การบรรยายสุดยอดมากครับ พี่ปกป้องเล่าเรื่องให้เห็นภาพของการพิมพ์เงินได้อย่างเข้าใจง่ายมาก พอดีผมติดภาระกิจที่ห้องอื่นเลยเพิ่งได้กลับมาดูย้อนหลัง มีข้อสงสัยเล็กน้อยครับ

ในเมื่อการเสกเงินขึ้นมาเช่น "เงินฝาก"ได้จำเป็นต้องมีลูกหนี้มาหนุนหลัง และลูกหนี้ก็มีภาระต้องชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยซึ่งมากกว่าเงินที่เสกขึ้นมา นั่นหมายความว่าจะต้องมีการเสกเงินจะต้องเกิดขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อมาชำระหนี้ก่อนหน้า ไม่มีที่สิ้นสุดรึเปล่าครับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

สวัสดีครับ😊

ถ้าพูดแบบง่ายๆก่อนก็คือ ถ้า ลูกหนี้ ใช้หนี้ด้วย ทรัพย์สินที่องค์กรนั้นเสกไม่ได้ หนี้จะลด แต่ถ้าใช้หนี้ด้วยทรัพย์สินที่องค์กรนั้นเสกได้นี่จะเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นแน่นอนครับ

เช่นถ้า ลูกหนี้สามารถหา ทรัพย์สินที่ธนาคารนั้นเสกไม่ได้ มาจากแหล่งอื่น เช่น ในธนาคารเอกชน ความเป็นลูกหนี้ ต้องถูกชำระโดยเงินที่ธนาคารเอกชนเสกไม่ได้ เช่น “ธนบัตรที่ออกโดยธนาคารกลาง”

หรือในกรณี ธนาคารกลางก็คือ “ ทองคำหรือเงินสกุลต่างประเทศ” หนี้ก็จะลดลงได้

เพราะเท่ากับ ลูกหนี้ ทำให้ทรัพย์สินที่เสกไม่ได้ของธนาคารมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยลูกหนี้จะหาว่ายังไงก็ได้ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย เอาทรัพยากรสิ่งของไปแลกหรือ จะไปกู้สิ่งของที่เสกไม่ได้เหล่านั้นมาจากคนอื่นที่เสกได้หรือผลิตได้

เพราะเราต้องจำว่าในระบบนี้เงินถูกผลิตได้ด้วยองค์กรที่หลากหลาย และอยู่ต่างระดับกัน

แต่ถ้าหาไม่ได้เลย ลูกหนี้ก็ต้องทำการ ชำระด้วยการ กู้กับธนาคารผู้คนเดิม กู้หนี้ใหม่ไปใช้หนี้เก่า ในปริมาณที่มากขึ้นเพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วยซึ่งมันก็คือ การรีไฟแนนซ์หนี้ตัวเอง ซึ่งก็จะเพิ่มปริมาณเงินในระบบ และมันจะสร้างภาพลวงตาว่าเค้าชำระหนี้ได้ แต่เป็นแค่การกู้หนี้ใหม่ไปใช้หนี้เก่า และในกรณีแบบนั้น หนี้จะสูงขึ้นเรื่อยๆครับ😊

ขอบคุณมากครับ เข้าใจกระจ่างเลย

ถ้าอย่างนั้นที่ ธนาคารนึงก็จะสามารถเสกเงินมาเพื่อใช้หนี้อีกธนาคารได้เพราะธนาคารนั้นเสกไม่ได้ แล้วเกิดการเสกเงินมาใช้หนี้ต่อเป็นทอด ๆ ได้เลยใช่มั้ยครับ😱

มีส่วนถูกครับ ถ้าลงลึกงรายละเอียดจริๆ จะค่อนข้างเยอะ ผมอาจอาจจะทำซัก Episode เพื่ออธิบายเรื่องนี้แบบละเอียดอีกทีนะครับ 😊

อย่างการรีไฟแนนซ์บ้าน ปรับโครงสร้างหนี้แบบนี้ใช่ไหมคะ

ใช่ครับถ้ายิ่งรีไฟแนนซ์ ในธนาคารเดียวกันนะครับ😊