
การตื่นทองครั้งใหม่…ที่ไม่ได้อยู่บนแผ่นดิน
เมื่อ “ความมั่งคั่ง” เคลื่อนสู่สิ่งที่มนุษย์ไม่อาจสร้างเพิ่มได้
By Robert Kiyosaki
⸻
บทนำ : ทองคำไม่ได้เปลี่ยนโลก — แต่ “การขาดแคลน” เปลี่ยน
ตลอดประวัติศาสตร์
ความมั่งคั่งไม่เคยเคลื่อนตาม “กระแส”
แต่เคลื่อนตาม จุดคอขวดของระบบ
ทุกครั้งที่ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนโครงสร้าง
ทรัพยากรที่เคยถูกมองข้าม
จะกลายเป็นหัวใจที่ทุกฝ่ายต้องแย่งชิง
และในรอบนี้
จุดคอขวดไม่ได้อยู่บนแผ่นดิน
แต่อยู่ ใต้มหาสมุทร
⸻
มหาสมุทรลึก: คลังทรัพยากรที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึง
ใต้พื้นมหาสมุทรแปซิฟิก
มีสิ่งที่เรียกว่า polymetallic nodules
ก้อนหินโลหะที่อัดแน่นด้วย
• นิกเกิล
• โคบอลต์
• ทองแดง
• แมงกานีส
โลหะเหล่านี้ ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย
แต่เป็นวัตถุดิบหลักของ
• รถยนต์ไฟฟ้า
• แบตเตอรี่พลังงาน
• โซลาร์เซลล์
• อิเล็กทรอนิกส์
• โครงสร้าง AI
• ระบบทหาร
กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
อารยธรรมสมัยใหม่เดินต่อไม่ได้หากไม่มีโลหะเหล่านี้
⸻
ปัญหาไม่ใช่ “ความต้องการ” แต่คือ “อุปทาน”
โลกไม่ได้เพิ่งต้องการโลหะ
แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ
• การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มแบบก้าวกระโดด
• การขยายตัวของ AI และ data center
• การแข่งขันด้านอาวุธและความมั่นคง
• การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ในขณะเดียวกัน
• เกรดแร่บนบกลดลง
• กฎสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น
• ห่วงโซ่อุปทานโลกแตกเป็นขั้ว
เหมืองบนบกไม่สามารถผลิตได้ทันอีกต่อไป
นี่ไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว
แต่เป็น ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง
⸻
เมื่อทุนเจอคอขวด ทุนจะไปที่นั่นเสมอ
ทุนไม่ได้ถามว่า “ควรไหม”
แต่ถามว่า “จำเป็นไหม”
เมื่อโลหะกลายเป็น input ที่ขาดไม่ได้
ทุนจึงเคลื่อนไปยังแหล่งที่
• เข้าถึงยาก
• ต้องใช้เทคโนโลยีสูง
• ต้องพึ่งอำนาจรัฐ
นี่จึง ไม่ใช่ตลาดเสรี
แต่เป็น เกมอธิปไตย
⸻
ทะเลลึกไม่ใช่ของใคร — แต่ไม่เคยเป็นของทุกคนจริง ๆ
ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ
พื้นทะเลนอกเขตประเทศ
“เป็นสมบัติของมนุษยชาติ”
แต่ในโลกแห่งความจริง
ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เคยถูกแบ่งอย่างเท่าเทียม
การทำเหมืองใต้ทะเลต้อง
• ร่วมมือกับรัฐ
• ได้ใบอนุญาตนานาชาติ
• รับแรงกดดันทางการเมือง
• ต่อรองอำนาจมหาอำนาจ
