รัฐชาติมีความเป็น Anarchy เนื่องจาก “รัฐบาล” นี่แหละครับ หลังจากสงครามเย็นและนโยบายนีลดีลก่อนหน้านั้น รัฐชาติทำตัวเป็น State Capitalist หรือ ทุนนิยมแห่งรัฐในการปกครองประชาชน ผ่านกลไก หรือ นโยบายที่ออกไปในแนวทางทุนนิยม ภายในรัฐนั้นจะเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ และแทบจะยุ่งเกี่ยวข้องกันน้อยมาก นอกจากเปิดเสรีให้ทุนใหญ่เข้ามาลงทุน

ส่วนประเทศที่เป็น Public Government ก็จะเห็นว่ามีปัญหาต่างๆมากมาย ให้ดูตัวอย่าง อิสราเอล หรือ อย่างประเทศแถบยุโรปในปัจจุบัน

ซึ่งมันจะมีแนวคิดของกลุ่ม Elite คือการสร้าง แนวคิดเชิง One World Government อยู่ผมมองว่า เงิน คือปัญหาที่เรายังเป็น อาณัติใต้ปกครองของจักรวรรดิอเมริกา แต่ให้สังเกตุว่า อเมริกาหลังช่วง 2000 ยุ่งกับเราน้อยมาก แต่ไม่ใช่กับจีนซึ่งพยายามทำการค้าและเสนอนโยบายให้ประเทศเราอย่างหนักหน่วง ด้วยการ funding บ้าง แต่ข้อดีของรัฐบาลหลายๆรัฐบาลของเราคือเลือกทำการค้ามากกว่า ปล่อยให้ตัวของประเทศที่มีรัฐบาลมาลงทุน โดยเน้นไปที่เอกชน เพื่อการจ้างงานในประเทศ

และตัวของรัฐบาล ศาล และ ธปท เป็นผู้ควบคุมนโยบายทั้งหมด

หากจะย้อนไปถึงต้นโพสว่า ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นพวกเดียวกัน มันมองได้เพียงว่า เล่นบทเป็นนักการเมืองเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างกัน คือบริบท และแนวคิดของการปกครอง

และหากไปมองย้อนถึงแนวคิดอย่างพรรคก้าวไกล…

คุณก็รู้ว่ามันนำไปสู่อะไร และมันตรงกันข้ามกับอุดมการณ์ Bitcoiner โดยสิ้นเชิง

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.