Bitcoin นั้นเปลืองไฟ มันทำให้ทะเลเดือด
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะพวก
เหตุผลที่คนกลัวการเปลืองพลังงานนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่
1. มีการคาดการว่าพลังงานในโลกนี้ที่เราใช้ประโยชน์ได้มีปริมาณคงที่เหมือนกับขนมพายก้อนหนึ่ง (fixed supply)
2. มีการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่ทำให้โลกร้อน เช่น ถ่านหิน หรือ น้ำมัน
ซึ่งสิ่งที่เปลืองพลังงานส่วนใหญ่ในโลกจะเข้าข่ายสองข้อนี้ จึงเหมาเอาว่ามันไม่ดีต่อโลก
แต่การขุดบิทคอยน์ถือเป็นสิ่งที่กินพลังงานแบบแปลกประหลาดไม่เหมือนการใช้พลังงานแบบอื่น
เพราะมันสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตพลังงานสะอาด หมุนเวียนที่มากขึ้น ทำให้สมมติฐานทั้งสองข้อเป็นเท็จไป
บิทคอยน์สร้างแรงจูงใจในการใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างไร?
พลังงานหมุนเวียนคือ พลังงานที่มีใช้ได้เรื่อยๆไม่มีวันหมด เช่น ลม น้ำ แสงอาทิตย์ ฯลฯ
สาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์ไม่ยอมใช้พลังงานพวกนี้ คือราคาอุปกรณ์ และความผันผวนของพลังงาน ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มที่
เนื่องจากแสงอาทิตย์มีแค่ตอนกลางวัน ส่วนลมก็ไม่ได้มีทั้งวัน ดังนั้นการผลิตพลังงานจึงค่อนข้างผันผวน
สมมติ เมืองๆนึงต้องการใช้พลังงานเฉลี่ยวันละราวๆ 80 - 120 หน่วย แล้วเรามีการผลิตพลังงานจากแผงโซลาร์ได้เฉลี่ยวันละ 60 - 120 หน่วย
หมายความว่าบางวันพลังงานจะไม่พอใช้ หากวันนั้นเมืองต้องการพลังงาน 120 หน่วย แต่ผลิตพลังงานได้แค่ 60 หน่วย เมืองก็จะขาดพลังงานใช้ไปถึงครึ่งนึง
การที่จะการันตีว่าจะมีพลังงานใช้พอทุกวันคือคุณต้องลงทุนซื้อแผงโซลาร์และใช้พื้นที่เพิ่มอีกเท่าตัว ทำให้ผลิตพลังงานได้เฉลี่ยเป็น 120 - 240 หน่วย
แต่ปัญหาที่เกิดคือพลังงานคุณจะเหลือเยอะมากในวันที่พีคๆ 240 หน่วย ซึ่งมันจะไม่ได้ใช้ทำอะไร แต่ทิ้งขว้างไปเฉยๆ
ถ้าจะใช้แบตเตอรี่เก็บพลังงานไว้เยอะๆก็มีราคาแพง หากมีแบตมากเกินไปก็จะใช้เก็บพลังงานได้ไม่เต็มไม่คุ้ม และถ้ามีน้อยเกินไปแบตก็จะเต็ม เข้าสู่ปัญหาเดิมคือมีพลังงานเหลือทิ้ง
ปัญหาความผันผวนนี้ทำให้ไม่มีใครอยากที่จะลงทุนซื้อแผงโซลาร์มาเยอะๆ ไม่มีใครอยากสร้างพลังงานเหลือทิ้ง
แต่ Bitcoin บอกว่า "หากพลังงานคุณเหลือ ก็เอามาขายให้เราสิ เดี๋ยวเราซื้อไว้เอง" ซึ่งนี่ถือเป็นทางออกที่เหมือนส่งมาจากพระเจ้ายังไงอย่างงั้น
ถ้าเราผลิตพลังงานเกินและไม่มีใครต้องการ แต่ก็ยังคงมี Bitcoin ที่ต้องการเป็นคำตอบสุดท้ายอยู่เสมอ
หมายความว่าเราจะลงทุนในพลังงานหมุนเวียนได้อย่างไม่ต้องกลัวขาดทุนมาก ทำให้มีเงินเหลือไปสร้างแหล่งพลังงานเพิ่ม
สิ่งนี้แหละเป็นตัวผลักดันให้คนแข่งขันกันวิจัยและลงทุนผลิตพลังงานให้ได้มากขึ้น
เมื่อมีคนใดคนนึงรู้วิธีผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ คนอื่นๆก็จะได้รู้ด้วย
นี่ยังไม่นับแหล่งพลังงานใหญ่ก็คือการฟิวชั่นน้ำในมหาสมุทร ที่ต้องการเงินทุนวิจัยมากมาย
แต่ไม่มีใครพร้อมที่จะให้ เพราะไม่มีแรงจูงใจว่าจะขุดหาพลังงานเหล่านั้นไปทำอะไรหากไม่มีคนซื้อ
แต่หากทำได้เราจะมีพลังงานไม่จำกัดใช้อย่างสะอาด ทำให้ราคาค่าไฟถูกลงมหาศาล
และ Bitcoin คือตัวเร่งให้มนุษย์สามรถเพิ่มระดับ Kardashev scale ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
#siamstr