
💡 1. ความหมายของบล็อกที่ 900,000 ใน Bitcoin
Bitcoin blockchain คือโครงสร้างข้อมูลที่เชื่อมโยงกันของ “บล็อก” (Blocks) ซึ่งแต่ละบล็อกจะเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมของผู้ใช้ เมื่อเวลาผ่านไปและระบบยังคงเดินหน้าต่อไป บล็อกใหม่ ๆ จะถูก “ขุด” (mined) และเพิ่มเข้ามาทีละบล็อกตามลำดับ
การถึงบล็อกที่ 900,000 เป็นเหมือน “หมุดหมาย” สำคัญของการพัฒนาในระยะยาว แสดงถึงความมั่นคงและความต่อเนื่องของระบบตลอดหลายปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่บล็อกแรกเมื่อปี 2009)
⸻
🧱 2. รายละเอียดของบล็อก 900,000
รายการ /ค่าที่แสดง /คำอธิบาย
Transactions /1,562 /จำนวนธุรกรรมที่รวมอยู่ในบล็อกนี้
Size (MB)/ 1.92 MB /ขนาดของบล็อกในหน่วยเมกะไบต์ (เกือบเต็มเพดาน 2 MB ตาม BIP 141)
Weight (MWU) /3.13 MWU /น้ำหนักของบล็อกตามระบบ SegWit (สูงสุดได้ 4.00 MWU)
Difficulty (T) /126.98 T /ความยากในการขุด (Difficulty) ของบล็อก ณ เวลานั้น
Reward (BTC) /3.14 BTC /รางวัลสำหรับผู้ขุดบล็อก (ประกอบด้วย block subsidy + ค่าธรรมเนียม)
Fees (BTC)/ 0.02 BTC /ค่าธรรมเนียมธุรกรรมรวมในบล็อกนี้
ขุดโดย (Mined by) /ViaBTC /กลุ่มเหมือง (mining pool) ที่ขุดบล็อกนี้ได้สำเร็จ
เวลาในการขุด /4 นาที 40 วินาที ก่อนหน้านี้/ เวลาที่บล็อกถูกขุดเสร็จ ณ เวลาที่แสดงผล
⸻
🏗️ 3. ความสำคัญของข้อมูลนี้ต่อระบบ Bitcoin
✅ 3.1 Proof-of-Work และความปลอดภัย
บล็อก 900,000 เป็นหลักฐานว่ามีการใช้พลังงานจริงในการ “พิสูจน์งาน” (Proof-of-Work) เพื่อป้องกันการโจมตีและรักษาความเป็นกลางของระบบ
✅ 3.2 กลุ่มเหมือง (Mining Pools)
• ข้อมูลด้านบนยังแสดงให้เห็นว่า ViaBTC เป็นผู้ขุดบล็อกนี้ได้ โดยกลุ่มเหมืองมีบทบาทสำคัญในการรักษาอัตราการผลิตบล็อกให้สม่ำเสมอ
• จากแผนภูมิด้านบนจะเห็นว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Foundry USA ขุดได้ 29% ของบล็อกทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูง แสดงถึงการกระจุกตัวของอำนาจการขุด (hashrate) ที่บางคนมองว่าน่ากังวล
⸻
⚠️ 4. ผลกระทบจากการถึงบล็อกที่ 900,000
🧮 ระยะเวลารวมของ Bitcoin จนถึงบล็อก 900,000
• ใช้เวลาประมาณ 16 ปีครึ่ง นับจากวันแรกที่ Satoshi สร้างบล็อกแรก (Genesis Block) เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2009
• อัตราการผลิตบล็อกเฉลี่ยทุก 10 นาที = ประมาณ 144 บล็อก/วัน
📉 การลดรางวัล (Halving)
• ปัจจุบัน (ณ บล็อก 900,000) รางวัลบล็อกคือ 3.125 BTC ต่อบล็อก
• Halving ล่าสุดเกิดขึ้นที่บล็อก 840,000 ในเดือนเมษายน 2024
• บล็อกต่อไปที่จะเกิด Halving คือที่ บล็อก 1,050,000 ประมาณปี 2028 ซึ่งรางวัลจะลดเหลือ 1.5625 BTC
