Replying to Avatar BossMan

เพิ่มเติม

ในสายตาของมาร์กซ์ ที่ตีความว่าศาสนาคือยาฝิ่นบริบทนี้ มาร์กซ์น่าจะหมายถึง ศาสนาคริสต์ ซึ่งตามประวัตินั้น ศาสนาคริสต์มีจุดกำเนิดมาจากทาสชาวฮีบรูที่ถูกคนอียิปเกณฑ์ไปใช้เป็นแรงงานทาส เหล่าทาสจึงสร้างศาสนาขึ้นมาปลอบตัวเองว่าสักวันจะมีบุตรแห่งพระเจ้าลงมาปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสที่ถูกกดขี่ นั่นก็คือที่มาของ เมสไซอาห์,เมสสิยาห์ โมเสส จีซัส หรือ พระเยซูคริสต์(คนเดียวกันจะเรียกอะไรก็เรียก) ต่อมาภายหลังเกิดความขัดแย้งกันระหว่างพระเจ้าของเขากับกลุ่มทาส เหล่าทาสจึงเปลี่ยนใจไปสมคบคิดกับทหารโรมันให้มายึดอำนาจ และจับพระเจ้าของเขาไปตรึงกางเขน(บทนี้คล้ายๆการเมืองประเทศกะลาประเทศหนึ่งเลยเนอะ) ซึ่งภายหลังเราก็ทราบกันดีว่าคนที่เป็นหัวกลุ่มคนทรยศพระเจ้าของเขานามว่า ยูดาส และเมื่อเวลาผ่านไปมีคนเรียกพวกเขาเหล่านั้นในเชิงเสียดสีจึงเกิดเป็นคำเพี้ยนและเป็นที่มาที่เรารู้จักกันดีในนามว่า "ชาวยิว" ซึ่งการที่ผมต้องยกตัวอย่างการตีความของมาร์กซ์นั้นหากจะโต้แย้งสมควรใช้ ศาสนาที่มีหลักคิดแบบเป็นนายมาโต้แย้งจะสมเหตุผลกว่าศาสนาแบบทาส นั่นก็คือพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม ซึ่งเราจะสังเกตได้จากพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าได้ว่าในสมัยพุทธกาลก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้และเผยแพร่คำสอนของศาสนาพุทธนั้น พระพุทธเจ้าเป็นคนมีการศึกษาหาความรู้มาเป็นอย่างดีก่อนจะตรัสรู้และเผยแพร่คำสอนได้ในต่อมาจึงมีคนยอมรับและมีลูกศิษย์ภายหลัง นักคิดนักปรัชญาชาวเยอรมันจึงนิยามและยกย่องว่าศาสนาพุทธแบบดั้งเดิมเป็นศาสนาของคนที่มีการศึกษาเป็นศาสนาแบบนาย ดังนั้นผมเห็นว่าการจะโต้แย้งมาร์กซ์ที่กล่าวว่าศาสนาคือยาฝิ่นผมเห็นควรว่าควรโต้แย้งโดยใช้หลักการคิดของพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมคือการสอนลูกศิษย์ให้ใช้สติปัญญามากกว่าการยึดหลักตามคำภีร์ซึ่งเขียนขึ้นภายหลังพระพุทธเจ้านิพพาน (ให้สังเกตว่าทำไมผมจึงใช้คำว่าพุทธแบบดั้งเดิมเพราะถ้ามาถามว่าพุทธศาสนาแบบปัจจุบันในไทยเป็น ศาสนาแบบทาส หรือ แบบนาย ผมเชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ไม่ยาก)

