วันนี้โดดสภายาส้ม
คิดงาน fiat. ไม่ออกเลยแวะมาที่นี่
โพสนี้อยากพูดเรื่องที่ไม่รู้จะพูดตอนไหนไม่รู้จะพูดยังไง ก็บอกแล้วว่าเป็นคนพูดไม่เก่ง
โพสนี้อยากเล่าเกี่ยวกับตัวเองกับทีม RS
เรื่องมันเริ่มมาจากช่วงไหนไม่รู้ เริ่มรู้สึกว่า ผู้ชายที่ชื่อว่าตั๊ม คนนี้ น่าสนใจดีนะ
เค้าพูดเรื่องบิทคอยน์ได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ผมรับรู้ได้ว่าบางครั้งเค้ารู้สึกเครียด หัวเสีย
จิตอ่อน เสียใจ และมีความกังวลความหวาดกลัวในบางครั้งผ่านตัวอักษรเวลาที่โพสบางอย่างลงเฟสบุ๊ค
แต่เค้าก็ยังทำหน้าที่นั้นต่อไปไม่หยุดหย่อน ยิ่งเวลาที่คอพัง ผมเข้าใจมันดี เพราะอาชีพก็ต้องใช้คอตลอด
ผมจำไม่ได้หรอกว่าเจอเฟสเค้ายังไง แต่ก็ดีใจที่เค้ารับ add friend ไม่คิดว่าเค้าจะรับด้วย ฮ่าๆ
ตามฟังมาตลอด จนเริ่มรู้สึกว่า เราอยากช่้วยอะไรเค้าบ้างแหละ แต่ไม่รู้จะช่วยอะไรยังไง
การส่งต่อความรู้ ส่งต่อแนวคิดวิธีคิดเหล่านี้ มันไม่ได้ทำกันง่ายๆเลย
แต่ก็ยังไม่แน่ใจตัวเองซักเท่าไหร่ว่าจะช่วยอะไรได้ หรือจะเข้าไปช่วยยังไง หรือเข้าไปแล้วจะเจ็บตัวไหม
จนกระทั่ง คอร์สใหญ่ CDC2022 ผมสมัครเรียนได้แบบงงๆ ดันลงได้เฉยเลย
จำได้ว่าตอนเรียน เหนื่อยจัด ผมทั้งเรียน สอน ทำวีดีโอ เทรดตามที่ชมรมสอน ทำครบทุกอย่างไปพร้อมๆกัน
ที่หนักที่สุดคือบางช่วงต้องทำสองอย่างพร้อมกันก็คือเรียนบวกสอน อนาถมาก ทำให้เรียนได้ไม่สุด
พอเรียนสดแล้ว ต้องฟังย้อนหลังอีก
เรื่องที่น่าเล่าอีกอย่างคือ TA น่าจะรำคาญผมอยู่แหละ ชอบส่งการบ้านแบบคาบเส้นเวลาตอน 7 โมงเช้า
บางคืนกลับมาบ้านก็เหนื่อยมาก ทำไม่ไหว หลับไปแบบไม่รู้ตัว ตื่นมาก็รีบทำส่ง ตื่นมาก็ช่วง 6-7 นี่แหละ
TA ที่ดูกรุ๊ปผมคงอยากจะตีผมหลายๆที
หลังจากเรียนจบแล้ว ผมขอ skip มาซักนิด ไอความรู้สึกนั้น มันก็ยังอยู่และมันหันมาทาง RS
เพราะบิทคอยน์ บิทคอยน์มันตอบคำถามหลายอย่างในชีวิตให้กับผม ทุกเรื่องราวที่ผมตั้งคำถามไว้ตั้งแต่เด็กๆ
มันมาได้คำตอบเพราะรู้จักบิทคอยน์ มันเจ๋งมากๆกับ code ไม่กี่บรรทัด
ในจังหวะนั้นก็ตาม RS มาเรื่อยๆ จนกระทั่งนั่นแหละ จังหวะที่คลิป Alt TAB EP1 แรกออกมา
นั่นแหละ มันคือคำตอบเลยว่า ความสามารถเราที่มี น่าจะเข้าไปช่วยตรงนี้ได้
แต่นั่นแหละมันมีกำแพงขึ้นมาหนึ่งกำแพง เค้าจะมองเรายังไง จะเข้าใจอะไรเราไปแบบไหน
กำแพงนี้มันก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่ทักไปถาม ผมขอไปช่วยนะ ผมช่วยไหม หรือขอไปช่วยได้ไหม อะไรทำนองนี้
ถ้าไม่ได้ทักไปมันก็คือไม่ได้เริ่ม แต่ถ้าทักไปถามมันอาจจะได้เริ่ม ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก
จากวันนั้นที่ BOB Space จนถึงเวลาที่นั่งพิมเมื่อกี้นี้ที่ Damus มันเด้งออกไป กูต้องมานั่งพิมพ์ใหม่หมดนี่แหละ
.