⸻
🧠 5. วิเคราะห์เชิงลึก
💰 ค่าธรรมเนียมต่ำ: ภาพสะท้อนความไม่คับคั่งของเครือข่าย
ค่าธรรมเนียมรวมแค่ 0.02 BTC หรือประมาณ 1,400 บาท (อิง BTC = 70,000 USD) แสดงว่าเครือข่ายไม่ได้มีการใช้งานหนาแน่นมากในเวลานั้น ต่างจากช่วงที่ตลาดร้อนแรงซึ่งค่าธรรมเนียมพุ่งสูง
🧩 การรวม SegWit และน้ำหนักบล็อก
น้ำหนัก 3.13 MWU จากเพดาน 4.0 MWU แสดงให้เห็นว่าบล็อกนี้ใช้ประโยชน์จาก SegWit (Segregated Witness) ซึ่งช่วยให้บล็อกบรรจุธุรกรรมได้มากขึ้นโดยไม่ละเมิดขนาดบล็อก
⸻
🔚 สรุป
บล็อกที่ 900,000 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ Bitcoin ที่แสดงถึงความยืนหยัดของระบบ decentralized แบบ peer-to-peer ที่ไม่มีผู้นำ ไม่มีการควบคุมจากศูนย์กลาง และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตลอด 16 ปี ภายใต้กลไกที่เปลี่ยนแปลงด้วยตลาดและนวัตกรรมทางเทคนิค เช่น SegWit และ Lightning Network
นี่ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งบล็อกในลิสต์เท่านั้น แต่มันคือสัญลักษณ์ของเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความโปร่งใสที่ยังคงเดินหน้าต่อไปภายใต้ธงของ “Hard Money”
⸻
🧱 6. การกระจุกตัวของ Hashrate และความเสี่ยงที่ต้องจับตา
จากแผนภูมิด้านบนในภาพ จะเห็นว่า Foundry USA ครองส่วนแบ่งมากถึง 29% ของการขุดบล็อกในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
🎯 ปัญหาการกระจุกตัวของการขุด
• หากพูลใดพูลหนึ่งควบคุม >50% ของ hashrate รวม จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “51% Attack”
• ผู้ควบคุมสามารถยืนยันธุรกรรมของตนเองและปฏิเสธของคนอื่น
• สามารถ “ย้อนเวลา” ธุรกรรมเพื่อใช้ BTC ซ้ำซ้อน (double-spend)
• แม้ Foundry USA จะยังไม่ถึงจุดนั้น แต่สัดส่วนที่เกือบ 30% ก็เป็นสัญญาณที่น่ากังวล
📍 บริบททางภูมิรัฐศาสตร์
• Foundry USA ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งอาจอยู่ภายใต้การควบคุมของนโยบายรัฐบาล
• หากเกิดการกดดันเชิงนโยบาย เช่น AML/KYC สำหรับคนที่ขุดหรือใช้ Bitcoin —> อาจนำไปสู่ censorship ของธุรกรรมบางประเภท
⸻
📊 7. วิวัฒนาการของรางวัล: แนวโน้มเข้าสู่ Hyper-Bitcoinization
💸 Block Reward ลดลง = รายได้ของนักขุดลดลง
• ขณะนี้ Block Reward = 3.125 BTC + ค่าธรรมเนียม ≈ 3.14 BTC
• หลัง Halving ปี 2028 จะเหลือเพียง 1.5625 BTC
• ในอนาคต รายได้ของนักขุดจะต้องพึ่งค่าธรรมเนียมเป็นหลัก
🔁 นี่ไม่ใช่ Bug แต่มันคือ Feature
• นี่คือการ ออกแบบเพื่อความมั่นคงระยะยาว ตามปรัชญาของ Satoshi
• ส่งเสริมให้เครือข่ายพัฒนาไปสู่โมเดลค่าธรรมเนียมเหมือน “ตลาดเปิด” แทนการพึ่ง block subsidy
