“เห็นจักรวาลทั้งจักรวาล

จะมีความหมายอะไร”

ว่าด้วยเรื่องคุณค่าและมูลค่า….

ต้นไม้ที่เราปลูกจะบอกว่าเรา

เป็นคนอย่างไร...

ปลูกต้นไม้นั้นถ้ามองแต่เรื่องมูลค่า

ก็อาจจะได้แต่ต้นพะยูงเต็มสวน

แต่ถ้าก้าวข้ามเรื่องของมูลค่ามาได้

เราอาจจะมองเห็นคุณค่าในต้นไม้ชนิดต่างๆ

มากมาย

ต้นไม้แต่ละชนิดมีคุณค่าด้านต่างๆแตกต่างกันออกไป การใช้งานใช้ประโยชน์ก็แตกต่างกันออกไป

บางชนิดเป็นแหล่งอาหาร

ใบกินได้ ยอดกินได้ ผลกินได้ เมล็ดกินได้

บางชนิดเป็นไม้ใช้สอย ใช้ทำฟืนหุงหาอาหาร

ใช้ทำโรงเรือนคอกปศุสัตว์ ใช้ทำเสาบ้าน ทำพื้นกระดาน ทำเครื่องเรือน ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำเครื่องใช้ต่างๆ แตกต่างกันออกไปตามคุณสมบัติของต้นไม้ชนิดนั้นๆ

บางชนิดแม้กินไม่ได้ เนื้อไม้ใช้งานไม่ได้

แต่ก็ยังให้คุณค่าทางจิตใจ เพียงมองเห็นต้นไม้บางชนิดค่อยๆเติบใหญ่ ได้ดอมดมกลิ่มหอมยามมันผลิดอกบานสะพรั่ง ก็อิ่มเอมใจปิติล้นเหลือมิรู้คลาย

ถ้าเราปลูกต้นไม้เพราะเห็นคุณค่าในต้นไม้

เดี๋ยวเรื่องมูลค่ามันจะตามมาเอง

“คุณค่าของต้นไม้”

คือสิ่งที่มีโดยเนื้อแท้ ของต้นไม้ชนิดนั้นๆ (ประโยชน์ของต้นไม้ชนิดนั้นๆ) และยังหมายรวมถึงสิ่งที่ผู้คนหนึ่งๆ รู้สึก แก่ต้นไม้ชนิดนั้นๆด้วย (คุณค่าทางจิตใจ)

“มูลค่าของต้นไม้”

คือสิ่งที่มนุษย์เราประเมินค่า ตีราคา ออกมาเป็นตัวเงิน ว่าต้นไม้นั้นๆ มีราคาเท่าไหร่ มีมูลค่าเท่าไหร่

ซึ่งมูลค่าของต้นไม้ชนิดต่างๆ ก็แตกต่างกันออกไป ตามแต่มนุษย์เราจะให้ค่าให้ราคา

บางชนิดมีมูลค่า เพราะใช้กิน กินยอด กินใบ กินดอก กินผล กินเมล็ด

บางชนิดมีมูลค่า เพราะคุณภาพของเนื้อไม้ ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้สร้างบ้าน ใช้ทำของใช้ต่างๆ ไปยันใช้ทำเครื่องดนตรี

บางชนิดมีมูลค่า เพียงเพราะใช้ปลูกประดับบ้านเรือน เพื่อให้สุนทรีรมณ์ ผู้คนให้มูลค่าเพราะมีคุณค่าทางจิตใจ

บางชนิดมีมูลค่าเพราะความหายาก

บางชนิดมีมูลค่าเพราะการเกร็งกำไร

แต่ไม่ว่าต้นไม้ชนิดต่างๆจะมีมูลค่าเท่าไหร่

มีมูลค่าเพราะประโยชน์ของต้นไม้นั่นๆจริงๆ

หรือมีมูลค่าเพียงเพราะการเกร็งกำไร ผู้คนจะตีราคาให้มากหรือน้อย นั่นเป็นเรื่องของตลาด

สุดท้ายแล้วราคาของมัน

ก็จะวิ่งเข้าหามูลค่าที่แท้จริง

ที่ควรจะเป็นเสมอ

และแน่นนอน มนุษย์แต่ละคนให้ค่าให้ราคาต้นไม้แต่ละต้นแตกต่างกันไป และบางคนก็อาจจะไม่ให้ค่าให้ราคากับต้นไม้เลยก็ได้

นั่นเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล

ถ้าเราปลูกต้นไม้เพราะเห็นคุณค่าในต้นไม้

เดี๋ยวเรื่องมูลค่ามันจะตามมาเอง

แต่มองเพียงแค่ต้นไม้นั้นย่อมไม่เห็นป่าทั้งป่า

มองเพียงแค่ป่าก็ย่อมไม่เห็นความเป็นจริงของโลกใบนี้ มองเพียงโลกใบนี้ย่อมไม่เห็นเดือนดารา

ถ้ามองเพียงโลกใบนี้และเดือนดารา

ไฉนเลยจะเห็นจักรวาลทั้งจักรวาล

เห็นจักรวาลทั้งจักรวาลจะมีความหมายอะไร

หากไม่เห็นตนเอง

เห็นเพียงแค่ตนเองชีวิตนี้ก็คงจะไร้สิ้นซึ่ง

จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์

หากมองไม่เห็นผู้อื่น....

