‼️ หากมีโลกคู่ขนานตามแนวคิด โลกคู่ขนานทาง

ควอนตัม “จิต” หรือ “ความรู้สึกตัว” ในโลกคู่ขนานควรเป็นอย่างไร ❓

โลกคู่ขนานตาม Many-Worlds Interpretation (MWI) กับคำถามเรื่อง “จิต” 🧘

แนวคิด MWI บอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สามารถมีผลลัพธ์ได้หลายแบบ เช่น การเลือก หรือการวัดในฟิสิกส์ควอนตัม โลกจะ “แยกออก” เป็นหลายโลก (parallel worlds) โดยแต่ละโลกจะสะท้อนผลลัพธ์ที่แตกต่างกันของเหตุการณ์นั้น 🌎

คำถามเรื่อง “จิต” (ความรู้สึกตัว) ว่าโลกคู่ขนานจะเป็นอย่างไร สามารถอธิบายได้หลายแง่มุมดังนี้:

1. โลกคู่ขนานมี “จิต” แบบเดียวกันกับเรา 🙋‍♂️

ในโลกคู่ขนานที่แยกออกไป จิต หรือความรู้สึกตัวของคุณยังคงมีอยู่เหมือนกับในโลกนี้ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ประสบการณ์ และ การเลือก

ตัวอย่าง:

สมมติคุณกำลังเลือกว่าจะกินอาหารเช้าระหว่างข้าวไข่เจียวกับแซนด์วิช 🥪

• ในโลกนี้ คุณเลือกกินข้าวไข่เจียว 🍳 และชีวิตดำเนินไปพร้อมกับความพอใจในมื้อนั้น

• ในโลกคู่ขนาน คุณเลือกแซนด์วิชแทน และได้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป เช่น อาจคิดว่าแซนด์วิชไม่อร่อย

ในทั้งสองโลก คุณยังคงมีความรู้สึกตัวเหมือนกัน แต่ความทรงจำและเหตุการณ์ในชีวิตจะเริ่มแตกต่างกันไป

การใช้ชีวิตในโลกคู่ขนาน:

ในโลกคู่ขนาน คุณยังคงใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ เพียงแต่ตัดสินใจและพบเจอผลลัพธ์ที่ต่างจากโลกนี้

2. โลกคู่ขนานไม่มี “จิต” หรือความรู้สึกตัว

ถ้าโลกคู่ขนานไม่มีจิตหรือความรู้สึกตัว ชีวิตในโลกนั้นจะเหมือนเป็นโปรแกรมที่ทำงานโดยอัตโนมัติ ไม่มีการรู้สึกหรือคิดถึงตัวเอง (เหมือนกับ AI ❓)

ตัวอย่าง:

สมมติคุณในโลกนี้รู้สึกว่า “อยากดื่มกาแฟเพราะง่วง” 😴☕️

• ในโลกคู่ขนานที่ไม่มีจิต คุณอาจดื่มกาแฟเหมือนกัน แต่เป็นเพียงปฏิกิริยาชีวภาพ เช่น สมองสั่งให้คุณหยิบกาแฟโดยไม่มีการรับรู้ถึงความง่วง

การใช้ชีวิตในโลกคู่ขนานนี้:

การใช้ชีวิตในโลกที่ไม่มีจิตเหมือนการทำงานของหุ่นยนต์ เช่น คุณอาจทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่มีความรู้สึกถึงความสุข ทุกข์ หรือเป้าหมาย

3. โลกคู่ขนานแชร์ “จิต” ร่วมกัน (จิตรวม) 🤝

ถ้าจิตในทุกโลกคู่ขนานเป็นส่วนหนึ่งของ จิตรวม (Universal Consciousness)

• คุณในแต่ละโลกอาจมีจิตสำนึกส่วนตัวที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด

• ทุกความรู้สึกหรือประสบการณ์ในโลกคู่ขนานจะส่งผลต่อจิตรวม

ตัวอย่าง:

สมมติว่าคุณในโลกนี้กำลังเรียนหมอ 💉แต่คุณในโลกคู่ขนานเลือกเรียนศิลปะ 🎨

• จิตในทั้งสองโลกอาจแบ่งปันประสบการณ์กันในระดับที่ลึก เช่น คุณในโลกนี้อาจฝันถึงการเป็นศิลปิน เพราะจิตของคุณในโลกคู่ขนานกำลังดำเนินชีวิตนั้นอยู่

การใช้ชีวิตในโลกนี้และโลกคู่ขนาน:

ถ้าจิตเชื่อมโยงกัน คุณในแต่ละโลกอาจส่งผลกระทบถึงกัน เช่น การเรียนรู้บางอย่างในโลกหนึ่งอาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจในอีกโลก

ตัวอย่างเหตุการณ์แยกโลก และผลต่อจิต

สมมติคุณกำลังเดินทางไปสนามบิน และต้องตัดสินใจว่าจะ:

1. เลือกนั่งรถไฟฟ้า 🚄

2. เลือกเรียกรถแท็กซี่ 🚕

• โลกที่คุณเลือกนั่งรถไฟฟ้า: คุณถึงสนามบินตรงเวลาและพบเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน จิตของคุณรับรู้ความดีใจและคิดถึงเรื่องอดีต

• โลกที่คุณเลือกแท็กซี่: รถติดทำให้คุณพลาดเที่ยวบินและรู้สึกเครียด

ในทั้งสองโลก จิตของคุณจะปรับตัวเข้ากับประสบการณ์นั้น ๆ แต่จะพัฒนาไปคนละทิศทาง

ความสำคัญของจิตในมุมมองปรัชญา

• จิตมีอยู่ในทุกโลก: โลกคู่ขนานเป็นแค่การแยกเส้นทางของความเป็นไปได้ แต่จิตยังคงดำเนินชีวิตและรับรู้ในแต่ละเส้นทาง

• จิตไม่มีในบางโลก: หากไม่มีจิต โลกนั้นอาจไม่มีความหมายในแง่ของประสบการณ์ แต่ยังคง “ดำเนินไป” ตามกฎธรรมชาติ

• จิตรวม: ทุกโลกเชื่อมโยงกันผ่านจิตเดียวกัน ซึ่งทำให้ประสบการณ์ของคุณในโลกนี้มีผลกระทบต่อทุกโลก

สรุปแบบเข้าใจง่าย

• โลกคู่ขนานมีจิต: คุณยังคงเป็น “คุณ” แต่มีประสบการณ์ที่แตกต่าง

• โลกคู่ขนานไม่มีจิต: ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ ทำงานตามระบบ

• จิตรวม: ทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน ทำให้ทุกโลกมีความสัมพันธ์ต่อกัน

คำถามสุดท้ายคือ “เรายังถือว่าอีกโลกคือเราหรือไม่?” นี่อาจขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนตัวของคุณเกี่ยวกับตัวตนและจิตวิญญาณ ❓‼️

#Siamstr #physics #philosopher #quantum #science #philosophy #paralleluniverse #nostr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.