🌐 แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ ต้องอาศัย:
1. การใช้งานที่มากขึ้น (on-chain activity)
2. นวัตกรรมชั้น 2 เช่น Lightning Network, Ark protocol
3. การยอมรับในระดับโลก ว่า Bitcoin คือ “store of value” ที่ดีกว่าเงินเฟ้อ
⸻
📉 8. เงื่อนไขสู่ Bitcoin Standard: หลังบล็อก 900,000
ในบริบทของ Saifedean Ammous และ Michael Saylor ที่พูดถึง “Fiat collapse → Bitcoin rise” เราสามารถเชื่อมโยงได้ว่า:
🏦 โลกภายใต้ระบบ Fiat กำลังล่มสลายอย่างช้า ๆ
• เงินเฟ้อระดับโลกยังอยู่ในระดับสูง
• หนี้สาธารณะของประเทศพัฒนาแล้วเกินระดับที่ยั่งยืน
• ธนาคารกลางยังพึ่งการพิมพ์เงิน (QE, YCC)
💱 Bitcoin = Asset ที่มีอุปทานจำกัดอย่างแท้จริง
• Total supply = 21 ล้านเหรียญ (ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้)
• ไม่มีรัฐบาลใดควบคุม ไม่สามารถถูกยึดได้ (ถ้าถือแบบ self-custody)
⸻
🔑 9. การถือเพียง 0.1 BTC จะมีค่าในอนาคตหรือไม่?
“หากทั้งโลกตื่นรู้และนำ Bitcoin มาใช้เป็นมาตรฐานพื้นฐานทางการเงิน การถือเพียง 0.1 BTC ก็เทียบได้กับการมีอสังหาริมทรัพย์ในทำเลทองคำที่มีจำกัดตลอดกาล”
🔢 สมมุติฐาน
• Supply = 21 ล้าน BTC
• หากมีคน 100 ล้านคนใช้ Bitcoin จริงจัง:
• เท่ากับแต่ละคนเฉลี่ยมีได้เพียง 0.21 BTC
• ใครถือมากกว่า 0.1 BTC จะถือเป็น “top 10%” ในระบบเศรษฐกิจใหม่นี้
⸻
📌 สรุป: บล็อก 900,000 ไม่ใช่แค่ตัวเลข — มันคือหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก
• เป็นสัญลักษณ์ของความต่อเนื่อง ความปลอดภัย และการต่อต้านเงินเฟ้อในระดับโครงสร้าง
• เปิดประตูสู่การเข้าสู่ “Bitcoin Standard” อย่างเป็นรูปธรรม
• แต่ก็สะท้อนถึงความท้าทายทั้งด้านเทคนิค การเมือง และสังคมที่ต้องเผชิญในอนาคต
⸻
🌍 10. Bitcoin กับการท้าทายระเบียบการเงินโลก (IMF, World Bank)
หลังบล็อก 900,000 เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลังยิ่งในภูมิรัฐศาสตร์:
🏦 บทบาทของ IMF (International Monetary Fund)
• IMF ทำหน้าที่เป็น “ธนาคารกลางของธนาคารกลาง” คอยช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาเวลาประสบปัญหาเศรษฐกิจ
• แต่การช่วยเหลือนี้มักมาพร้อม “conditionality” (เงื่อนไขกดดัน เช่น ขึ้นภาษี, ตัดงบรัฐสวัสดิการ, ปล่อยค่าเงินลอยตัว ฯลฯ)
“IMF ไม่ได้ช่วยคุณหนีจากไฟไหม้ — มันแค่เปลี่ยนที่ตั้งของเตาแก๊ส”
🪙 Bitcoin: ทางหนีของประเทศเล็ก
• El Salvador กล้าประกาศใช้ Bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย (Legal Tender)
• ทำให้ประเทศมีโอกาสแยกตัวออกจากระบบดอลลาร์ (Dollar Hegemony) ซึ่งเป็นรากเหง้าของปัญหาการกู้เงินจาก IMF
