จริงครับ แต่พอเราไล่ไปดูที่ต้นทางของเกือบจะทุกปัญหา
มันมาจากการที่รัฐมีอำนาจพิมพ์เงินทั้งนั้นเลย ไอ้ทุนใหญ่ที่มากักตุนสินค้าได้ กว่าเค้าจะเป็นทุนใหญ่ได้ก็ต้องหาทางได้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์เงินมากก่อน
จริงครับ แต่พอเราไล่ไปดูที่ต้นทางของเกือบจะทุกปัญหา
มันมาจากการที่รัฐมีอำนาจพิมพ์เงินทั้งนั้นเลย ไอ้ทุนใหญ่ที่มากักตุนสินค้าได้ กว่าเค้าจะเป็นทุนใหญ่ได้ก็ต้องหาทางได้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์เงินมากก่อน
แต่รัฐไทยไม่มีอำนาจพิมพ์เงินได้แบบไม่มีอะไรแบ็คได้อย่างประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกานะครับ
ถูกครับ
แต่การที่มีเงินเพิ่มขึ้นมาในระบบ ไม่ได้มาจากรัฐเท่านั้นครับนะครับ
ทุกครั้งที่มีการปล่อยสินเชื่อ เท่ากับว่า มีเงินใหม่ เกิดขึ้นทั้งนั้นครับ คนที่อยู่ใกล้แท่นพิมพ์เงินของธนาคารพาณิชก็จะได้ประโยชน์เช่นกันครับ
แต่ของประเทศไทยจะต่างจากอเมริกา เพราะถ้าธนาคารปล่อยกู้แล้วชิบหายขึ้นมา โอกาศที่รัฐจะเข้ามาอุ้มธนาคารต่างๆมันไม่ได้ง่ายๆเหมือนในอเมริกา
แต่ในช่วงเวลา6ปีมานี้ธนาคารพาณิชในไทยก็แทบจะไม่ปล่อยสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ สินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง/ขนาดเล็กแล้วนะ เพราะเขารู้ว่าปล่อยไปแล้วโอกาสเป็นหนี้เสียสูงมาก จนธุรกิจขนาดกลาง/เล็กในไทยล้มหายตายจากไปจะหมดแล้ว
แล้วคุณคิดว่าทุนใหญ่ ที่คุณพูดถึงในเรื่องราคากุ้ง เค้าได้รับสินเชื่อขนาดเล็กหรือกลางละครับ
ผมคิดว่าพวกเค้าใหญ่ขนาดแทรกแทรงราคากุ้งได้ น่าจะเข้าถึงแท่นพิมพ์เงินในฐานะลูกค้าขนาดใหญ่ของธนาคาร แล้วใช้บริการมานานแล้วด้วย
ลองดูปริมาณเงิน M2 ของประเทศไทยดูในรูปด้านล่างนี้สิครับ
มันไม่เกี่ยวหรอกครับว่า ธุรกิจชนาดกลางหรือเล็กไม่ได้เงินกู้
ตราบใดที่ปริมาณเงินเพิ่มขึ้น เงินเฟ้อก็เกิดเสมอครับ

แต่อย่าเข้าใจผิดว่าผมค้านการปล่อยสินเชื่อ
ผมแค่ค้านการที่รัฐไม่ปล่อยให้ดอกเบี้ยเป็นไปตามตลาด ตามมี่มันควรจะเป็น
การที่รัฐมีอำนาจในการเป็นผู้ออกใบอนุญาตว่าใครสามารถทำธุรกิจธนาคารได้ และธนาคารกลางของประเทศสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยต้นน้ำได้ มันทำให้เกิดผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากระบบนี้
พรรคการเมืองใหญ่-กลางในฝั่งรัฐบาลเขาได้รับเงินสนับสนุนการทำพรรค/หาเสียงมาจากเหล่ากลุ่มทุนใหญ่ผูกขาด พอเขาจัดตั้งรัฐบาลได้ก็จะออกกฏหมายต่างๆเอื้อให้เหล่ากลุ่มทุนใหญ่ ปัญหานี้แก้ได้โดยการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าชวนคนที่รู้จักใกล้ตัวไปลงคะแนนให้พรรคการเมืองที่ไม่รับเงินทุนจากเหล่ากลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดครับ
อันนี้เห็นด้วยครับ