ผมใช้เวลาคิดเรื่องนี้อยู่นาน จึงอยากแบ่งปันเป็นไอเดียสำหรับทุกคนที่อยู่ในชุมชน Bitcoin หรือกำลังคิดที่จะเข้ามา

.

คำถามที่ 1 "เราจะใช้ Bitcoin ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มั้ย?"

.

ผมขบคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วและคิดว่ามันอาจเป็นไปได้...แต่ไม่ง่ายนัก เพราะหากเราจะนำ Bitcoin (ซึ่งหมายถึง การใช้ Satoshi ผ่าน lightning network) มาซื้อของกินของใช้ เราต้องไม่ลืมว่าต้นทุนของสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ภายใต้อำนาจของเงิน fiat ที่เฟ้อขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องไม่ลืมว่าต้นทุนมันปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเราไม่สามารถควบคุมมันได้

.

ดังนั้น ผู้ใช้ Bitcoin จะเจอกับความผันผวน 2 อย่างในเวลาเดียวกัน นั่นคือ ราคาขึ้นลงของ Bitcoin และราคาขึ้นลงของต้นทุนราคาสินค้าในตลาด

.

ยกตัวอย่างเช่น แม่ค้าขายน้ำส้ม ขวดละ 20 บาท หากจะรับ Satoshi แทนเงินสด เวลาจะแลกเปลี่ยนค่าเงินกลับไปกลับมาก็ต้องคำนึงถึงทั้งค่าธรรมเนียมและความผันผวนอื่น ๆ อีก

.

ผมจึงคิดว่ามันค่อนข้างยากนะครับที่พ่อค้าแม่ค้าจะรับความเสี่ยงนี้ได้ ที่สำคัญ...พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจไม่ได้มีทุนหนา สายป่านก็ไม่ได้ยาว กว่าจะแลกเปลี่ยน Bitcoin กลับมาเป็นเงินไทยเพื่อใช้จ่าย ก็อาจจะโดนค่าธรรมเนียมบวกกับความผันผวนเล่นงานจนมีโอกาสขาดทุนได้

.

มาถึง...

คำถามที่ 2 "ถ้าจะใช้ Bitcoin ในตอนนี้จริง ๆ เราจะใช้กับอะไรดีล่ะ?"

.

โดยส่วนตัวผมเองคิดว่า หากเราจะขายหรือซื้ออะไรกันด้วย Bitcoin มันจะต้องเป็นสิ่งที่เป็น "ผลงานสร้างสรรค์" เป็นผลงานศิลปะ ของหายาก ของสะสมหรือของที่คิดมาอย่างดีแล้ว โดยอาจไม่มีต้นทุนหรือควบคุมต้นทุนเองได้ คุณอาจทำน้อยชิ้นหรืออาจมีชิ้นเดียวในโลกไปเลยก็ได้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่างาน Craft นั่นเอง เพราะผลงานพวกนี้ "ต้นทุน" ก็คือไอเดียและความทุ่มเทของเราที่ใส่ลงไปในผลงานชิ้นนั้น ยิ่งเราให้คุณค่าและมูลค่ากับสิ่ง ๆ นั้นมากเท่าไร มันก็ยิ่งมีค่ามากพอที่ผู้คนจะยอมจ่ายให้กับมัน

.

ดังนั้น จากคำถามทั้ง 2 ข้อที่กล่าวมา ผมจึงได้ข้อสรุปที่อยากจะขออนุญาตแนะนำทุกคนในคอมมูนิตี้ที่อยากจะใช้จ่ายกันผ่าน Lightning network ว่า "เราต้องสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพเท่านั้น" ความรุ่งเรื่องจึงจะบังเกิด

.

เปรียบได้กับความรุ่งเรื่องของผลงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ในยุค Gold standard ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เพียงแต่ในครั้งนี้เรากำลังจะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าใหม่ ๆ ให้เหมาะสมกับยุค Bitcoin standard ที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

.

ผมหวังว่าไอเดียนี้จะเป็นประโยชน์และถูกนำไปทดลองปฏิบัติร่วมกันนะครับ

.

#siamstr #bitcoin #rightshift #นครสวรรค์ #แอดิเลด #Adelaide

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

คำถามที่ 1 "เราจะใช้ Bitcoin ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มั้ย?"

- ได้ ผมคิดว่าคนที่จะใช้งานบิทคอยเค้าแยกส่วนที่จะใช้ออกมาจากส่วนที่จะเก็บอยู่แล้ว ทุกคนน่าจะหวงบิทคอยของตัวเองตามธรรมชาติ และแบ่ง 1-10% มาใช้ ซึ่ง 1-10% ของแต่ละคนจะเยอะจะน้อยต่างกัน ใครมีน้อยก็ใช้น้อย เดี๋ยวมีเยอะขึ้นเขาก็อยากใช้เอง ยิ่งเทคโนโลยี Layer2 อย่าง Lightning ก็ยิ่งทำให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นไปอีก จะเหมือนเราใช้แอฟธนาคารจนชินมือนั่นแหละ

คำถามที่ 2 "ถ้าจะใช้ Bitcoin ในตอนนี้จริง ๆ เราจะใช้กับอะไรดีล่ะ?"

- ในฝั่งคนซื้อคืออะไรก็ได้ที่เราอยากได้และราคานั้นคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ปัญหาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฝั่งผู้ขายมากกว่า

เท่าที่เห็นตอนนี้ ร้านที่รับชำระด้วยบิทคอยเค้าไม่ได้รับ Lightning only เค้าจะรับทั้งเงิน Fiat และ Lightning

ถ้าเกิดความผันผวนก็สลับใช้ไปมาได้ หรือจะตั้งราคา Lightning ให้เปลี่ยนตามมูลค่าเงิน Fiat ก็ได้ ทางผู้ซื้อจะเลือกเองว่าจะจ่ายแบบไหนดี คล้ายๆค่าเงินต่างประเทศ ที่คนจะเลือกไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินถูก หรือการเก็บเงินเยนตอนที่ค่าเงินถูกเพื่อเอาไว้ไปเที่ยวญี่ปุ่นในอนาคตเมื่อมีเวลา

ในเรื่องโดนค่าธรรมเนียมการแลกกลับเป็นเงิน Fiat และความผันผวนของราคาที่ส่งผลต่อกิจการ ถ้าสามารถ P2P กันเองเพื่อใช้จ่ายประจำวันได้ ก็จะตัดเรื่องค่าธรรมเนียมออกไปได้เยอะเลย เหลือแค่ความผันผวนของต้นทุนที่ทางฝั่งผู้ขายต้องบริหารจัดการกันต่อไป ตรงนี้อาจจะต้องดูชุมชนที่กำลังเริ่มใช้บิทคอยกันว่าเค้าจัดการตรงนี้ยังไง เพราะถ้ามองในมุมที่มีแค่เราคนเดียวที่มีบิทคอยแต่คนรอบข้างเรายังไม่เก็ต การใช้งานมันจะจำกัดมากๆ เราจะมองความเป็นไปได้ไม่ออกครับ