เอาล่ะ เรามาทบทวนบทเรียนปี 2023 กันเถอะ แต่ของเราน่าจะต้องเรียกว่าทบทวนบทเรียน 5 ปีที่ผ่านมามากกว่า เพราะปีก่อนๆ ก็ไม่เคยเขียนทบทวนอะไรจริงจัง ที่ต้องย้อนหลังไป 5 ปี เพราะมันมี Nexus Event เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเราไปเลยตลอดกาล นั่นคือแฟนโดนรถชน พูดได้เต็มปากเลยว่า ก่อนหน้านั้นในชีวิตไม่เคยเจอวิกฤติมาก่อน ชีวิตปกติสุขดีมาก ปัญหาใหญ่สุดในชีวิตก่อนหน้าเรื่องนี้ก็แค่ชีวิตรักวัยรุ่น อกหักรักคุด ไม่มีใครเกือบตาย
นอกจากเปลี่ยนชีวิตเราแบบ mentally แล้ว ยังเปลี่ยนชีวิตเราแบบ physically ด้วย เพราะต้องไปดูแลแฟนช่วงที่นอนรพ. กับตอนพักฟื้น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราต้องคิดถึงคนอื่นแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่ว่าเราปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นยังไง ส่วนหนึ่งที่ทำให้ปี 2023 เป็นปีที่ดีสำหรับเรา คือ ปีนี้เป็นปีที่แฟนเรากลับมาใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการจริงๆ ได้แล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ 2-3 ปีหลังรถชนแฟนยังต้องไปไหนมาไหนกับเราตลอดเพราะยังดูแลตัวเองไม่ได้ 100% และยังต้องให้ช่วยในบางเรื่อง ทำให้หลายอย่างเราต้องตัดสินใจแทนเขาเพราะในตอนนั้นต้องอ้างอิงตามความสะดวกและงานของเราว่าเราต้องไปไหน ทำอะไร ปีนี้เป็นปีแรกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เมื่อก่อนก่อนรถชนเวลากลับบ้านเรากลับคนเดียวไง แฟนอยู่กทม. แต่ช่วงรถชนก็ต้องไปกลับด้วยกัน สำหรับเราการได้แยกกันอยู่จึงเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ไม่ใช่ว่าเพราะไม่อยากอยู่ด้วยกันนะ แต่มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าแฟนเรากลับมาพึ่งพาตัวเองได้ 100% โดยไม่ต้องให้เราช่วยแล้ว ไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจจะช่วยหรือเหนื่อยแล้วหรอกนะ แต่การช่วยของเราต่อให้เรามีความปรารถนาดีแค่ไหน พยายามเข้าใจเขาแค่ไหน สุดท้ายคนช่วยก็ต้องเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้งอยู่ดี เพราะไม่งั้นก็ช่วยลำบาก ซึ่งเมื่อเราเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้งก็เท่ากับเราได้พรากอำนาจการตัดสินใจบางอย่างไปจากเขาไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ตาม และแน่นอนว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่าการได้อำนาจ สิทธิในการควบคุมชีวิตของตัวเองกลับมา
เรื่องต่อไปคือ Stoicism กับประสบการณ์ชีวิต คือจริงๆ เราสนใจสโตอิกมานานแล้วแหละ แต่ก่อนหน้านี้ ก่อน Nexus Event สโตอิกมันเหมือนคำแนะนำดีๆ ที่เราฟังแต่ไม่ทำตามอะ 555555 ช่วงหลัง Nexus Event นี่แหละที่เราได้มานั่งตกผลึกและน้อมนำคำสอนของสโตอิกมาใช้จริงๆ อ่อ นอกจาก Nexus Event อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบข้างมากขึ้นคือไซคีเดลิก หลายคนน่าจะเคยได้ยิน All is one, one is all. มากันหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะในการ์ตูน ในซีรีส์ คำสอนอะไรต่างๆ แต่ไซคีเดลิกเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจคำนี้จริงๆ จังๆ ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของโลก ของจักรวาล ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องไปท่องทริปไซคีเดลิกเอง (แม้จะแนะนำว่าอยากให้ทุกคนลองและพร้อมเป็นซิตเตอร์ให้ก็ตาม 😆) ให้นึกว่าโลกของเรา จักรวาลของเราประกอบด้วยอะไร สสาร (อะตอม) + พลังงาน ความแตกต่างที่แยกเราออกจากสิ่งรอบตัว ให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ส่วนเดียวกับเราคืออะไร ความแตกต่างระหว่างพันธะของอะตอมรอบๆ ตัวเรา และปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มอะตอมเหล่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ทุกอย่างก็แค่อะตอมกับช่องว่างระหว่างอะตอม ถ้าจักรวาลคือผืนผ้าใบ เราก็คือองค์ประกอบหนึ่งในภาพ สีเราอาจจะต่างจากสิ่งข้างๆ แต่จริงๆ แล้วเราก็แค่เม็ดสีกับผืนผ้าใบ
ถามว่าเข้าใจเรื่องนี้แล้วมันได้อะไร บอกไม่ถูก แต่มันทำให้บางอย่างในหัวมันคลิกเข้าที่เข้าทาง ถ้าอธิบายง่ายสุดก็คงทำให้เรามี Empathy ต่อคนและทุกสิ่งรอบตัวมากขึ้น เพราะทุกอย่างรอบตัวเราก็เป็นหนึ่งเดียวกับเราแค่คนละฟอร์ม
ต่อมาอีกเรื่องที่ได้จากสโตอิกและไซคีเดลิกคือความสำคัญและทรงพลังของการรู้สติ อันนี้ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากไซคีเดลิกก่อน คือหลังจากทริปมันมักมี After effect ที่ทำให้เรารู้ตัว รู้สติ รับรู้สิ่งรอบข้างได้ดีขึ้นและโฟกัสสิ่งต่างๆ มากขึ้น นานขึ้นด้วย จำได้ว่าครั้งที่อัศจรรย์ที่สุดคือวันหลังทริปที่วันนั้นทั้งวันเรามีสติรู้ตัวเกือบทั้งวันว่าทำอะไร บางคนน่าจะจำได้ที่มีช่วงนึงที่เราพูดถึงการนั่งสมาธิ ทำสมาธิบ่อยๆ ช่วงนั้นแหละคือช่วงหลังทริป และพอได้ประสบการณ์มีสติแบบตั๋วฟรี หลังจากนั้นเราถึงได้เอาสโตอิกมาจับอีกที คือรู้สติเองแบบไม่ต้องพึ่งของเมา 55555555
ถามว่าการรู้สติมันดียังไง การรู้สติดีเพราะว่ามันทำให้เราตระหนักว่า เราจะเป็นอะไรก็ได้ I mean literally anything that humanly possible with enough time. ทำไมการรู้สติทำให้เราเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเมื่อเรารู้สติ เราจะตระหนักว่า จริงๆ แล้วเราไม่ต้องเป็นอะไรเลย ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเราก็ตาม เมื่อ 5 นาทีที่แล้วเราจะทำอะไร เมื่อ 10 ปีที่แล้วเราจะทำอะไรล้วนไม่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ณ ปัจจุบัน สิ่งเดียวที่มีและดำรงอยู่ในตอนนี้ คือตัวเราในปัจจุบัน เมื่อเราตระหนักว่าเราไม่ต้องเป็นอะไรเลย เราจึงเป็นอะไรก็ได้
เอวัง จบแบบนี้ได้มั้ย? 55555
ปล. อาจจะมีภาคต่อ แต่วันนี้รู้สึกว่าจบประมาณนี้กำลังสวย
#Siamstr