🐔 ไก่ตัวใหญ่ขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับ 60 ปีที่แล้ว

.

🍗 ยุคก่อนปี 1945 ไก่ยังถือเป็นอาหารราคาแพง กว่าจะได้กินแต่ละทีต้องเป็นวันพิเศษ

ตอนนั้นไก่ 1 ตัว มีราคาเฉลี่ยตัวละ 3 ดอลลาร์ หรือถ้าเทียบกับค่าเงินในปัจจุบันก็ตกประมาณตัวละ 30 ดอลลาร์ หรือราว 1,100 บาท

ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงและบริโภคไก่ได้บ่อยนัก

.

🔥 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดความต้องการโปรตีนเร่งด่วนที่ราคาไม่สูงมากขึ้น ผลักดันให้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสัตว์ปีกมีช่วงเวลาการเติบโตที่สั้นกว่า หมูและวัวมาก

.

🏢 A&P ผู้ค้าปลีกสัตว์ปีกรายใหญ่ในยุคนั้น มองเห็นถึงความต้องการอย่างมหาศาลนี้ และมีความต้องการเปลี่ยน "ไก่" จากอาหารหรู ให้กลายเป็นอาหารราคาถูก ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

พวกเขาจึงร่วมมือกับกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ จัดการแข่งขัน

"Chicken of Tomorrow" ขึ้นในปี 1945 เพื่อเฟ้นหาสายพันธุ์ไก่ที่

“โตไว ตัวใหญ่ เนื้อเยอะ”

.

✨ และแล้ว ความสำเร็จก็มาถึง

จากไก่ที่เคยใช้เวลาเลี้ยงนานเป็นเดือน กลายเป็นไก่ที่โตเต็มวัยภายใน 6 สัปดาห์ น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ราคาถูกลง จนกลายเป็นอาหารที่ทุกคนเอื้อมถึงได้

.

🚨 แต่มีอะไรบางอย่างที่เรามองข้ามไป

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เปลี่ยนแปลงวิธีการเลี้ยง จากที่เคยให้ไก่กินอาหารตามธรรมชาติ เช่น หญ้า แมลง ถูกแทนที่ด้วย "ข้าวโพด" และ "ถั่วเหลือง" เพื่อเร่งให้ไก่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ผลที่ตามมาคือ ไก่มีไขมันมากขึ้น และไขมันที่สะสมก็เปลี่ยนไป

อัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6 ต่อโอเมก้า 3 ในไก่ยุคใหม่สูงถึง 20:1

ซึ่งสูงกว่าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระถึง 3 เท่า!

ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว

.

💊 อาหารเพื่อแก้ปัญหาความอดยากในวันนั้น กลายเป็น "โรคภัยของวันนี้" โดยไม่รู้ตัว โรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็ง ล้วนเชื่อมโยงกับ "อาหาร" ที่เรากินเข้าไปทั้งสิ้น

.

😷 วิวัฒนาการด้านอาหารเราพัฒนาขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่มันพัฒนาขึ้นมาเพื่อซ้อนปัญหาของเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้เรารับรู้ถึงความรุนแรง

"ราคาที่แท้จริงของเงินเฟ้อ ที่เราต้องจ่ายด้วยสุขภาพของเราเอง"

.

#Siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #อาหาร #สุขภาพ #เงินเฟ้อ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เที่ยงนี้ใครกินกะเพราไก่อยู่ขอโทษด้วยนะ

โชคดีที่วันนี้ผมกินต้มเล้งครับ