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#เกษตรกรรมธรรมชาติ

#เกษตรเชิงนิเวศ

#siamstr

ทรัพย์สินที่เราสร้าง สิ่งที่เราเก็บออม

หรือสิ่งที่เราลงทุน ก็จะบ่งบอกว่าเรา

เป็นคนเช่นไร….

มองเพียงแค่เรื่องมูลค่า

มองเพียงแค่เรื่องผลตอบแทน

หรือมองไปถึงคุณค่าและประโยชน์

ถึงแก่นแท้ด้านใน

อ่านแล้วนึกถึงเรื่องเล่าของจวงจื่อ

ฮุ่ยจื่อ สนทนากับ จวงจื่อ

ในคัมภีร์เต๋าของจวงจื่อ มีบทสนทนา

ที่จวงจื่อพูดคุยกับฮุ่ยจื่อ และสะท้อนการมองเห็นประโยชน์ของสิ่งไร้ประโยชน์ (จริงๆแล้วทุกสิ่งล้วนมีประโยชน์ในตัวของมันเอง)

----------------

เรื่อง: น้ำเต้ายักษ์

ฮุ่ยจื่อ บ่นกับจวงจื่อ เรื่องเมล็ดพันธุ์น้ำเต้ายักษ์ ว่า “…ข้าก็ได้นำมาปลูกจนเติบโต ออกผลใหญ่ยักษ์บรรจุได้ห้าหาบ ข้าพยายามใช้มันเป็นภาชนะบรรจุน้ำ แต่ก็หนักจนเกินกว่าจะยกขึ้น จึงได้ผ่ามันออกเป็นสองซีก ทำเป็นกระบวย กระนั้น ก็ยังใหญ่เกินกว่าที่จะจ้วงลงไปตักตวงสิ่งใดขึ้นมา …ข้าคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ใช้สอยอันใด จึงได้ทุบมันแตกแหลกเป็นเศษเสี้ยว”

จวงจื่อบอกประโยชน์ของน้ำเต้ายักษ์ ไปว่า “ท่านดูจะไม่ถนัดในการใช้สอยสิ่งใหญ่เสียจริง “…ทำไมไม่คิดนำมันมาทำเป็นเรือล่องไปตามลำน้ำและทะเลสาบ แทนที่จะหงุดหงิดรำคาญกับความใหญ่เทอะทะและไร้ประโยชน์ของมัน ไยท่านช่างปล่อยให้วัชพืชปกคลุมจิตใจถึงปานนี้”

------------------

เรื่อง: ต้นไม้หงิกงอและตะปุ่มตะป่ำ

ฮุ่ยจื่อ ยังไม่ลดละ เขาหยิบอีกตัวอย่างมาเถียงกับจวงจื่อ ต่อไปว่า “ข้ามีต้นไม้ใหญ่…ลำต้นคดเคี้ยวเต็มไปด้วยปุ่มปมมากเหลือเกิน จนไม่อาจใช้สายวัด อีกทั้งกิ่งก้านหงิกงอเคี้ยวคด จนไม่อาจใช้วงเวียนหรือไม้ฉากได้ บรรดาช่างไม้ที่เดินผ่านมาพบมันเข้า ไม่มีแม้คนเดียวที่จะเหลียวกลับมามอง คำพูดของท่านก็เช่นกัน ช่างฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ไร้ประโยชน์ ผู้คนล้วนระอาเอือมหน่ายหนี”

จวงจื่อ จึงชี้หนทางให้ฮุ่ยจื่อฟังว่า “ไยท่านไม่นำมันไปปลูก ณ หมู่บ้านแห่งความว่างเปล่า หรือทุ่งกว้างอันเวิ้งว้าง ผ่อนพักหรือนอนเล่นอย่างเป็นสุขอิสระใต้ร่มเงาอันแผ่กว้างของมันเล่า ไม้ใหญ่จักรอดพ้นจากคมขวานและเพทภัยทั้งปวง ในเมื่อไม่มีประโยชน์อันใด ยังจะมีความโศกเศร้าเจ็บปวดใดบังเกิดแก่มันได้”

nostr:nevent1qqsq3mhjv0fzjr85uwgnv87jh3mshxwl8u23npvnfg6u0gmplp59v4sppemhxue69uhkummn9ekx7mp0qgsvumacydht0xrgylgcz7hlvqmumyendkuuenyaha539dyr2fk903qrqsqqqqqpk4k6gw

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.