สกทาคามี: ผู้จวนถึงการหลุดพ้นในวาระหน้า และโสดาบัน: ผู้ไม่กลับไปสู่อบาย

ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ตถาคตได้ทรงจำแนก “พระอริยบุคคล” ออกเป็นสี่ขั้นตอนแห่งการหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ ได้แก่ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันต์ ซึ่งแต่ละขั้นคือความเจริญทางจิตที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีรากฐานอยู่ที่การรู้แจ้งอริยสัจสี่ การสลัดสังโยชน์ และการตัดอัตตาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

โสดาบัน (ผู้เข้าสู่กระแสธรรม)

โสดาบัน เป็นบุคคลที่ “ตถาคตตรัสชัด” ว่า ไม่กลับไปเกิดในอบายอีกต่อไป ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน เพราะได้ละสังโยชน์ 3 ประการแรก ได้แก่:

1. สักกายทิฏฐิ – ความเห็นว่า “ตัวเราเป็นขันธ์นี้”

2. วิจิกิจฉา – ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย

3. สีลัพพตปรามาส – ความเชื่อมั่นในศีลพรตหรือพิธีกรรมว่าให้ถึงความหลุดพ้นได้

แต่ยังมี “ราคะ โทสะ โมหะ” เหลืออยู่บาง ๆ อยู่ในจิต กล่าวได้ว่า “โสดาบันเป็นผู้ตื่นจากความเชื่อที่ผิด และเห็นกระแสแห่งนิพพานเป็นทางตรง ไม่วกวนอีกต่อไป”

โสดาบันจะ เวียนว่ายในภพอย่างมากไม่เกินเจ็ดครั้ง และย่อมไม่ตกต่ำอีก กล่าวได้ว่า แม้จะยัง “เห็นแก่ตัวบางระดับ” ยังมีกิเลสที่หยาบอยู่ แต่ ได้รู้แจ้งความจริงว่าตนมิใช่ตน และธรรมทั้งหลายเป็น “อนัตตา”

โสดาบัน 3 ประเภท

1. เอกพีชี – จะเกิดอีกเพียงชาติเดียวก่อนบรรลุอรหันต์

2. โกลังโกลี – เกิดอีกสองสามชาติแล้วจะถึงที่สุด

3. สัตตักขัตตุปรมะ – เกิดไม่เกิน 7 ชาติแล้วจะสิ้นสังสารวัฏ

สกทาคามี (ผู้กลับมาอีกครั้งเดียว)

สกทาคามี คือลำดับถัดไปจากโสดาบัน เป็นผู้ที่กลับมาเกิดใน “โลกมนุษย์หรือเทวดาชั้นกาม” อีกเพียงครั้งเดียว และจะบรรลุอรหัตผลในชาติสุดท้ายนั้น โดยมีพัฒนาการชัดเจนจากโสดาบันใน 2 ด้านสำคัญ:

• ราคะ โทสะ โมหะ เบาบางลงมากยิ่งขึ้น

• มีสมาธิเจริญขึ้น และใกล้แตะนิพพานในจิตเป็นพัก ๆ

พระพุทธเจ้าตรัสใน สุตตนิบาต ว่า “สกทาคามี เป็นผู้เจริญขึ้นในศีล สมาธิ ปัญญา โดยยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่เสื่อมถอย” เรียกได้ว่า “มั่นคงในธรรม” อย่างลึกซึ้ง เห็นความไม่เที่ยงได้ถี่ขึ้น และวางใจจากโลภะโทสะได้มาก

เขาเป็นผู้ที่ แตะกระแส “นิพพาน” ชั่วขณะได้ จากสมาธิที่แก่รอบ มี “สติปัฏฐานมั่นคง” และอาศัยกายคตาสติในการเห็นความจริง

ภพภูมิที่ไปเกิด: โสดาบัน vs สกทาคามี

• โสดาบัน: จะเกิดได้ใน มนุษย์ หรือ เทวดาชั้นกามาวจร ที่ไม่ต่ำกว่านิมมานรดี

• สกทาคามี: จะเกิดอีกครั้งเดียวในมนุษย์หรือเทวดาชั้นกาม แล้วจะบรรลุอรหัตผล

สำคัญคือ โสดาบันยังอาจมีการเกิดอีกหลายภพชาติ แม้ไม่ตกอบาย แต่ยังมิได้ละกามอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ สกทาคามีคือผู้เข้าใกล้ที่สุดแห่งความไม่กลับมา ดังพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “สกทาคามีคือผู้บรรลุผลจากสมถะและวิปัสสนาที่เป็นไปพร้อมกัน”

