พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวถึงในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พ.ศ. ๑๙๘๖ ว่า
“ข้าวเปลือกแพงทะนานละ ๘๐๐ เบี้ยๆ เฟื้องละ ๘๐๐ เบี้ย ข้าวเกวียนหนึ่งเป็นเงิน ๓ ชั่ง กับ ๑๐ บาท”
และบันทึกต่อมาใน พ.ศ. ๒๐๔๙ (๖๓ ปีต่อมา) กล่าวถึงราคาข้าวสารอีกครั้งหนึ่ง ใจความว่า
“ ... ๓ ทะนานต่อเฟื้อง เบี้ย ๘๐๐ ต่อเฟื้อง เกวียนหนึ่งเป็นเงิน ๑ ชั่ง ๒ ตำลึง ๑ บาท ๑ สลึง” -



[เงินพดด้วงสมัยอยุทธยาทำจากโลหะหลายประเภท (Precious metals money) ทั้งเงิน และ ทองคำโดยใช้หอยเบี้ยควบคู่ไปด้วย เป็นหน่อยเล็กที่สุดของเงิน ]
เปรียบเทียบราคาจากสองสมัย จะเห็นว่าเมื่อผ่านไป 63 ปี
ราคาข้าวสารซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น ที่ทุกคนต้องกินทุกวัน กลับมีราคาถูกลง
จาก 800 เบี้ยได้ข้าวสาร 1 ทะนาน เป็น 800 เบี้ยได้ข้าวสาร 3 ทะนาน
(1 ทะนาน ประมาณ 1 ลิตร)
เมื่อค่าเงินถูกตรึงอัตตราแลกเปลี่ยนไว้เท่าเดิม (800 เบี้ย = 1 เฟื้อง) สามารถอนุมานได้มั้ยว่าอยุทธยามีเศรษฐกิจที่โตอย่าง Healthy บนพื้นฐานเงินสร้างยาก ?
จึงทำให้เมื่อเวลาผ่านไป สินค้าบริโภคราคาถูกลง เพราะมีเงินที่ดีใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ??
#Thainostrich #Siamstr