Replying to Avatar HereTong

2023 ปีแห่งความเฉยๆ

เริ่มจาก facebook เริ่มแยกจักรวาลให้เราเป็น 2จักรวาล หนึ่งเรียกว่า profile แล้วกัน อีกหนึ่งเรียกว่า page แล้วกัน ฮาๆๆ

ปี 2023 เป็นปีที่ไปอยู่ในจักรวาล page มากกว่าจักรวาล profile เพราะมีเรื่องที่ต้องสื่อสารกับจักรวาลนั้นมากกว่า และได้ทำอะไรสนุกๆมากมายที่นั่น

โพสของปีนี้เลยตั้งใจแยกจักรวาลเนื้อหาด้วยเลยแล้วกัน

2023 นับเป็นปีแห่งความไม่สับสนวุ่นวายนะ เป็นปีที่เพิ่มความเข้าใจใน "คน" มากขึ้นไปอีก ได้เห็นถึงคุณภาพชีวิตคนที่เกิดจากการกระทำของคนๆนั้นเอง

เห็นในหลากหลายระดับชั้น โดยเฉพาะงานก่อสร้าง 555

เป็นปีที่ตัดสินใจทำเองละ ทำเองคือลงมือทำเองเลย นำทัพโดยคุณเอ๋ เป็นหัวหน้าช่าง แล้ฉันนี่เป็นลูกมือ ชีวิตนี้จะมีใครมาลุยชีวิตกันขนาดนี้ได้เท่าคุณเอ๋แล้ว

เห็นได้ชัดว่า ไปได้ช้าแต่ไปได้ชัวร์ ของเดิมมืออาชีพทำ ทำไปทิ้งไป เสร็จงานปุ๊บไปปั๊บ ต้องซ่อมอีกแล้ว มันมีจุดให้เห็นภายหลังเยอะไปหมด หลายอย่างซ่อมไม่ได้ ก็รื้อออกมาทำใหม่หมด

คนมักถามว่าทำไมไม่จ้างทำ พอบอกว่างานไม่ดี ก็จะถูกมองว่า เรื่องมาก perfectionist ไปไหม ปล่อยวางหน่อย ฉันก็ได้แต่ยิ้มในใจ พลางคิดว่า นึกว่าจะรู้จักกันดีกว่านี้ซะอีก เรานิ๊ตัว 80% ปล่อยผ่านเลยแท้ๆ และจุดที่ยังไม่รับงาน แล้วให้ช่างแก้ไขก่อนรับงวด ก็เป็นจุดที่เกินรับได้ เช่น กำแพงเว้าแทบจะเป็นเอว S เป็นใครก็รับไม่ได้ แต่พี่ช่างก็จะเลือกแทคติก ให้จ่ายงวดก่อนไม่งั้นไม่ทำตัวอื่นต่อ แล้วตัวนี้ตามเก็บงานให้ต่อ เพราะวันนี้วันรับงวดแล้ว ซึ่งในฐานะที่มีการเอาคนมาทำหลายรุ่น หลายรับเหมา ฉันก็ได้ผ่านมาทั้ง 2 ทางเลือก คือ ผ่านมาทั้งการจ่ายให้แล้วแม่งไม่มาแก้ให้ ผ่านมาทั้งไม่จ่ายแล้วแม่งก็ไม่ทำต่อเลย เพลินมะ ฮาๆๆๆๆ

บางคนก็จะถามว่า ทำไมไม่หารับเหมาดีๆมาทำ พอถามกลับว่า รับเหมาดีๆอยู่หนใด คนถามก็ตอบไม่ได้ บ้างก็บอกว่าทำไมไม่ให้บริษัทดีๆมาทำ พอถามกลับว่า รู้เงื่อนไขการรับงานของเขาไหม คำตอบก็ช่างเพลิดเพลินไปตามแต่ละคน อันนี้มองเป็นความเพลิดเพลินจริงๆนะ เพราะเข้าใจว่าหวังดี แต่บางทีคนเราก็หวังดีในมุมที่มองเราไปทาง negative มันก็จะจนใจอธิบาย เพราะรายละเอียดมันเยอะหลายเด้อ

สำคัญคือ มันมีไม่กี่คนหรอก ที่อยากให้เวลาให้ความเข้าใจ ในการอธิบาย เพราะมันรายละเอียดเยอะและใช้เวลามาก เยอะเสียจนคนฟังอดที่จะตัดสินไปก่อนจะทำความเข้าใจในบริบท

มากกว่านั้นคือ เคยดูบ้านที่คนบอกว่าไม่มีปัญหาเรื่องช่าง ทำทีหลังเสร็จก่อนเรา พอถามถึงจุดวิกฤติต่างๆที่ช่างทำทิ้งไว้ ทั้งหลังคารั่ว เดินท่อเบี้ยว สตอปวาล์วไม่เผื่อที่ไว้ให้ไขเพื่อซ่อมบำรุง คำตอบจากเขาคือ ช่างมันเหอะ ใช้ๆแบบนี้ไป ช่างเค้าทำเสร็จรับเงินแล้ว ส่งงานแล้ว เราก็รับแล้ว อ้าว ตกลงมีปัญหาหรือไม่มีปัญหา เราเห็นปัญหาก่อนจบงาน มันก็ดีกว่ามายอมรับการใช้งานไม่ได้หลังจ่ายค่าทำมันไปไหมหว่า -..- เงินทองนั้นหายาก ต้องลำบากออกเรือไปนะ