สมาธิ และการแตะนิพพานของสกทาคามี

สมาธิของสกทาคามี เข้มขึ้นและมีอัปปนา (แนบแน่น) ซึ่งส่งผลให้จิตเกิด อธิจิต ที่สามารถละราคะ โทสะ ได้บ่อยขึ้น และบางครั้ง “สัมผัสรสของนิพพาน” ในฌาน แม้ยังมิได้บรรลุอรหันต์

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ผู้ใดรู้แจ้งเหตุแห่งทุกข์ ย่อมตัดเหตุได้” สกทาคามีคือผู้เห็นเหตุในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อย่างเป็นกระแสไม่ขาดตอน ทำให้ปัญญาเริ่มแทรกซึมเข้าไปในความรู้สึกเดิม ๆ

สังโยชน์ที่เหลืออยู่ในสกทาคามี

แม้สกทาคามีจะละสังโยชน์ 3 ข้อแรกเช่นเดียวกับโสดาบัน แต่ยังเหลืออีก 7 อย่าง โดยเบาบางลงในระดับหนึ่ง ได้แก่:

1. ราคะในกาม

2. โทสะ

3. รูปราคะ

4. อรูปราคะ

5. มานะ

6. อุทธัจจะ

7. อวิชชา

สกทาคามีทำให้ราคะและโทสะอ่อนลงอย่างมาก จนบางทีกล่าวได้ว่า “จิตเขาหายใจกลิ่นของวิมุตติอยู่เสมอ” แต่ยังมีอุปาทานเบา ๆ เหลืออยู่ จึงยังไม่สิ้นอาสวะ

บทสรุปเชิงพุทธวจน

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ละสังโยชน์สาม ประพฤติสังวรในศีล ย่อมไม่เสื่อมจากธรรม และมีปัจจัยสิ้นชาติได้แน่นอน” — พระสูตรในสังยุตตนิกาย

โสดาบันคือผู้รู้ธรรม แต่ยังต้องปฏิบัติอย่างไม่หยุด สกทาคามีคือผู้ที่ “จิตใกล้หลุดพ้น” และเริ่มลิ้มรสนิพพานในฌานอย่างลึกซึ้ง มีศรัทธามั่นคงขึ้น มีสมาธิเป็นทุน และปัญญาแผ่วเบาความยึดติดในกาม อัตตา และรูปนาม

ในสายตาของตถาคต ทั้งโสดาบันและสกทาคามีเป็นบุคคลประเสริฐ แต่ต่างกันที่ความกล้าหาญในการถอดถอนอวิชชาในระดับลึกขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความแตกต่างระหว่าง “โสดาบัน” และ “สกทาคามี” ตามที่ปรากฏใน พุทธวจน และสื่อภาพที่คุณส่งมา บทความนี้จะอธิบายโดยอิงจากพระพุทธดำรัสอย่างแท้จริง มิใช่เพียงตามความเห็นของภายหลัง พร้อมเจาะลึกเรื่อง ภพที่ไปเกิด, สังโยชน์ที่ละได้, และ การแตะนิพพานในสมาธิ อย่างแยบคาย

โสดาบัน: ผู้เข้าสู่กระแส

๑. ความหมายแท้

“โสดาบัน” (Sotāpanna) แปลตรงตัวว่า “ผู้เข้ากระแส” คือผู้ที่ “ตถาคตกล่าวว่า ไม่พึงตกนรก ไม่พึงเกิดในเปรต อสุรกาย เดรัจฉาน ไม่พึงกลับมาเกิดในอบายอีก” (พระไตรปิฎก เล่ม ๙ ข้อ ๕๘๒)

๒. ละสังโยชน์ได้ ๓

• สักกายทิฏฐิ: ความเห็นว่า “รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนี้คือเรา”

• วิจิกิจฉา: ความลังเลสงสัยต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

• สีลัพพตปรามาส: การยึดมั่นในศีลวัตรและพิธีกรรมว่าสามารถทำให้หลุดพ้นได้

๓. ประเภทโสดาบัน (อิงจาก พุทธวจน)