• การถือ Bitcoin เป็น “ทุนสำรองของชาติ” (Sovereign Reserve) กำลังเป็นแนวทางที่ประเทศเล็ก ๆ สนใจมากขึ้น เช่น บูร์กินาฟาโซ, อาร์เจนตินา, เซียร์ราลีโอน
⸻
🔗 11. จาก Fiat Standard → Bitcoin Standard: ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็น “การเมือง”
ในหนังสือ The Bitcoin Standard ของ Saifedean Ammous ได้วิเคราะห์ว่า:
“ระบบเงินเฟียต (fiat) คือกลไกที่บีบคนให้ใช้เงินที่เสื่อมค่า ซึ่งรัฐควบคุมการพิมพ์ — ขัดกับหลักเศรษฐศาสตร์ระยะยาวทุกประการ”
📉 ความล้มเหลวของ Fiat Standard:
• สกุลเงินส่วนใหญ่เสื่อมค่าลงอย่างน้อย 90–99% เมื่อเทียบกับทองคำหรือ BTC ภายใน 50 ปี
• เงินกลายเป็นเครื่องมือของการปล้นแบบนิ่ม ๆ ผ่าน “ภาษีเงินเฟ้อ” (inflation tax)
• นโยบาย MMT (Modern Monetary Theory) ที่เน้นการพิมพ์เงินโดยไม่มีลิมิต ยิ่งผลักระบบเข้าใกล้จุดวิกฤต
🧱 Bitcoin Standard:
• การมีอุปทานจำกัด = ระบบต้านเงินเฟ้อโดยธรรมชาติ
• ไม่มีศูนย์กลางควบคุม = ลดการฉ้อโกง การใช้เงินเป็นเครื่องมือทางการเมือง
• ส่งเสริมการออมและความมั่งคั่งระยะยาวมากกว่าการบริโภคชั่วคราว
⸻
🔒 12. Sovereignty แบบใหม่: การถือ Bitcoin = อำนาจในการเป็น “รัฐของตนเอง”
Bitcoin มอบอำนาจใหม่ให้กับแต่ละบุคคลและประเทศ:
ระดับ /ตัวอย่างอำนาจใหม่ที่เกิดขึ้นจาก Bitcoin
🧍 บุคคล /ถือสินทรัพย์ที่ไม่มีใครยึดได้ (ไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร)
🧑💼 บริษัท /ป้องกันเงินเฟ้อในงบดุล เช่น MicroStrategy ที่ถือ BTC แทนเงินสด
🌍 ประเทศ /หนีจากระบบดอลลาร์, ป้องกันไม่ให้ทุนสำรองถูกอายัด (ดูกรณีรัสเซีย)
“ถ้าทองคือเสรีภาพในยุคอุตสาหกรรม Bitcoin คือเสรีภาพในยุคดิจิทัล”
⸻
🧠 13. กลยุทธ์การเข้าสู่โลก Bitcoin: สำหรับบุคคลทั่วไป
หลังบล็อก 900,000 ถึงเวลาแล้วที่คนธรรมดาควรเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง เพราะ:
🔄 DCA (Dollar Cost Averaging) ยังเป็นกลยุทธ์ดีที่สุด
• ซื้อ BTC เดือนละเท่ากัน เช่น 1,000 บาทต่อเดือน ไม่สนใจราคาขึ้นลง
• สร้างพอร์ตระยะยาวโดยไม่ต้องพยายาม “จับจังหวะ”
🧰 Cold Wallet และ Self-Custody
• ต้องเข้าใจว่าการถือ BTC จริงคือการ “ถือ private key” ไม่ใช่แค่เปิดบัญชีบนแอป
• ใช้ hardware wallet (เช่น Ledger, Trezor) เพื่อควบคุม Bitcoin ของตนเองแบบไม่ผ่านตัวกลาง
⸻
📌 สรุปบทที่ 3: โลกหลังบล็อก 900,000 คือโลกที่ประชาชนเริ่ม “แยกตัวจากเงินเสื่อมค่า”
• Bitcoin ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี มันคือการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจจากรัฐ → ปัจเจก
