การที่จะโต้แย้งคนอื่นว่าเขาคิดไปเองรึป่าว หรือ Assumption คนรวยช่วยคนจนเนี่ยมีจริงรึป่าว หรือสังคมช่วยเหลือกันจริงรึป่าวควรหาหลักฐานมาโต้แย้ง ดูนี่ไว้นะครับ

อันนี้เขาเรียกว่าเงินฌาปนกิจศพ ของหมู่บ้าน นี่เราพูดถึงบริบทปัจจุบันที่ยังไม่ได้อยู่ในยุค Bitcoin Standard ชาวบ้านก็ยังช่วยเหลือกันนะครับอันนี้คือสวัสดิการที่ชาวบ้านช่วยกันลงขันทำศพให้คนในหมู่บ้านนะครับ ไม่มีใครบังคับถ้าคุณไม่จ่ายก็ไม่มีใครช่วยออกเงินค่าทำศพให้คุณตอนคุณตาย การที่บอกว่ายุค Bitcoin ที่พวกเราต้องการมันน่าอยู่ตรงไหนคนไม่น่าจะช่วยเหลือกันไม่น่าจะร่วมมือกันเนี่ยผมว่าคนโต้แย้งควรออกไปใช้ชีวิตให้มากกว่านี้ดีกว่าครับ มันขัดกับชีวิตความเป็นจริงที่ผมเจอมาอะครับ ทุกวันนี้คนมีเงินในหมู่บ้านบางที่ก็ยังซื้ออาหารหมาให้หมาจรจัดตามข้างทางก็ยังมีอยู่เลยครับ. ถ้าชีวิตคุณไม่เคยพบเจอสังคมแบบนี้เลยแสดงว่ามีปัญหาละครับ ถามว่าทุกวันนี้คนที่ช่วยกันลงขันจ่ายเงินค่าฌาปนกิจศพเนี่ยเขารวยไหม?ก็ไม่นะ แต่ที่เขาช่วยเหลือกันก็เพราะเขารู้ไงครับว่าชุมชนที่เราอยู่ด้วยกันมันต้องช่วยเหลือกันและกันเพราะต่างคน ก็ต่างไม่ได้มีเงินมากมาย แต่ทุกคนมีสำนึกของความเป็นคนครับ ดังนั้นในยุค Bitcoin Standard ที่ฝ่ายอวยรัฐสวัสดิการที่ต้องให้รัฐเป็นตัวกลางมองว่าใครอ่อนแอก็แพ้ไปหรือมมองว่าโลกแบบนั้นไม่มีหลักประกันอะไรเลยควรพิจารณาใหม่ว่า สมมุติโลกBitcoin ที่เราอยู่คนในหมู่บ้านหรือคนในชุมชนเรามีเงินเก็บมากขึ้นออมเงินได้ เงินไม่เสื่อมค่าเนี่ยเขาจะไม่ช่วยเหลือคนอื่นจริงๆหรอ? และเมื่อสวัสดิการพวกนี้เราสามารถทำกันเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐเนี่ย เราต้องมีสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ไหม? กรุณากลับไปศึกษาดีๆและออกนอกพื้นที่ไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านเขาบ้าง ว่าชุมชนที่ร่วมมือและช่วยเหลือกันเป็นแบบไหน การที่มาบอกว่าไม่มีใครช่วยเหลือใครหรอกแสดงว่าครอบครัวคุณตัวคุณมีปัญหาสังคมแล้ว คำถามคือทำไมปัญหานี้ถึงเกิดกับคุณและครอบครัวคุณ ครอบครัวคุณไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นในหมู่บ้านเลยหรอ ถ้าสิ่งเหล่านี้มันคือปัญหามันก็คือปัญหาของคุณคนเดียวไง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรือระบบอะไรเลย ถ้าจะเกี่ยวกับระบบใหญ่มันก็คือเรื่อง เงินไง เพราะเงินมันเสื่อมค่าและเก็บออมไม่ได้ การที่ปฎิเสธว่ามันไม่เกี่ยวกัน มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความต้องการของชีวิตส่วนใหญ่ต้องใช้เงินซื้อ ดังนั้นทุกอย่างควรเริ่มจากการเปลี่ยน Mindset ตัวเองก่อนเมื่อเราเริ่มที่ตัวเราได้ผมเชื่อว่าลูกคุณหรือคนรอบข้างตัวคุณจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแน่นอน การเอาแต่โทษสิ่งนูนนี่นั่นมันทำได้ง่าย แต่มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าคุณเริ่มจากตัวเอง ตัวคุณเองเปลี่ยนแปลงได้เลย ไม่ต้องรัฐสวัสดิการ ดังนั้นโลกที่ Bitcoin ถวิลหามันไม่ได้เกินกว่าความเป็นจริงแต่มันมีอยู่จริงแต่สภาวะปัจจุบันเราแค่ถูกทำลายเงินเก็บออม และ Purchasing Power ลดลงจากเงินเฟ้อในระบบ แค่นั้นเองไม่ได้กาวอะไรเลย โลกที่คนเห็นแก่ตัวโลกที่คนสนใจแต่ตัวเองและไม่มีหลักประกันผมมองว่ามันเกิดขึ้นแล้วมันคือโลกปัจจุบันที่เราอยู่นี่แหละไม่ใช่โลกแบบ Bitcoin ที่ใครสักคนกล่าวไว้