PayJoin: การรวมธุรกรรมแบบรักษาความเป็นส่วนตัวใน Bitcoin

PayJoin เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ธุรกรรม Bitcoin มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและลดการใช้พื้นที่บล็อกเชน โดยให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถรวมอินพุตของตนเข้าด้วยกัน ทำให้ยากต่อการติดตามธุรกรรมโดยใช้การวิเคราะห์บล็อกเชนแบบดั้งเดิม

1. หลักการทำงานของ PayJoin

1.1 UTXO Model และการทำธุรกรรม Bitcoin

Bitcoin ใช้ UTXO (Unspent Transaction Output) เป็นโมเดลในการจัดการเหรียญ โดยแต่ละธุรกรรมจะต้องใช้ UTXO ที่มีอยู่มาเป็นอินพุตและส่งออกเป็นเอาท์พุตใหม่ เช่น

ตัวอย่างธุรกรรมปกติ:

• อินพุต: 5 BTC จากอลิซ

• เอาท์พุต: 1 BTC ให้บ๊อบ + 4 BTC ทอนกลับไปยังอลิซ

ในกรณีนี้ นักวิเคราะห์บล็อกเชนสามารถเดาได้ว่า อลิซเป็นผู้ส่ง และ บ๊อบเป็นผู้รับ เพราะมีเอาท์พุตที่ชัดเจน (1 BTC) และเอาท์พุตทอน (4 BTC)

1.2 วิธีการรวมธุรกรรมของ PayJoin

PayJoin ช่วยให้บ๊อบ (ผู้รับ) ร่วมสร้างธุรกรรมกับอลิซโดยเพิ่มอินพุตของตัวเองเข้ามาด้วย ทำให้โครงสร้างธุรกรรมเปลี่ยนไปเป็น

• อินพุต: 5 BTC จากอลิซ + 5 BTC จากบ๊อบ

• เอาท์พุต: 6 BTC ไปยังบ๊อบ + 4 BTC ไปยังอลิซ

เมื่อดูจากธุรกรรมนี้ จะไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ส่งหรือผู้รับ เพราะอินพุตและเอาท์พุตไม่ได้สะท้อนถึงจำนวนเงินที่ส่งจริง

2. ประโยชน์ของ PayJoin

2.1 เพิ่มความเป็นส่วนตัว

โดยปกติ นักวิเคราะห์บล็อกเชนใช้เทคนิค heuristics ในการระบุความสัมพันธ์ของธุรกรรม เช่น การเดาว่าอินพุตทั้งหมดมาจากผู้ส่งคนเดียว หรือเอาท์พุตที่มีค่าน้อยกว่ามักเป็นทอนกลับไปยังผู้ส่ง แต่เมื่อใช้ PayJoin

• อินพุตมาจากทั้งสองฝ่าย ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ส่ง

• เอาท์พุตไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครเป็นผู้รับและใครเป็นผู้ส่ง

• รูปแบบธุรกรรมดูเหมือนเป็นเพียงการรวมเหรียญทั่วไป (Coin Consolidation)

ส่งผลให้การติดตามธุรกรรมทำได้ยากขึ้น

2.2 ลดค่าธรรมเนียมและประหยัดพื้นที่บล็อก

ธุรกรรม Bitcoin มีค่าธรรมเนียมที่ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกรรม (วัดเป็นไบต์) มากกว่าจำนวน BTC ที่ส่ง PayJoin สามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมได้เพราะ

• รวมธุรกรรมของหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน ลดจำนวนธุรกรรมโดยรวมที่ต้องดำเนินการ

• ลดการใช้พื้นที่ในบล็อกเชน ทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลง

ถ้าอลิซและบ๊อบทำธุรกรรมแยกกัน จะต้องมีสองรายการ แต่ PayJoin รวมธุรกรรมเป็นรายการเดียว ช่วยลดภาระเครือข่าย

2.3 ป้องกันการติดตามธุรกรรม

การใช้ PayJoin ทำให้ธุรกรรมของ Bitcoin มีลักษณะคล้ายธุรกรรมปกติ ทำให้เครื่องมือวิเคราะห์บล็อกเชน เช่น Chainalysis ไม่สามารถระบุความสัมพันธ์ของธุรกรรมได้ง่าย

2.4 ปรับปรุง UX และใช้งานได้ง่ายขึ้นผ่าน BIP-77

เดิมทีการใช้ PayJoin ต้องอาศัยการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว ทำให้ซับซ้อน แต่ BIP-77 ได้ปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นโดย

• ใช้ Directory Server เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการ

• รองรับ Asynchronous Transactions ทำให้สามารถสร้างธุรกรรมได้แม้ผู้รับจะไม่ออนไลน์

• สนับสนุน Proxy Server ที่ช่วยปกปิด IP Address ของผู้ใช้

3. ข้อเสนอพัฒนามาตรฐานของ PayJoin

PayJoin มีข้อเสนอหลายฉบับใน Bitcoin Improvement Proposals (BIPs) โดยเริ่มจาก BIP-79 ซึ่งเป็นเวอร์ชันแรก ต่อมามี BIP-78 ที่ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น และล่าสุดคือ BIP-77 ที่รองรับ third-party server เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

BIP-77 มีแนวคิดในการใช้ กล่องจดหมายธุรกรรม (Inbox)

1. บ๊อบเปิดกล่องจดหมายบน Directory Server

2. อลิซส่งธุรกรรมไปยังกล่องของบ๊อบ

3. บ๊อบเพิ่มอินพุตของตัวเองและส่งกลับให้อลิซ

4. อลิซยืนยันและเผยแพร่ธุรกรรมไปยังเครือข่าย

ข้อดีของแนวทางนี้คือ

• บ๊อบไม่จำเป็นต้องออนไลน์พร้อมกันกับอลิซ

• ธุรกรรมสามารถส่งผ่าน Proxy Server เพื่อความเป็นส่วนตัว

• ใช้งานง่ายขึ้นโดยไม่ต้องตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว

4. สถานะปัจจุบันของ PayJoin

แม้ว่าปัจจุบัน PayJoin จะยังมีการใช้งานน้อยเมื่อเทียบกับธุรกรรม Bitcoin ทั่วไป แต่มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ทีมพัฒนากำลังสร้างเครื่องมือให้รองรับมากขึ้น และ BIP-77 กำลังอยู่ในขั้นตอนการสรุป ซึ่งอาจทำให้ PayJoin ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต

5. บทสรุป

PayJoin เป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของธุรกรรม Bitcoin โดย

• ทำลาย heuristics ที่ใช้ในการติดตามธุรกรรม

• ลดค่าธรรมเนียมและช่วยประหยัดพื้นที่ในบล็อกเชน

• ป้องกันการสอดส่องธุรกรรมจากหน่วยงานวิเคราะห์

• มีแนวโน้มที่จะใช้งานง่ายขึ้นด้วย BIP-77

หาก PayJoin ถูกนำไปใช้ในวงกว้าง จะช่วยทำให้ Bitcoin เป็นระบบการเงินที่ให้ความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยยิ่งขึ้น

Cr. https://satsie.dev/zines/

#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC

Reply to this note

Please Login to reply.