วันนี้ก่อนจัดรายการผมก็ไปเจอสิ่งนี้มาจากเพื่อน #VTuberTH ท่านหนึ่งที่ไม่พอใจสิ่งนี้
มันคือข่าวที่ว่าอีตาอีหลอนมาก (Elon Musk นั่นแหละ แต่ผมจะเรียกแบบนี้) แกจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลของโพสต์ใน X (Twitter เดิม) ซะใหม่ให้ในหน้าฟีดจะเห็นแต่เวลาที่โพสต์กับจำนวนคนที่มองเห็นโพสต์เท่านั้น ถ้าอยากจะกดไลก์ รีโพสต์ หรืออะไรอย่างอื่นก็ต้องจิ้มเข้าดูที่โพสต์ก่อน
ที่มาของเรื่องที่ว่า >> https://twitter.com/AdrianDittmann/status/1765650682156118139
โดยอีหลอนมากให้เหตุผลที่ Reply ใต้โพสต์ว่ามัน "คลีน" ดี
ความน่าตลกของเรื่องนี้คือการปรับเปลี่ยนที่ว่าก่อให้เกิดเสียงที่มีคนไม่พอใจเยอะมากอยู่
ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะทำแบบนี้แล้วมันได้ประโยชน์อะไร ทำไมมันจะต้องคลีนขนาดนั้น ? อยาก Simple is the Best (แต่มันไม่ได้ Best เลย) หรืออย่างไร ?
แต่ที่แน่ ๆ ในมุมมองของตัวผมเองที่เป็น VTuber ที่ตั้งตัวมาจากการจัด Space ที่นั่นมาก่อนจนมาทำรายการไลฟ์ การที่แพลตฟอร์ม X มันเละเทะแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในมุมหนึ่ง เพราะมันทำให้ผู้คนได้เห็นถึงผลกระทบจากการใช้บริการออนไลน์ที่มีฐานผู้ใช้มากมายแต่ดันมีผู้บริหารที่นึกจะทำอะไรก็ทำ นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน ไม่ชอบใจอะไรก็ไล่บี้ไล่แบน ปิดกั้นการมองเห็น และผลสุดท้ายความซวยทั้งหมดจะตกไปอยู่กับผู้ใช้ทุกคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มันจะกลายเป็นบทเรียนของคนที่สามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของที่ที่พวกเขาอยู่และอาจตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราถึงยังใช้มันอยู่อีก
ขนาดเพื่อน VTuber ชาวไทยบางท่านยังบ่นเลยว่านับว่าแพลตฟอร์ม X ยิ่งทำให้ VTuber อิสระแทบจะไม่มีทางได้ผุดได้เกิดได้เฉิดฉายกันแล้ว เพราะด้วยระบบอัลกอริธึมในปัจจุบันก็กดยอดการมองเห็นพวกเรา (รวมถึงผมด้วย...ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกเล่นน่ะนะ) โดนกดการมองเห็นมันมีผลกระทบสุด ๆ ทั้งในแง่ของการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์หรือในเรื่องของจิตใจ เพราะไม่ว่าจะทำคอนเทนต์ด้วยความรักความใส่ใจอย่างไรก็ไม่สามารถสู้กับการวิ่งไล่ตามอัลกอริธึมที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด แถมระบบก็มีแต่จะแนะนำโพสต์ของคนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว หรือไม่ก็ให้ค่ากับพวกที่ชอบล่อตีนหรือดูถูกสติปัญญาคนอื่นเพื่อให้เกิดวลี "พาดหัวยั่วให้คลิก" (Clickbait เวอร์ชั่นแปลไทยโดยสำนักราชบัณฑิตยสภา) และสุดท้ายยอดวิวเหล่านั้นก็ทำให้เกิด Demographic ที่ยั่วยวนให้เกิดการซื้อพื้นที่โฆษณาหรือดึงการสนับสนุนจากคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้ (ซึ่งเท่าที่ทราบมาพวกเขาก็สนใจแต่ตัวเลข Demographic พวกนี้เป็นหลักน่ะ) และนำไปสู่การทำคอนเทนต์เพื่อเอาใจผู้สนับสนุนและทำทุกวิธีเพื่อกระตุ้นยอดโดยไม่สนคุณภาพงานกับผลกระทบต่อตัวเองและสังคมเลย
ในฐานะผมเป็น VTuber ที่ออกมาจากวังวนนรกของการโดนรังแกจากแพลตฟอร์ม
แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในที่ที่มีคนเสพเนื้อหาเราเยอะแบบแต่ก่อน (ต่อให้อยู่ก็แทบไม่มีคนเห็นแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ทำไม) แต่มันสบายใจดีจังที่เหมือนได้เป็นอิสระในโลกออนไลน์มากขึ้น (มั้ง 5555)
ผมหลุดพ้นจาก Dopamine Loop ที่โดนกระตุ้นผ่านสังคมออนไลน์เจ้ายักษ์ใหญ่ทั้งหลาย หลุดพ้นจากการเห็นเพื่อนร่วมวงการอวดยอดติดตาม ยอดวิว ยอดโดเนท ฯลฯ แล้วอัลกอริธึมก็กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกแย่ ๆ ทั้งอิจฉา ทั้งน้อยใจ ทั้งรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ฯลฯ แล้วหันมาโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำมากขึ้น นำเสนอสิ่งที่ตัวเองอยากนำเสนอได้อย่างสบายใจ ไม่สูญเสียตัวตน ไม่สูญเสียสุขภาพจิตจากความบิดเบี้ยวของบริการเหล่านี้
แม้ว่าผมจะไม่ได้สนิทกับเพื่อนร่วมวงการนัก แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากบากให้กับพวกเขารู้ว่า...
"ถ้ามันเหนื่อยที่จะอยู่ตรงนั้น ก็อย่าไปฝืนเลย สุขภาพจิตและตัวตนของเราสำคัญกว่า"
แม้บางคนอาจจะเถียงผมว่าแล้วยอดวิวล่ะ ยอดซับล่ะ ยอดโดเนทล่ะ ฯลฯ ซึ่งผมก็เข้าใจ...แต่ถ้าสุขภาพจิตพัง ตัวตนเราปัดเป๋ไปกับอะไรพวกนี้ โอกาสที่คุณจะทำคอนเทนต์ที่รักได้อย่างมีความสุขในะระยะยาวมันจะหายไป ยอดวิวจะยิ่งหาย รายได้จะยิ่งหด เผลอ ๆ โอกาสนั้นจะพังครืนทันทีโดยไม่ต้องรอเป็นปีด้วยซ้ำ ส่วนตัวผมมองว่ามันไม่คุ้มที่จะแลกเลย
หวังว่า Key Message ในนี้จะไปถึงพวกเขาในสักวัน...ถ้าเขาได้เห็นที่ผมเขียนน่ะนะ
#siamstr #VTuberTH