• ผู้ถือ BTC จะกลายเป็นชนชั้นใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัล — คล้ายกับผู้ถือทองคำในยุคที่ธนาคารกลางยังผูกทอง
• ประเทศที่กล้าแหกกรอบ IMF, World Bank และ dollar hegemony โดยใช้ Bitcoin จะเป็นผู้กำหนดภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่
⸻
🧠 14. Bitcoin: เทคโนโลยีของศรัทธา (Faith-based Technology)
Bitcoin ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยกฎหมาย หรือกองกำลังทหาร แต่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า:
“มันคือการตกลงร่วมกันของมนุษย์ว่า สิ่งนี้มีคุณค่า เพราะมันไม่ถูกควบคุมโดยใคร”
⛓ การรักษาความปลอดภัยของ Bitcoin มาจาก:
• พลังของ cryptographic proof (ไม่ใช่ “เชื่อใจ” แต่ “เช็คได้”)
• เครือข่ายของคนที่มี skin in the game (ทั้งนักขุด, นักพัฒนา, ผู้ถือ BTC)
• Game theory ที่ถูกออกแบบมาให้ ทุกฝ่ายมีแรงจูงใจให้เล่นตามกติกา
🔄 เปรียบเทียบ:
ระบบ /พึ่งพาอะไร /ใครควบคุม /เสี่ยงอะไร
Fiat /ความเชื่อมั่นในรัฐ /ธนาคารกลาง/ เงินเฟ้อ, ยึดทรัพย์, ตรวจสอบทุกธุรกรรม
Bitcoin /Proof-of-Work + Consensus /ไม่มีใครควบคุม /ความผันผวน, ความรับผิดชอบ 100%
⸻
🧬 15. บล็อกเชน = โครงสร้างพื้นฐานทางศีลธรรม (Moral Infrastructure)
ในอดีต โครงสร้างพื้นฐานของโลกถูกกำหนดโดย:
• กองทัพ (ใครชนะสงคราม คนนั้นพิมพ์เงิน)
• ธนาคาร (ใครควบคุมการโอนเงิน คนนั้นกำหนดกฎของสังคม)
• รัฐ (ใครกำหนดกฎหมายการถือทรัพย์ คนนั้นคุมประชาชน)
แต่บิตคอยน์คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ที่แทนที่สิ่งเหล่านี้ด้วย:
• กฎที่ทุกคนเห็นได้ (Open-source rules)
• กฎที่บังคับใช้โดยอัลกอริธึม ไม่ใช่คน (Code is Law)
• อำนาจที่ไม่สามารถผูกขาดได้ (Decentralization)
นี่คือ “รัฐที่ไร้รัฐ” (Stateless State) ที่ใครก็เข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า
⸻
🌌 16. วิสัยทัศน์ 100 ปีของ Bitcoin: สู่โลกหลายขั้วที่ไม่มีใครคุมศูนย์กลางอีกต่อไป
เรากำลังเข้าสู่โลกที่:
• เงิน, ความมั่งคั่ง, และข้อมูล ไม่ได้ถูกควบคุมโดยคนกลุ่มเดียว
• การธนาคารแบบ self-custody แพร่หลายมากขึ้น
• บริษัทและประเทศเริ่มตั้งทุนสำรองด้วย Bitcoin แทน USD
🧭 ภาพอนาคตเมื่อถึงบล็อก 1,000,000 (ประมาณปี 2032)
• Block Reward จะลดเหลือ 1.56 BTC
• Lightning Network และ Layer 2 ต่าง ๆ จะกลายเป็น “วิธีใช้ Bitcoin” หลัก
• การถือ 0.01 BTC จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ (sats กลายเป็นหน่วยซื้อของปกติ)
• หลายประเทศจะมี Bitcoin Reserve แทน USD/Treasuries
• โลกจะมี “Bretton Woods 2.0” ที่ใช้ Bitcoin แทนทอง
⸻
💡 17. คุณจะเลือกอยู่ข้างไหนในประวัติศาสตร์?
