เพลง Donna Donna ของ Joan Baez

เพลงนี้มีการวิจารณ์โดยฝรั่งต่างชาติว่า ถูกประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาฮิบรู ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารนาซีกำลังรุกไล่เข่นฆ่าชาวยิว โดยความหมายของ Calf ลูกวัว ก็คือชาวยิว, Wind สายลม ก็คือทหารนาซี, Calves are easily bound and slaughtered แปลว่าลูกวัวหลายตัวถูกมัดและสังหารหมู่อย่างง่ายดาย

page ความหมายในบทเพลงจากกาลเวลา

โดย อ.โอ๋ เคยเขียนถึงที่มาลงในเพจ ขออนุญาตคัดลอกมาให้อ่านกัน ที่มาดังนี้

เพลง Donna Donna ของ Joan Baez

"ความโหดร้าย... ที่ซ่อนอยู่ในความหวานของเสียงเพลง"

ฟังเพลง https://youtu.be/dQrsSvms8Kw

เวอร์ชั่น Wee Gee https://youtu.be/wA_R84LtUvE

เพลง Donna Donna นี้ ผู้แปลเชื่อว่าทุกท่านที่เป็น Baby Boom หรือ Generation ที่เกิดภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่มีใครไม่รู้จัก หรือได้ยินเพลงๆ นี้ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่มีผู้นำไปร้อง และเล่นกันมากที่สุดเพลงหนึ่ง เนื่องจากเป็นเพลงที่มีความไพเราะ และเล่นด้วยกีต้าร์ตัวเดียว สามารถใช้ร้องจีบสาว หรือเป็นเพลงกล่อมเด็กได้ด้วย อีกทั้งเป็นเพลงที่ใช้เป็นบทเรียนของนักกีต้าร์หัดใหม่ในหลายๆ ตำรา

โดยทั่วไปแทบทุกคนจะคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงแนวรัก หรือเพลงที่เล่าเรื่องรัก เศร้าๆ ของสาวที่ชื่อ Donna เพราะทำนอง และเสียงร้องของ Joan Baez นั้นช่างแสนหวาน และเย็นเสียเหลือเกิน ฟังแล้วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายสบายจิต ชวนฝันเสียจริงๆ แต่จริงๆ แล้วความหมายของเพลงนี้กลับตรงกันข้ามกับความหวานของเสียงเพลงครับ เพราะเป็นเพลงที่กล่าวถึงความโหดร้าย และการฆ่าผู้ที่ไม่มีทางสู้อย่างโหดร้าย

เพลงนี้ดั้งเดิมเป็นเพลงประกอบละครร้อง เรื่อง Esterke ในปี ค.ศ.1939 ของชาวยิวที่อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี แต่งทำนองโดย Shalom Sekunda และแต่งโดย Aaron Zeitlin เป็นภาษายิดดิช (ภาษายิวด้งเดิม) โดยเนื้อร้องท่อนสร้อยของเพลง ที่เป็นชื่อเพลงด้วยคือ Donna Donna แผลงมาจาก Dana อันเป็นฉายาหนึ่งของพระเจ้า (Adonai) ในศาสนายูดาย เนื้อเพลงเล่าเรื่องของลูกวัวที่จะถูกนำไปขายเพื่อ "เชือด" เป็นอาหารที่ตลาดนัด โดยมีความนัยแฝงและเสียดสีถึงความโหดร้ายที่ชาวยิว ถูกทหารนาซี ในยุคนั้นฆ่าตายโดยไม่มีความผิด และเหตุผล เสมือนกับลูกวัวตาดำๆ น่าสงสาร ที่ต้องถูกส่งไปฆ่าเพื่อเป็นอาหาร ผิดเพราะเกิดมาเป็นวัว ไม่ได้เกิดเป็นนกที่มีปีกบินได้ และในเนื่้อเพลงยังเปรียบเทียบกับความเสรีกลางฟากฟ้าของนกนางแอ่นที่บินไปอย่างสง่างาม โดยไม่มีพันธนาการใดๆ เสมือนชนชาติเยอรมันในสังคมยุคนั้น เมื่อเปรียบกับสภาพของชาวยิวเยอรมันในยุคนาซีครองอำนาจ ที่ต้องอยู่อย่างต่างกับชนชาติอื่นๆ ในโลก และมีความผิดเพราะพวกเขา "เกิดเป็นยิว" จึงต้องถูก "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" โดยพวกเขาไม่มีสิทธิต่อสู้ในโชคชะตานี้เลย

คำว่า Donna Donna ในสร้อยเพลงนี้ เปรียบเป็นการร้องขอความเมตตา หรือขอความเป็นธรรมจากพระเป็นเจ้าของพวกเขา ได้โปรดเมตตาต่อผู้ที่ไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ขัดขืนความตายที่กำลังจะถูกหยิบยื่นมาให้แบบไม่เป็นธรรมเลย