นี่คือรูปแบบเดียวกับ
• น้ำมัน
• แร่หายาก
• เส้นทางพลังงาน
เมื่อสิ่งใด “จำเป็น”
การควบคุมจะมาแทนความร่วมมือ
⸻
สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น: เงินไม่ได้วิ่งตามเรื่องเล่า
คนส่วนใหญ่มองการลงทุนผ่าน
• เทรนด์
• เรื่องเล่า
• ข่าว
แต่เงินก้อนใหญ่
มองผ่าน โครงสร้าง
เงินไม่วิ่งเข้าหาสิ่งที่คนอยากได้
แต่ไหลไปยังสิ่งที่ ระบบขาดไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่
• ทองคำไม่เคยล้าสมัย
• เงินไม่ใช่แค่เงิน แต่คือโลหะอุตสาหกรรม
• โลหะไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้
• ความขาดแคลนไม่สามารถโหวตให้หายไปได้
ฟิสิกส์ไม่ฟังเสียงประชาชน
และทรัพยากรไม่สนใจนโยบาย
⸻
รูปแบบเดิมที่เกิดซ้ำทุกครั้งในประวัติศาสตร์
ทุกการเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่ง
เดินตามลำดับเดียวกันเสมอ
1. ทรัพยากรถูกมองข้าม
2. ความต้องการกลายเป็นโครงสร้าง
3. อุปทานเริ่มล้มเหลว
4. รัฐเข้ามาแทรกแซง
5. ทุนกระจุกตัว
6. ราคาปรับตัวรุนแรง
คนทั่วไปจะเข้ามาในขั้นที่ 6
ผู้ที่เข้าใจโครงสร้าง จะวางตำแหน่งตั้งแต่ขั้นที่ 2
⸻
บทสรุป : เรื่องนี้ไม่ใช่เหมืองใต้ทะเล แต่คือ “ความขาดแคลน”
Deep-sea mining ไม่ใช่พระเอกของเรื่อง
แต่เป็น อาการของโรคเดียวกัน
โรคที่ชื่อว่า
“โลกกำลังใช้ทรัพยากรมากกว่าที่ผลิตได้”
เมื่อระบบเดินมาถึงจุดนี้
ความมั่งคั่งจะไม่ไหลตามเสียงดัง
แต่ไหลตาม สิ่งที่ไม่มีใครแทนได้
และนั่นคือเหตุผลที่
การเคลื่อนย้ายของทุนครั้งนี้
เงียบ ลึก และไม่เปิดให้คนส่วนใหญ่เข้าไปดู
⸻
ความขาดแคลนไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่คือผลสะสมของระบบเงิน หนี้ และความโลภเชิงโครงสร้าง
⸻
1. จากทรัพยากร → เงิน → หนี้ : เส้นทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่
• ทรัพยากร “แทนกันไม่ได้”
• พลังงานและโลหะเป็นหัวใจของระบบ
สิ่งที่ตามมาโดยอัตโนมัติคือ
เงินจะเริ่มเสียหน้าที่
เงินกระดาษ (fiat)
ถูกออกแบบมาให้ “ยืดหยุ่น”
แต่ทรัพยากรจริง ไม่ยืดหยุ่นตาม
รัฐสามารถพิมพ์เงินเพิ่มได้
แต่ไม่สามารถพิมพ์
• ทองแดง
• โคบอลต์
• นิกเกิล
• พลังงาน
ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่เงินเฟ้อ
แต่คือ เงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง (structural inflation)
ที่ไม่หายไปแม้ขึ้นดอกเบี้ย
⸻
2. ทำไม “ของจำเป็น” จึงกลายเป็นอาวุธทางอำนาจ
เมื่อทรัพยากรกลายเป็น input ที่ขาดไม่ได้
มันจะเปลี่ยนสถานะจาก “สินค้า” เป็น “อำนาจต่อรอง”
จุดนี้เองที่โลกเลิกเป็นตลาด
และกลายเป็นสนามอธิปไตย
รัฐไม่ต้องยึดประเทศ
แค่ยึด
• แหล่งแร่