อันนี้ความเห็นของผม คือสิ่งที่ Bitcoin คล้ายๆพุทธศาสนาแบบดั่งเดิมคือ ยุคแรกๆคนที่ถือ Bitcoin จะเป็นคนที่ค่อนข้างมีความรู้ อย่าง Hal Finney ,Adam Beck และท่านอื่นๆ แต่ยุคถัดมาด้วยความ Mass ของ Bitcoin คนที่จะมาใช้งานระดับความรู้จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ อย่างที่ อ. ต๊ำบอกใน Bitcoin Talk ตอนไหนสักตอนนี่แหละว่าในยุคถัดไปคนจะใช้ Bitcoin โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Bitcoin มันทำงานยังไงเขารู้แค่ว่าต้องใช้มันเป็นเงิน เหมือนคนนั่งเครื่องบินก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเครื่องบินทำงานยังไง ซึ่งผมมองว่ามุมนี้ Bitcoin มีส่วนคล้ายคลึงกันตรงด้านวิวัฒนาการจากศาสนาพุทธในปัจจุบันครับ และผมก็เข้าใจนะว่าทำไมพี่เดชาถึงเป็นห่วงพวกเราตลอด(ด่าตลอดพวกนายมั่ว! เสียงพี่เดชาลอยมา) เพราะกลัวว่าในยุคถัดไปพวกเราจะหลงลืมสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ Bitcoin

แต่ในยุคนี้เราโชคดีมี Right Shift ละไง ก็ขอให้พี่ๆส่งผ่านความรู้ต่อไปอีกยุคให้ได้ครับถ้าเราไม่โดนพวกทหารโรมันจับไปตรึงกางเขนกันหมดซะก่อนนะครับ 😜 ล้อเล่นครับ อิอิ "All Hail Bitcoin!"

Christianity คือศูนย์กลางของเหล่าทาสทั้งหลาย อย่างที่ Nietzsche กล่าว

นั่นคือหลักการในยุคสมัยหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม มุมมองของ Nietzsche นั้นใกล้เคียงกับ Dostoevsky มากๆ ในเรื่องนี้ แม้ว่า Dostoevsky จะเป็น Orthodox ก็ตาม

ผมมองว่ากรณีของ มาร์กซ์ มันคือ ศีลธรรมในการมองโลกแบบยิว ซึ่งไปสู่สังคมยูโทเปีย และ วิวัฒนการของมนุษย์แบบดาร์ลวิน มันขัดหลักกันตรงที่ว่า มนุษย์ยังก้าวพ้นขีดจำกัดของตัวเองไม่ได้ซึ่งอยู่ในรูปแบบของ(being) humanism

ดังนั้นความขัดแย้ง(conflict) ของการโจมตีปรัชญาของ Nietzsche จึงมีอิทธิพล สำหรับพวก Right wing หรือ Nazis(ที่ชอบยกมากล่าวอ้างแบบลอยๆ) แม้ว่าจะไปทางเดียวกันในการก้าวพ้น Humanism

งานเขียนของ Victor Flankle ในยุคหลัง Post World War II คืองานเขียนเล่มหนึ่งที่ทรงพลัง Man’s Searching for meaning ทั้งหมดของเผด็จการคือความเปลือยเปล่า และ พวกเค้าไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตราบใดที่มนุษย์ที่ดำรงตามเส้นทางพร้อมที่จะอยู่ต่อไปได้

แม้แต่ Victor ยังชื่นชอบ ความหมายนั้น “คนที่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ย่อมทนได้กับทุกสิ่ง”

นี่มันคือเรื่องที่เหนือกว่า ความเป็นมนุษย์ เพื่อสะท้อนเรื่องราวการตายของพระเจ้า

ดังนั้นการอ่าน Nietzsche คือการโต้แย้ง Karl Marx ในด้านศีลธรรมแบบปัจเจกโดยชัดเจน

เพิ่มเติม Revolution กับ Evolution มีความหมายต่างกัน ตรงที่ Revolution คือสิ่งที่มนุษย์พยายามโต้ตอบกับผู้มีอิทธิพล การสู้กันระหว่าง นายและทาส

แต่ Evolution มันคือ วิวัฒนาการผ่านเทคโนโลยี ต่างๆ ที่มนุษย์สามารถคิดค้นมันไปได้

Bitcoin สำหรับผมคือ Evolution และ มนุษย์จะหันมามีศรัทธาต่อความเชื่อ และ ค้นพบสิ่งที่เรียกว่า “จิตวิญญาณที่แท้จริง”

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เอาไปเลย 10 นิชเช่!