เมื่อก่อนเคยคิดว่าคนอื่นโชคดีจัง บ้านเสร็จเร็ว

หลังๆก็ชิล เพราะเห็นมาหลายหลัง ที่แค่ว่าเจ้าของบ้านไม่เห็นแผล

พอทักแล้วถึงจะเห็น จนเลิกทักเพราะไปทำเขานอยด์

สนามหญ้าเพื่อนบ้านมักสวยกว่าสนามบ้านเราเสมอเป็นแบบนี้เองแฮะ

ก็เลยเรียกว่าเป็นปีแห่งการเรียนรู้การก่อสร้างก็ว่าได้

มีคนบอกว่า การได้เห็นความตายจะทำให้รู้ความหมายของชีวิต

ได้เห็นในที่นี้เอาจริงๆไม่ต้องถึงกับหมดลมต่อหน้าต่อตาก็ได้นะ ฮาๆ

คือการที่ชีวิตได้ผ่านได้รับรู้ถึงการจากไปมากขึ้นตามอายุที่เกิดมาบนโลก

ทุกครั้งที่เห็นก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ได้ทำความรู้จักกับความรู้สึกตัวเองเพิ่มเติม

ยิ่งนานวันไม่ได้ปลง ไม่ได้หดหู่ ไม่ได้เศร้าใจ แค่รู้ แค่นั้นเลย

แค่รู้ว่า วันนึง คนๆนี้ก็จะจากไป วันนึง คนๆนั้นก็จะจากไป

ตั้งแต่มีโควิดบนโลกนี้ ตั้งแต่ลงลึกเรื่องบางอย่างที่สัมพันธ์กันกับจักรวาล page

สิ่งที่เรียนรู้กับมันคือ เราใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นอย่างไร

ยังคงมีคนรุ่นเก่าๆที่ไม่เชื่อใน work life balance

นั่นอาจเพราะสื่อที่ออกไปกับคำนี้ มักเป็นแนวแบบ เอาเวลาไปเที่ยว

เลยทำให้คนรุ่นนั้นมองว่า แค่หาข้ออ้างไม่ทำงาน

แต่ฉันกลับรู้สึกต่างไป ถ้ามองที่แก่นของมันก็คือเรื่องที่พิมพ์ไว้ข้างบนนั้นแหละ

เราเงยหน้าขึ้นมาจากคอมในแต่ละวัน เพื่อพบว่า นาฬิกาของวันนั้นเดินถึงช่วงข้ามวันแล้วหรือเปล่า

เพื่อที่จะพักนิดหน่อยแล้วตื่นขึ้นมาอยู๋หน้าคอมในวันต่อไปใช่ไหม

เราให้คุณค่ากับชีวิตเราแค่ไหน เราให้คุณค่ากับชีวิตคนข้างๆเราแค่ไหน

เราจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไรกันแน่ นั่นหละสำคัญ

เป็นธรรมดาที่คนเราจะมองทุกอย่างเป็น 2 ฝั่ง เพราะมันเป็นธรรมชาติของคน

work life balance เลยมักจะโดนมองไปทางว่า

ไม่อยากทำงาน อยากเอาแต่พัก ทั้งๆที่มันสำคัญทั้ง 2 อย่าง

ทั้งทำงาน และ พัก

ให้เห็นภาพก็เหมือนเวลาคนบอก จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

คนก็จะมองว่าไม่ต้องมีความรู้ มีแต่จินตนาการ ไม่ต้องเรียนก็รวยได้ แล้วก็เอาไปเถียงกันระหว่างแต่ละคนที่จะ pro ในฝั่งไหน

โดยที่จริงๆมันสำคัญทั้งคู่

การ work life balance จึงควรเป็นการทำงานที่เหมาะสม

และมีการใช้ชีวิตกับตัวเอง ครอบครัว และคนรอบตัว อย่างสมดุล

เมื่อไรที่เกิดการ จำเป็นต้องทำ โดยที่ตาชั่งแห่งเวลา ต้องเทมาทางเดียว

ก็สมควรแก่การต้องหาคำตอบไหม ว่ามันทำอะไรกับเวลาชีวิตเรา

เราอยู่ภายใต้ FIAT จนต้องใช้ชีวิตแบบน้อมรับ เท่านั้นแล้วไหม

** บริบทที่อยู่ภายใต้ความเข้าใจเรื่อง ความรับผิดชอบ หน้าที่ และความเป็นมืออาชีพนะ ไม่ใช่แบบเด็กเห่อหมออ้อย

หลายคนมองว่าจะไปดวงจันทร์ แต่ฉันในเวลานี้ขอแค่มีสุขภาพที่พอดี

ตายไปได้แบบไม่ทรมานทั้งตัวเองและผู้อื่น

มุมมองแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับ พิกัด ที่แต่ละคนยืนอยู่ ขึ้นอยู่กับเวลาที่แต่ละคนยืนอยู่

สิ่งที่จะทำให้แต่ละคนเข้าใจกันได้ คือ Empathy

ปีหน้า 2024 ก็เลยไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าอะไรเลย ว๊า อด cool เลยใช่มะ ฮาๆ

วางเป้าใหญ่ทีเดียวเลยก็ได้

ใช้ชีวิตกับคนของเรา ก่อนที่เขาจะตายไปครับ

#siamstr

เขียนใน facebook ไว้ทุกปี ปีนี้ปีแรกที่เก็บไว้ใน nostr

ขอบคุณสำหรับมุมมองดีๆครับเฮีย

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ยินดีมากๆครับ เมื่อก่อนผม work ไร้ balance มากๆเลยครับ