• เส้นทางพลังงาน
• เทคโนโลยีสกัด
ก็สามารถกำหนดอนาคตของประเทศอื่นได้
นี่คือเหตุผลที่
การแข่งขันทรัพยากรในศตวรรษนี้
รุนแรงกว่าเรื่องอาณาเขตในศตวรรษก่อน
⸻
3. ความมั่งคั่งยุคใหม่ = การอยู่ “ต้นน้ำ”
ในอดีต
ความมั่งคั่งอาจเกิดจาก
• การค้า
• การผลิต
• การเงิน
แต่ในยุคขาดแคลน
ความมั่งคั่งจะไหลกลับไปหา ต้นน้ำ
ใครคุม
• วัตถุดิบ
• พลังงาน
• โครงสร้างพื้นฐาน
คนนั้นคุมเกม
ปลายน้ำอาจกำไร
แต่ต้นน้ำ “กำหนดกติกา”
⸻
4. สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเรื่อง “เทคโนโลยี”
เทคโนโลยี ไม่ลดการใช้ทรัพยากร
แต่ย้ายรูปแบบการใช้
AI ไม่ได้กินไฟน้อยลง
แต่กินไฟ “ต่อหน่วยปัญญา” มากขึ้น
รถไฟฟ้าไม่ได้ลดการขุด
แต่ย้ายจากน้ำมัน → โลหะ
พลังงานสะอาด
ไม่ได้สะอาดทางวัตถุดิบ
แค่สะอาดที่ปลายทาง
นี่คือความย้อนแย้งที่ระบบต้องเผชิญ
⸻
5. เมื่อมองในเชิงพุทธ: นี่คือ “กรรมหมู่”
ถ้ามองด้วยสายตาพุทธ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
นี่คือ กรรมหมู่ของอารยธรรม
• โลภะ → บริโภคเกิน
• โมหะ → เชื่อว่าทรัพยากรไม่มีวันหมด
• อวิชชา → เชื่อว่าเทคโนโลยีจะแก้ทุกอย่าง
เมื่อเหตุสะสม
ผลย่อมปรากฏเป็น
ความขาดแคลน
ความขัดแย้ง
ความเหลื่อมล้ำ
ระบบไม่ได้พังเพราะความชั่วของคนบางกลุ่ม
แต่เพราะ เจตนาร่วมที่ผิดทิศทางมานาน
⸻
6. คนทั่วไปเจอผลตอนปลาย
คนเข้าใจโครงสร้าง เห็นตั้งแต่ต้น
นี่คือความจริงที่เจ็บปวด
• คนส่วนใหญ่เริ่มสนใจ เมื่อราคา “ระเบิด”
• ระบบการศึกษา สื่อ และการเมือง
พูดถึงเรื่องนี้ ช้าเสมอ
ไม่ใช่เพราะไม่รู้
แต่เพราะ พูดเร็วไปไม่ได้
เพราะโครงสร้างนี้
ไม่สามารถอธิบายให้คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ง่าย ๆ
⸻
7. แล้วปัจเจกควร “รู้” อะไรจากเรื่องนี้
นี่ไม่ใช่บทความชวนลงทุน
แต่คือบทความชวน “มองโลกให้ตรง”
สิ่งที่ควรรู้คือ
1. ความมั่งคั่งจะไหลไปหาของจำเป็น ไม่ใช่ของนิยม
2. เงินกระดาษอ่อนแอกว่าโลกกายภาพ
3. ความขาดแคลนจริง จะชนะนโยบายเสมอ
4. ระบบจะปกป้องตัวเองก่อนประชาชน
5. ผู้ไม่เข้าใจโครงสร้าง จะรับผลโดยไม่มีคำอธิบาย
⸻
บทสรุปสุดท้าย
การตื่นทองครั้งใหม่
ไม่ใช่เรื่องทอง
ไม่ใช่เรื่องเหมือง
ไม่ใช่เรื่องทะเลลึก
แต่คือสัญญาณว่า
อารยธรรมมนุษย์
เดินมาถึงขีดจำกัดของการบริโภค
และกำลังเรียนรู้ “ราคาที่แท้จริง” ของความโลภ
ใครเห็นเป็นโอกาส
ใครเห็นเป็นวิกฤต
ขึ้นกับว่า
คุณยืนอยู่ตรงไหนของโครงสร้าง
แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ
โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคเงิน
กลับสู่ยุควัตถุจริงอีกครั้ง
#Siamstr #nostr #robertkiyosaki