.
.
.
.
.
จากวันนั้นที่ BOB Space มาถึงตอนนี้ ก็ได้เริ่มทำอะไรให้ทีม RS มากขึ้น แม้จะยังไม่เคยเจอทีมครบทุกคน
แต่ก็อยากจะบอกกับทุกคนจริงๆว่า ทุกคนกล้าหาญมาก กล้าหาญกว่าผมมากๆ และเก่งกันคนละด้านหมดเลย
ตอนแรกที่เข้ามาในทีมก็ยังงงๆอยู่ว่าควรทำอะไร หรือต้องทำอะไรบ้าง
แต่การอยู่รอดมันคือคุณสมบัติของ bitcoiner อยู่แล้ว จริงไหม
เอาล่ะมาถึงช่วงท้าย
หลายครั้งที่ผมจะทักไปหาจารย์ตั๊มว่าอยากจะช่วย ผมกลัวหลายๆอย่างนะ
กลัวว่าทางนู้นจะเข้าใจขอะไรผมผิดไป เข้าใจว่าผมมาหวังผลประโยชน์หรือสิ่งใดรึเปล่า
คือความรู้สึกอยากช่วย มันมีมาตลอด รู้สึกว่ามันน่าทำและมันน่าสนุก
แต่หลายๆครั้งก็ได้ถามตัวเองว่าใช่แน่เหรอ
ทุกคนเวลาจะทำอะไรมันต้องมีสิ่งที่คาดหวัง มีสิ่งที่คิดไว้เป็นเป้าอยู่แล้ว
ยิ่งพอได้เข้ามาในทีม RS ยิ่งต้องเคลียตัวเองบ่อยมากๆ คุยกับตัวเองบ่อยว่าทำไม
และผมคิดว่าหลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะอยากรู้เหมือนกัน
คำตอบของผมนั้นเรียบง่าย เข้าใจไม่ยาก
ผมเป็นคนนึงที่เชื่อในบิทคอยน์ แต่การจะไปชวนให้คนอื่นมาเชื่อด้วย มันไม่ใช่อะไรที่พูดกันได้หรอก
ทางที่ง่ายที่สุดและเป็นทางที่ยากที่สุดด้วยก็คือการลงมือทำ
และการทำมันไม่ได้มีแค่การถือ การเก็บ การใช้ การไม่สนใจราคา
มันมีการส่งต่อความเข้าใจ ส่งต่อแนวคิด ส่งต่อเรื่องราวให้ผู้คนได้รับรู้
ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่ RS ทำอยู่ ดังนั้นคำตอบของผมก็คือ ใช่ครับ
มันมีสิ่งที่ผมหวังอยู่ ผมหวังว่าผมจะเป็นคนนึงที่ได้เห็นการ adoption ของ bitcoin
และการที่ผมลงมือทำ เข้ามามีส่วนร่วมกับทีม RS มันคือการที่ทำให้สิ่งนี้เข้าใกล้ความจริงเข้าไปอีกทีละนิด
แม้ว่าลึกๆผมจะรู้ว่ากว่าวันที่ bitcoin ถูก adoption มันอาจจะมาช้ากว่าวันที่ผมไม่มีชีวิต
แต่สุดท้ายแล้วประสบการณ์จากการเดินทางมันมีค่ามากกว่าตอนที่ถึงเป้าหมายยังไงล่ะ
และนั่นคือเป้าหมายลึกๆของผม ที่นั่งเคลียกับตัวเองทะเลาะกับตัวเองอย่างบ้าคลั่งมาตลอด
ขอบคุณทุกคนในทีม RS จริงๆ จุ๊บๆ