจความเห็นจาก 3 มุมมองเป็นหลัก
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัด
อดีตผู้ศรัทธา
ผู้ศรัทธา
สารคดีอาจมีความเห็นเกี่ยวกับวิธีการนำเสนอมุมมองบาปบุญของวัดพระธรรมกายหรือผลลัพธ์ของการทำบุญ ผ่านผู้ที่ศึกษาศาสนาพุทธหรือพระนิกายเถรวาทที่น่าสนใจอย่าง
คุณวิจักขณ์ พานิช กล่าวว่า “วัดพระธรรมกายนำเสนอความเป็นพุทธแบบไทยโดยไม่สงวนท่าทีอย่างที่ควรจะเป็น” เช่น โฆษณาว่าทำบุญมากยิ่งรวยมาก ซึ่งนี่คือจุดเด่นของวัดที่ทำให้คนทั่วไปไม่พอใจและ ถูกตั้งแง่(preconcept) ว่าวัดมีลักษณะขายบุญ (อย่างชัดเจน)
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดที่มาให้สัมภาษณ์ในหนังสารคดีคือ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์นำเสนอมุมมองลักษณะที่วัดพระธรรมกายนั้นเป็นสถานที่ที่ช่วยเหลือผู้คน ผ่านวิถีปฏิบัติ วิชชาธรรมกายที่พระธัมมชัยโยได้เรียนรู้จากแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง มาทำให้แพร่หลายมากขึ้น ประกอบกับมีจำนวนผู้ศรัทธาและลูกศิษย์มากขึ้นจึงได้ก่อตั้งวัดพระธรรมกายในปี2522 และพยายามแก้ต่างให้วัดหลังจากถูกกล่าวหา
ส่วนมุมมองของผู้ศรัทธาที่มีต่อพระธัมมชโยและวัดธรรมกายให้ความเห็นในลักษณะที่ว่าชีวิตดีขึ้นหลักจากที่ได้เข้าใจหลักธรรมและการทำบุญ ยิ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมยิ่งเลื่อมใสศรัทธา และเงินบริจาคนั้นเกิดจากความตั้งใจของตนที่ต้องการทำบุญจริงๆ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด และจะยังคงมีจิตศรัทธาถึงแม้พระธัมชัยโยจะหายตัวไปและไม่ได้อยู่ที่วัดแล้วก็ตาม
ฝากฝั่งของอดีตผู้ศรัทธานั้นมีทั้งอดีตศิษยานุศิษย์ที่ผันตัวมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดปกติภายในวัดเนื่องจากวิธีการหาเงินเข้าวัด และการได้อยู่ใกล้ชิดพระธัมมชโย อีกคนที่น่าสนใจมากคือ ไพบูลย์ นิติตะวัน นักการเมือง และประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ
เราจะเห็นได้ชัดว่าทั้ง 3 กลุ่ม กลุ่มที่มีผลประโยชน์(Benefits) อย่างชัดเจนคือฝั่งของนักการเมืองอย่าง คุณไพบูลย์ และ พระสนิทวงศ์
ในการสัมภาษณ์ไพบูลย์ นิติตะวัน พูดอย่างชัดเจนว่าเหตุที่ฝั่งการเมืองเพ่งเล็ง เพราะความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่สถาบันหนึ่งนั้นเริ่มสั่นคลอน เพราะพระธัมมชโย ทำให้อำนาจทางการเมืองถูกตั้งคำถาม
จนสุดท้ายเกิดเหตุการใช้อำนาจพิศดาร ม.44 ของรัฐบาลรัฐประหารของประยุทธ เพื่อตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย เป็นเวลา3วัน
จากเหตุการณ์นี้ เราจะเห็นถึงสิ่งที่เรียกว่า “การสถาปนาสิทธิธรรมอำนาจทางการเมือง”หรือ “การสร้างความชอบธรรมในการปกครอง” ของรัฐบาลไปจนถึงประมุขของรัฐ
เนื้องจากตัวจริงของอำนาจที่รัฐใช้สร้างความชอบธรรมเพื่อการปกครองคือ “ความศรัทธา”ของผู้คน ความไว้ใจในบางสิ่งบางอย่าง กรณีของการเมืองไทยและวัดพระธรรมการนั้นคือ ความศรัทธาในศาสนาและตัวบุคคล
ของประเทศอเมริกาคือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรอง ซึ่งใช้พระเจ้ารับรองเสรีภาพในการหาความสุขของมนุษย์ภายใต้รัฐธรรมนูญอีกที
การสถาปนาอำนาจทางการเมืองไทย ชื่อกษัตริย์ไทย พิธีการในการเข้ารับอำนาจ อาคารที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างรัฐสภา เอกสารราชการที่มีตราครุฑล้วนใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์ที่มีที่มาจากศาสนาเช่น กษัตริย์ไทยมีชื่อมาจากพระราม “รามาธิบดี” หรือ อาคารรัฐสภาคือ “สัปปายะสภาสถาน”
ตัวอาคารมองผ่านๆอาจจะคิดว่าเป็นศาสนสถานเลยด้วยซ้ำเพราะสร้างเลียนแบบเขาไกรลาส
การตั้งคำถามถึงสิทธิธรรมอำนาจ ที่มาของอำนาจที่นำเอาวิธีคิดเรื่องศีลธรรมจริยธรรมของศาสนามาใช้ ไม่ใช่การลบหลู่หรือการทำให้ศาสนาแปดเปื้อน แต่สถาบันการเมืองที่สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่ทำให้ศาสนาแปดเปื้อนเสื่อมศรัทธาอย่างชัดเจน
ถึงอย่างไรก็ยังแนะนำให้ทุกท่านได้ดูสารคดีเรื่องนี้ ทั้งงานภาพ เสียงดนตรีประกอบไปจนถึงบทสัมภาษณ์ที่ไม่ได้กล่าวถึง ล้วนสร้างความรู้ อยากตั้งคำถาม ความน่ากลัว ความน่าสนใจ
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_1721562558910669981691291261.webp https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_6568629488489204261691291268.webp