ความเชื่อ (Believe)

vs

ความรู้ (Knowledge)

เลิกเชื่อได้ ให้เรียนรู้

ความเชื่อ ยัดเยียดกันไม่ได้

(ยกเว้น ผู้เยาว์วัย : youth หรือ ผู้อ่อนประสบการณ์ : less experience)

ความเชื่อ เปลี่ยนกันยาก

(เพราะ ถูกฝังไว้ใน จิตใต้สำนึก : subconscious mind)

ถ้าทุกคน มีโอกาสลองนั่ง สะท้อนความคิด (reflection) กับตัวเอง ในสิ่งที่ตนได้กระทำไป จะพบว่า

ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ ว่า จะทำ (do) หรือ ไม่ทำ (don't) ก็คือ ความเชื่อ

ฉะนั้น การที่คนเรา จะเข้าระบบใด ก็มาจากความเชื่อ แต่ก็มีอยู่บ้างที่เข้าระบบแบบตามๆกันมา ทั้งนี้ ระบบส่วนใหญ่จะมี ผู้ได้ประโยชน์ และ ผู้เสียประโยชน์ แต่เมื่อใดที่ผู้เสียประโยชน์เริ่ม ตระหนักรู้ (realized) ถึงความอยุติธรรม (unfair) ของระบบ ก็พยายามนำเสนอ ให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่แน่นอนว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์อยู่ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในคราวเดียวกันด้วย ย่อมคัดค้านและปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง ...

(ความเชื่อ มักทำให้คนในระบบเกิด ความไว้วางใจ (trust) โดยปริยาย)

ความรู้ (Knowledge) จะมีขึ้นได้ จากการเรียนรู้ หรือ PoW : Proof of Work ไม่สามารถเกิดจากความเชื่ออันใด พูดอีกนัยหนึ่ง ความเชื่อเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซะด้วยซ้ำ

ฉะนั้น การที่จะออกจากระบบ ต้องเปลี่ยนความเชื่อ ด้วยการเรียนรู้ หรือ verify ก่อน เหมือนกับพวกเราหลายคน ที่ติดตามและเรียนรู้จากผู้รู้ โดยเฉพาะ อ.ตั๊ม ผู้ที่ช่วย แพร่ กระจาย ความรู้ โดยไม่รู้จักเหน็ดรู้จักเหนื่อย มาตลอดหลายๆ ปี

Don't trust, verify :))

#Siamstr

GA

ยามบ่าย วันอาทิตย์

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ขอแถมให้นิดหนึ่ง

นึกขึ้นมาได้ จาก ลูกสาว

ที่ ชอบตั้งคำถามว่า "ทำไม"

...

ข้อแตกต่าง ระหว่าง

ความเชื่อ กับ ความรู้

คือ

ความเชื่อ จะตอบ คำถามที่ว่า "ทำไม" ไม่ได้เลย เช่น

ทำไม ห้ามตัดผมวันพุธ ?!?

...

ความรู้ สามารถตอบคำถาม "ทำไม" ได้เสมอ เช่น

ทำไมพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

คำตอบ คือ โลกหมุนรอบตัวเอง จาก ทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก

...

หรือความเชื่อในอดีต ที่เข้าใจว่า "โลกแบน" ในที่สุด ก็ถูกพิสูจน์ ด้วยวิทยาศาสตร์ จนได้ความรู้ใหม่ ที่ว่า "โลกกลม"