เพื่อนๆ #siamstr หลายคนแชร์ประสบการณ์งาน East101
งานที่เราพลาดเพื่อขอแลกกับเป้าหมายของตัวเอง
.
เลยอยากมาแชร์เรื่องราวของเราในวันนี้บ้าง
เราตั้งใจจบมาราธอนที่สนามนี้ ปีนี้
นับตั้งแต่วันที่วิ่ง 21K แรก จบเมื่อปีที่แล้ว
.
สนาม ATM มันเป็นสนามที่พาตัวเองทะลุข้ามกำแพงเป็นครั้งแรก
ปีที่แล้ว เราลงวิ่ง 21K สนามนี้
แบบไม่รู้สี่รู้แปด มันเป็นการวิ่งครั้งที่ 2 ในรอบ 5 ปี ซึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าเราลงวิ่ง 10K ลงไปแบบไม่เคยวิ่งมาก่อน ชนิดที่แค่ 1K ก็ไม่เคยวิ่งเลย
.
ทำไมเรากระโดดข้ามระยะแบบนั้น
เหตุผลคือเห็นระยะมันเยอะดี คุ้มค่า ก็เลยลง วิ่งไปก็ถามตัวเองไป มาทำอะไรตรงนี้ว่ะ 😂
.
หลังจากวิ่ง 21K จบ ณ จุดเลยเส้นชัยไปเล็กน้อย เราบอกกับตัวเองว่า
”ปีหน้าจะมาจบมาราธอนที่นี่ให้ได้“
เราแค่อยากพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
ว่าเราจะข้ามกำแพงอีกอันไปได้อีกไหม
.
มันง่ายมากที่จะยอมแพ้ แล้วล้มเลิกความตั้งใจนั้นซะ!
.
เรามีเวลาซ้อมวิ่งสำหรับ 42K อีก 6 เดือน หลังจากจบ 21K ครั้งที่ 2 กับเพื่อน
เราออกกำลังกาย วางตารางออกกำลังกายจริงจัง และบ้าคลั่งอยู่ 2 เดือนครึ่ง
จนเกิดอาการ Overtraining และต้องหยุดเพื่อฮีลตัวเองไปอีกหลายเดือน
.
ก่อนวันงานเริ่มสัก 2 สัปดาห์ มีการประกาศว่าจะจัด East101 เราที่ซ้อมไม่ถึงแน่ๆก็ลังเลแล้วล่ะ ว่าหรือจะไปงานมีทอัพ แล้วเทงานวิ่งดี
แต่...ไม่! เราตั้งใจแล้ว
.
เมื่อคืนหลังจากออกไปรับบิบและทานเนื้อ
เรากลับบ้านและพบว่า เชี่ยเอ้ย! ปจด.มา
มันมาก่อนเวลา 7 วัน
(บังเอิญแท้ๆ เหมือนงาน east 101 เลย!)
.
ด้วยอุปสรรคทางร่างกายที่เกิดขึ้น มันบั่นทอนความตั้งใจ อยากให้เราล้มเลิกหลังร่างกายเริ่มชนกำแพงแล้ว
.
ที่จุด 31K นับเป็นจุดที่เราประทับใจที่สุด
มันเป็นจุดวัดใจจริงๆ ที่ให้เลือกว่า
จะเดินข้ามจุดเช็คพอยท์ที่อยู่ห่างไปแค่ 1 เมตร หรือหยุดตรงนี้ รับเสื้อ DNF (Do Not Finish)
แล้วนั่งพักซะ มันจบแล้ว
.
แต่ถ้าเลือกที่จะข้ามเส้นแล้วไปต่อ
อีก 11K ที่เหลือ ต้องสู้ แล้วไปเผชิญปัญหาเอาข้างหน้า ที่พร้อมจะคัดเราออกตลอดเวลา
และเสี่ยงไม่ได้อะไรกลับบ้านไปเลยทั้งเสื้อและเหรียญ
.
ในใจตอนนั้นมันเต็มไปด้วย ”ยูขี้แพ้“
ที่กระซิบบอกว่า หยุดซะ! พอเถอะ! ปีหน้าค่อยเอาใหม่, เท้าล้มในแล้วว่ะ พอไหม, มึงมี ปจด. นะ หยุดเถอะ
ทุกเหตุผลของคนขี้แพ้ รุมยิงเข้ามาในหัวของเรา
.
แต่ในที่สุด “ยูผู้ไม่ยอมแพ้” ก็ตัดสินใจพาขายกข้ามเส้นเช็คพอยท์สู้ต่อ พยายามพาตัวเองเข้าเส้นชัยให้ได้
เหตุผลที่เราเลือกไปต่อเพราะ เราเลือกแล้วว่าจะพลาดมีทติ้ง เราต้องทำเป้าหมายของเราให้จบ และ มีอีกคนที่เขายอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาร่วมดีใจกับเราที่หลังชัย ซึ่งสนามก่อนๆเขาไม่เคยมา 🤣
ถ้าเราวิ่งจบมันคงเป็นความรู้สึกที่สมบูรณ์แบบมากกว่า ในใจของทั้งเขาและเรา
(ไม่อยากให้เขาคิดว่า ก่อนหน้านี่วิ่งจบตลอด พอเขามาวิ่งไม่จบเลย)
.
และนั้นทำให้ถ้าต้องเดินก็จะเดินให้ไวที่สุด มีแรงกลับมาก็ค่อยๆจ๊อกกิ้งไป recovery ตัวเองไปเรื่อยๆตลอดทาง ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ ตอน 8-9 โมงเช้า
.
และอีกเรื่องคือด้วยความวิ่งช้า จุดบริการผลไม้ต่างๆ ไม่มีอะไรเหลือแล้วสักอย่าง เลยไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่ 2 ทุ่มของเมื่อวาน
.
Run on fat มาตลอดทาง จน กม.ที่ 28
เกลือแร่แก้วแรกถูกเติมไปเพิ่มพลังงาน และ ตามมาด้วยฝรั่ง กม.ที่ 31 และ เกลือแร่อีกครึ่งแก้ว
ในจุดต่อมา
.
และใช่ ฉันทำได้!
มันจบสวยงามที่สุดแล้ว ตามเป้าหมายของมัน
จะไม่มี 2nd Marathon มาแก้มือ ในเร็วๆนี้ 🥹
#runstr #bitcoinrunners 