💸ว่าด้วยเรื่อง”เงินเฟ้อ” เมื่อแบงค์มองพวกเราเป็นวัวนมของพวกเค้า
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น บทความนี้จะช่วยให้ข้อมูลไว้วิเคราะห์กันครับ
🎁บทความ จาก Jeff Thomas💥
เมื่อก่อน คำจำกัดความของคำว่า เงินเฟ้อ คือ "ปริมาณเงินหมุนเวียนที่เพิ่มมากขึ้น" แน่นอนที่ว่า ปริมาณที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ต้นทุนราคาสินค้าสูงขึ้น เพราะซัพพลายเงินมีมากกว่าซัพพลายสินค้าที่ยังคงปริมาณเดิม จึงไม่น่าแปลกถ้าปริมาณเงินจะทำให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในตลาด
ในหลายสิบปีที่ผ่านมา ในดิคชั่นนารี่มีการเปลี่ยนนิยามของเงินเฟ้อว่า "ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น" นี่เป็นการทำให้เรื่องที่สับสนอยู่แล้วนี้ สร้างความงุนงง ยากที่จะเข้าใจมากขึ้นไปอีก แล้วทำให้คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่มีความเข้าใจเรื่องนี้น้อย ไม่รู้ว่า ต่อให้มีการขึ้นค่าแรงก็ไม่มีทางเอาชนะราคาสินค้าได้ มีแต่จะเลวร้ายลง
คนทั่วไปที่เผชิญกับปัญหาราคาสินค้าสูง คิดกันว่าเป็นเพราะพวกนักธุรกิจต้องการกำไรมากขึ้น
แต่ไม่ใช่เลย ...นักธุรกิจเพิ่มราคาสินค้าจากเหตุผลเดียว คือเงินเฟ้อ ตามนิยามเดิม หรือถ้าไม่เพิ่มราคา ตัวเองก็เจ๊งแน่นอน
ผลของเงินเฟ้อ ไม่มีใครได้ดีหรอก
ที่เลวร้ายคือ ผู้บริโภคนี่แหละเป็นเหยื่อรายสุดท้ายที่ผลักภาระต่อไม่ได้ โดยเฉพาะการสร้างภาระหนี้เงินผ่อนเป็นการซื้อโดยมีเงื่อนไขเวลา ที่คิดว่าจะเอาชนะมันได้ แต่ในที่สุด ก็มักจะแพงกว่าการจ่ายเงินสดและเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะต้องพบกับเรื่องฉุกเฉินไม่อะไรก็อะไรซักอย่าง ที่ทำให้ต้องใช้เงินสะสมซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว หรือมีเรื่องต้องต่อรองใหม่กับแบงค์ซึ่งแน่นอนว่า คุณต้องจ่ายเพิ่มและนั่นจะทำให้สถานการณ์ในกระเป๋าตัง คุณยิ่งแย่ไปอีก
ธนาคารรู้เรื่องพวกนี้มานานแล้ว คนทั่วไปพอทนกับเรื่องภาษีได้ แต่เรื่องภาษีที่ซ่อนมาในรูปเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นแบบต่อเนื่อง พวกเขากลับยินดีกับมัน เพราะภาพลวงตานี้ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นที่จะเป็นหนี้ โดยคิดว่าสามารถจะเอาชนะเงินเฟ้อได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กว่าจะรู้ตัว พวกเขาก็ไม่ไหวไปแล้ว
จุดประสงค์ของเงินเฟ้อที่พวกแบงค์สร้างขึ้นมา ก็เพื่อมาขูดรีด wealth จากประชาชนนี่เอง
การเพิ่มปริมาณเงิน money supply เป็นระยะ ๆ พวกธนาคารพยายามทำให้สถานการณ์ดูว่าเป็นประโยชน์ต่อคอนเซปท์การเป็นหนี้ และนั่นทำให้ทุกคนในสังคมนอกจากเป็นหนี้กันแล้ว ยังมีความเชื่อว่า”จะมีชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเป็นหนี้” และนั่นคือประโยชน์ที่เงินเฟ้อจะทำให้ได้ แต่สำหรับผู้อยู่ในวัยเกษียณ มันจะมีผลที่เกิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่เลย
เมื่อถึงเวลาเกษียณ เกือบทุกคนที่เป็นลูกหนี้ในระบบไม่อาจหาทางออกได้ เงินเฟ้อจะเข้ามากลืนกินเอาทุกอย่างที่พวกเขาสามารถหามาได้ก่อนเกษียณ เกือบทุกคนมีบ้านหรูราคาแพง รถหรู ฯลฯ ดูดีมีอนาคต รู้ตัวอีกที ก็มีหนี้ในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนซะแล้ว
ถ้าจะระวังตัวซะหน่อย ก็จะเหลือเงินออมหรือเงินลงทุน ซึ่งจะช่วยให้เขาผ่านปัญหาไปได้ และเมื่อเกษียณจะเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อไปเร็วกว่าที่คิด เงินสะสมที่มีในธนาคารไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้ได้อีกแล้ว หรือให้ได้ก็แพ้เงินเฟ้ออยู่ดี
เงินเฟ้อยังคงสูงเดินหน้าต่อไป ต้นทุนการใช้ชีวิตของผู้เกษียณสูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่เงินออมลดมูลค่าลงเรื่อย ๆ
เงินเฟ้อเป็นคอนเซปท์ที่สร้างโดยพวกธนาคารให้เป็นภาษีที่มองไม่เห็น เพื่อขูดรีดเราโดยเฉพาะ
คนทั่วไปมักจะคิดว่า ไม่ว่าเราจะหาเงินมาได้สักเท่าไหร่ ทำไมมันไม่เคย พอให้ใช้ตอนเกษียณซะทีนะ
ประชาชนทั่วไปอย่างเรา ๆ ถูกพวกในระบบแบงค์มองเป็นวัวนมที่ทำงานมาให้รีดนมตลอดชีวิต พวกแบงค์จัดการปรับตัวเลขเงินเฟ้ออย่างมีชั้นเชิง มาตลอดชั่วชีวิตของพวกเรา เพื่อดูดเอามูลค่าจากแรงงานของพวกเราให้มากที่สุดที่จะเป็นได้ แต่ต้องอย่าเพิ่งทำให้รีบตายซะก่อนนะ จะได้รีดไปได้นาน ๆ
💥แล้วมีทางออกไหมนะ?
พยายามอย่าสร้างหนี้เกินตัวไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ๆ ไม่ว่าใครจะมาอวดรถหรู หรือบ้านหลังใหม่ ต้องอดทนไม่สร้างหนี้หนัก คุณก็จะผ่านมันไปได้
ทำความเข้าใจเรื่องของเงินเฟ้อให้ดี ทำตามสิ่งที่คุณเข้าใจ แล้วคุณจะไม่เป็นวัวนมสร้างผลประโยชน์ให้กับใครครับ
#bitcoin
#siamstr 