อวกาศ และ อากาศ เป็น “สังขตธรรม” (มีเหตุปัจจัยเนื่องกันให้เกิด) หรือเป็น “อสังขตธรรม” (ไม่ได้มีเหตุปัจจัยเนื่องให้เกิด) ❓

1. อวกาศ (Space)

อวกาศ หมายถึง “ความว่างเปล่า” เช่น ช่องว่างระหว่างสิ่งของหรือพื้นที่ที่ไม่มีอะไรอยู่เลย

• ทำไมถึงเป็นอสังขตธรรม?

เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากเหตุปัจจัยอะไรเลย มันเป็น “ความว่าง” ที่ไม่มีการเกิด ไม่มีการดับ มันแค่อยู่เฉยๆ

ตัวอย่างง่ายๆ:

• ช่องว่างในแก้วน้ำ: แก้วน้ำอาจมีน้ำอยู่ข้างใน แต่ช่องว่างในแก้วนั้นไม่มีสิ่งใดมาเติมแต่ง เป็นความว่างที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

• ช่องว่างระหว่างดวงดาวในอวกาศ: ไม่มีสิ่งของ ไม่มีอากาศ เป็นแค่ความว่างเปล่า

ดังนั้น อวกาศ ไม่เปลี่ยนแปลง จึงจัดเป็น อสังขตธรรม

**เพิ่มเติม

• อวกาศในเชิงฟิสิกส์: แม้ว่าอวกาศดูเหมือนจะว่างเปล่า แต่จริงๆ แล้วมันเต็มไปด้วยพลังงานและอนุภาค เช่น รังสีคอสมิกหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้

• แต่ความว่างของอวกาศเองไม่เปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนแปลงที่เราพูดถึงในทางวิทยาศาสตร์คือการเปลี่ยนแปลงของวัตถุหรือพลังงานภายในอวกาศ ไม่ใช่อวกาศ (ความว่างเปล่า) เอง

ตัวอย่าง:

• ดวงดาวเคลื่อนที่ในอวกาศ แต่มิติความว่างของอวกาศไม่ได้เปลี่ยนไป

• คลื่นพลังงานวิ่งผ่านอวกาศ แต่ช่องว่างไม่ได้รับผลกระทบ

2. อากาศ (Air)

อากาศ หมายถึง “ลม” หรือ “อากาศที่เราหายใจ” เช่น อากาศรอบตัวเราหรือในชั้นบรรยากาศ

• ทำไมถึงเป็นสังขตธรรม?

เพราะอากาศมีการเปลี่ยนแปลง เกิดจากเหตุปัจจัย เช่น การเคลื่อนตัวของลม อุณหภูมิ ความดัน หรือมลภาวะต่างๆ อากาศไม่ได้อยู่คงที่ และสามารถเกิดขึ้น-ดับไปได้

ตัวอย่างง่ายๆ:

• ลมพัด: ลมเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิและความดันในธรรมชาติ ลมไม่ได้อยู่ตลอดเวลา บางวันพัดแรง บางวันสงบ

• อากาศที่เราหายใจ: มันประกอบด้วยก๊าซต่างๆ เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน และเกิดการหมุนเวียนอยู่เสมอ

ดังนั้น อากาศ มีการเปลี่ยนแปลงและปรุงแต่งจากธรรมชาติ จึงจัดเป็น สังขตธรรม

สรุปแบบง่ายๆ:

• อวกาศ คือความว่างเปล่า เช่น ช่องว่างระหว่างวัตถุ → อสังขตธรรม (ไม่เกิด-ไม่ดับ)

• อากาศ คือสิ่งที่เราเรียกว่า “ลม” หรือ “อากาศในชั้นบรรยากาศ” → สังขตธรรม (เกิด-ดับตามเหตุปัจจัย)

ถ้าคิดง่ายๆ ก็คือ อะไรที่ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย” มักจะเป็น อสังขตธรรม แต่ถ้ามันเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย จะเป็น สังขตธรรม.

❓แล้วนิพพานธาตุ เป็น “สังขตธรรม” หรือ “อสังขตธรรม“

นิพพานธาตุ ในทางธรรมะสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ดังนี้:

นิพพานธาตุ คืออะไร?

นิพพานธาตุ หมายถึงสภาวะที่สิ้นสุดจากทุกข์และกิเลสโดยสมบูรณ์ ไม่มีการเกิด ไม่มีการดับ ไม่มีความทุกข์ ความสุข หรือสิ่งใดๆ ที่ปรุงแต่ง นิพพานเป็น อสังขตธรรม เพราะไม่มีการปรุงแต่ง ไม่มีเหตุปัจจัยใดทำให้เกิดหรือทำให้ดับ

นิพพานธาตุ และความเป็นอสังขตธรรม

1. ทำไมถึงเป็นอสังขตธรรม?

• นิพพานไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัย ไม่เหมือนสิ่งอื่นๆ ในโลกที่ต้องอาศัยการปรุงแต่ง เช่น ร่างกาย อารมณ์ หรือสิ่งแวดล้อม

• นิพพานไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เกิดขึ้นและไม่ดับลง

2. ธรรมชาติของนิพพาน

• นิพพานเป็นความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร (การเวียนว่ายตายเกิด)

• ไม่มีขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) อีกต่อไป

• ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆ

เปรียบเทียบกับอวกาศและอากาศ

• นิพพานธาตุ ต่างจาก อวกาศ และ อากาศ ตรงที่:

• นิพพาน เป็น อสังขตธรรม เช่นเดียวกับอวกาศ แต่มีลักษณะพิเศษคือเป็นสภาวะที่ “หมดสิ้น” กิเลสและทุกข์

• นิพพาน ไม่มีการเปรียบเทียบกับสิ่งใดๆ ในโลกนี้ได้โดยสมบูรณ์ เพราะมันอยู่นอกเหนือการรับรู้ทั่วไป

ตัวอย่างเปรียบเทียบ

1. อากาศ:

• เป็นลมที่เคลื่อนไหว เกิด-ดับ เปลี่ยนแปลงได้ → สังขตธรรม

2. อวกาศ:

• เป็นความว่างที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง → อสังขตธรรม

3. นิพพาน:

• เป็นสภาวะที่หลุดพ้นจากการเกิดและดับโดยสมบูรณ์ ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข → อสังขตธรรม

ความสำคัญของนิพพานในพุทธศาสนา

• นิพพานเป็นเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา

• การเข้าถึงนิพพานต้องอาศัยการละกิเลสทั้งหมด เช่น ราคะ โทสะ และโมหะ

สรุป:

นิพพานธาตุเป็น อสังขตธรรม ที่ไม่เปลี่ยนแปลงและไม่มีการปรุงแต่ง เพราะมันไม่เกิด-ไม่ดับ เป็นสภาวะที่หลุดพ้นจากทุกข์และวัฏสงสารอย่างสมบูรณ์ แตกต่างจากทั้งอวกาศและอากาศที่ยังมีลักษณะเฉพาะของตน.

#Siamstr #philosopher #buddhism #religious #buddha #philosophy #nostr #dhamma #buddhateachings

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.