1. เอกพลีกี: กลับมาเกิดในโลกมนุษย์อีกหนึ่งครั้งเท่านั้น

2. โกลังโกลี: เกิดอีก ๒–๓ ชาติ

3. สกทาคามี: แม้จะถูกระบุแยก แต่บางพระสูตร (เช่น สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) ก็ถือว่าสกทาคามีเป็นโสดาบันขั้นสูง

“โสดาบันยังไม่พ้นกาม แต่ไม่หลงกามอีกแล้ว เหมือนปลาที่ยังอยู่ในน้ำ แต่ไม่ดำน้ำอีก” — พุทธพจน์อุปมา

๔. ภพที่เกิดได้: มนุษย์ และ สวรรค์ชั้นกามาวจรเท่านั้น (ชั้น ๑–๖)

สกทาคามี: ผู้กลับมาอีกเพียงครั้งเดียว

๑. ความหมาย

“สกทาคามี” (Sakadāgāmī) แปลว่า “ผู้กลับมาอีกครั้งเดียว” คือ ผู้ที่ยังมีชาติในโลกมนุษย์หรือสวรรค์อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วจะเข้าสู่นิพพาน ไม่เวียนว่ายอีก

“ผู้มีราคะ โทสะ โมหะ เบาบางลงเป็นอย่างยิ่ง” — พุทธวจน

๒. สังโยชน์: ละ ๓, บรรเทาอีก ๓

• ละได้เหมือนโสดาบัน (๓ สังโยชน์แรก)

• ราคะ โทสะ โมหะ “ยังไม่สิ้นแต่เบาบางลงอย่างชัดเจน”

๓. ภพที่เกิดได้: เฉพาะใน โลกมนุษย์ หรือ สวรรค์ อีกครั้งเดียว แล้วพ้น

การแตะนิพพาน + สมาธิ

นิพพานในโสดาบัน

“โสดาบันแตะต้องนิพพานธาตุในสมาธิแล้วจริง แต่ยังไม่ถาวร” — พระสูตรว่าด้วยโคอ่อน (ขุททกนิกาย)

หมายความว่า ขณะเข้าฌานสมาธิและมีวิปัสสนาญาณ โสดาบันจะสัมผัส “นิพพาน” ซึ่งเป็น อสังขตธรรม หรือสิ่งที่ไม่เกิดดับ ไม่ประกอบด้วยเหตุปัจจัย

นิพพานในสกทาคามี

การแตะนิพพานยังมีอยู่ แต่ความมั่นคงในสมาธิสูงขึ้น ราคะ โทสะเบาบางลง ความรู้สึกตัวต่อความไม่เที่ยง — ทุกข์ — อนัตตาชัดขึ้นมาก

อุปมาจากภาพ

ภาพที่คุณแนบมานั้นเปรียบสภาวะของผู้ปฏิบัติเป็น “การว่ายน้ำ”:

• โสดาบัน = ผู้ที่ลงน้ำแล้ว เริ่มว่ายบ้างแล้ว ยังมีแรงคลื่นแห่งกิเลส

• สกทาคามี = ว่ายมั่นคงกว่า แต่ยังไม่ถึงฝั่ง

• อนาคามี = พ้นคลื่นทะเล แต่ยังไม่ขึ้นฝั่ง

• อรหันต์ = ขึ้นฝั่งแล้ว ไม่ต้องกลับไปทะเลอีก

ข้อสรุปเชิงพุทธวจน

• โสดาบันคือผู้ไม่หวนสู่อบาย มีการสัมผัสนิพพานอย่างแน่ชัดแล้ว

• สกทาคามีคือผู้ที่มีความมั่นคงเพิ่มขึ้นในปัญญา สมาธิ ศีล และราคะโทสะเบาบางลง จนใกล้เป็นอนาคามี

• ทั้งสองยัง “อยู่ในกระแส” แห่งการชำระสังโยชน์

• นิพพานไม่ใช่ที่อยู่ ไม่ใช่สิ่งมีตน แต่เป็น ธรรมชาติที่ไม่ประกอบด้วยเหตุปัจจัย (อสังขตธรรม) ซึ่งผู้รู้ชัดจะไม่มีการยึดถืออีกเลย

#Siamstr #nostr #ธรรมะ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.