ต่อมาตอนต้นทศวรรษที่ 50 Shalom Sekunda ได้แปลเพลงนี้จากภาษายิดดิชเป็นอังกฤษ แต่ปรากฏว่าไม่ฮิต และไม่เป็นที่นิยมไม่ติดหูคนฟังเลย จนถึงกลางทศวรรษที่ 50 Arthur Kevess และ Teddi Schwartz จึงนำเนื้อเพลงมาดัดแปลง แต่งเติมใหม่เล็กน้อยและนำมาร้องใหม่ คราวนี้เริ่มได้รับความนิยมบ้างแต่ก็ถือว่ายังไม่มากนัก

จนกระทั่งปี 1960 Joan Baez นักร้องสาวชาวมะริกัน ได้นำมาบันทึกเสียงใน Solo Album แผ่นแรกของเธอ จึงทำให้เพลงนี้ แพร่หลายโด่งดังไปทั่วโลก กลายเป็นเพลง Folk song อมตะ คลาสสิค ตลอดกาล สร้างชื่อเสียงให้ Joan Baez อย่างสุดสุดเพลงหนึ่ง และต่อมาก็มีนักร้องศิลปินหลายยุคต่อมา นำมาร้อง Cover กันมากมายหลายเวอร์ชั่นมาก

พอทราบความหมายของเพลงนี้ ที่ไม่ใช่เพลงรักหวาน แต่กลับเป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวความเศร้า และความโหดร้ายแบบนี้แล้ว ผู้แปลนึกถึงสมัยที่เห็น "จิ๊กโก๋หนุ่ม" เล่นกีต้าร์ ร้องเพลงนี้จีบสาวในสมัยก่อน จึงทำให้แปลความหมายได้อย่างเดียวเท่านั้นว่า.....

สาวคนนั้นแหละ กำลังจะโดนเจ้าจิ๊กโก๋หนุ่มนั้น "เชือด" แน่นอน...

On a wagon bound for market

There's a calf with a mournful eye

High above him there's a swallow

Winging swiftly through the sky

บนเกวียนคันน้อยไปตลาดนัด

มีลูกวัวแววตาเศร้าหมอง แสนรันทด

เหนือขึ้นไปบนฟ้านั้น นกน้อยตัวหนึ่ง

กำลังขยับปีก โบกบิน ผ่านฟากฟ้าไป

How the winds are laughing

They laugh with all the their might

Laugh and laugh the whole day through

And half the summer's night

สายลม เจ้ายังจะหัวเราะได้อย่างไร ?

หัวเราะ..กับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้

หัวเราะ และหัวเราะ.. สายลมหัวเราะทั้งวัน..

กับอีกครึ่งคืนฤดูกาล อันร้อนรน

Donna Donna Donna Donna

Donna Donna Donna Don

Donna Donna Donna Donna

Donna Donna Donna Don

"Stop complaining", said the farmer

Who told you a calf to be

Why don't you have wings to fly with

Like the swallow so proud and free

”หยุดตัดพ้อรำพันเถิด..” ชาวนาบอก

ใครเล่าให้เจ้าเกิดมาเป็นเช่นนี้..

ใยไม่มีแม้ปีก ที่จะโบยบิน

เหมือนเช่น นกที่บิน อิสระเสรีและภาคภูมิ

How the winds are laughing

They laugh with all the their might

Laugh and laugh the whole day through

And half the summer's night

สายลม เจ้ายังจะหัวเราะได้อย่างไร ?

หัวเราะ..กับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้

หัวเราะ และหัวเราะ.. สายลมหัวเราะทั้งวัน..

กับอีกครึ่งคืนฤดูกาล อันร้อนรน

Donna Donna Donna Donna

Donna Donna Donna Don

Donna Donna Donna Donna

Donna Donna Donna Don

Calves are easily bound and slaughtered

Never knowing the reason why

But whoever treasures freedom

Like the swallow has learned to fly

ลูกวัวน้อยเอ๋ย .. เจ้าจะถูกฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้

เจ้าไม่เคยรู้แม้แต่เหตุผลว่าทำไม

แต่ไม่ว่าใครต่างก็่ต้องการอิสรภาพ

เหมือนดั่งนกน้อยที่บินได้

อิสระและเสรีเหนือผู้ใด

How the winds are laughing

They laugh with all the their might

Laugh and laugh the whole day through

And half the summer's night

สายลม เจ้ายังจะหัวเราะได้อย่างไร ?

หัวเราะ..กับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้

หัวเราะ และหัวเราะ.. สายลมหัวเราะทั้งวัน..

กับอีกครึ่งคืนฤดูกาล อันร้อนรน

Donna Donna Donna Donna

Donna Donna Donna Don

Donna Donna Donna Donna

Donna Donna Donna Don

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.