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังบล็อก 900,000 ทุกคนต้องตอบคำถามสำคัญ:
“เราจะยอมอยู่ในระบบที่เงินถูกพิมพ์ไม่สิ้นสุด หรือจะก้าวเข้าสู่โลกที่เงินถูกจำกัดโดยกฎของคณิตศาสตร์?”
นี่ไม่ใช่คำถามของเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่คือคำถามของ:
• เสรีภาพ
• ความรับผิดชอบ
• ความเท่าเทียมในโลกดิจิทัล
⸻
🔚 สรุปสุดท้าย: Block 900,000 = จุดเริ่มต้นของ “การปลดปล่อย” ในระดับระบบ
• มันคือตัวเลขธรรมดาสำหรับคนทั่วไป
• แต่มันคือ “หลักไมล์แห่งอารยธรรมใหม่” สำหรับผู้เข้าใจ
• Bitcoin ไม่ใช่การลงทุน — มันคือการถอนตัวจากระบบที่เสื่อมสลาย
“Don’t ask when Bitcoin will go up. Ask when the world will wake up.”
นี้
⸻
🔄 18. Bitcoin vs CBDC (Central Bank Digital Currencies): ใครจะชนะ?
ตอนนี้หลายประเทศกำลังเร่งพัฒนา “CBDC” หรือเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง เช่น e-CNY (จีน), e-Euro (EU), FedNow/Project Cedar (สหรัฐ)
💥 ข้อแตกต่างที่เป็นรากฐาน:
ปัจจัย /CBDC /Bitcoin
ผู้ออก/ รัฐ/ธนาคารกลาง /ไม่มีผู้ออก (Proof-of-Work)
อุปทาน /ไม่จำกัด / เปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบาย /จำกัด 21 ล้าน BTC
ความโปร่งใส /ไม่โปร่งใส (Black box) /โปร่งใส 100% (Blockchain ตรวจสอบได้)
การตรวจสอบธุรกรรม /ตรวจสอบทุกอย่างโดยรัฐ /ตรวจสอบโดยเครือข่าย, ไม่ระบุตัวตน
ความสามารถในการยึดทรัพย์ /สูงมาก /แทบจะเป็นไปไม่ได้หากคุณควบคุม key
CBDC คือ “Fiat 2.0” ที่ควบคุมได้มากขึ้น — ไม่ใช่เสรีภาพมากขึ้น
CBDC คือฝันร้ายของระบบที่ ควบคุมประชาชนด้วย AI และ Big Data:
• ควบคุมว่าใครซื้ออะไร, ซื้อเมื่อไร
• ตัดสิทธิ์หากไม่ทำตามกฎ
• จำกัดเวลาใช้เงิน (“เงินหมดอายุ”)
ขณะที่ Bitcoin คือระบบที่มอบเสรีภาพสูงสุด — พร้อมความรับผิดชอบสูงสุด
⸻
🧯 19. ถ้าโลกไม่ยอมเปลี่ยน? ผลที่ตามมาอาจเลวร้ายเกินคาด
หากโลกยังยึดติดกับระบบ Fiat ต่อไปโดยไม่ปรับตัว จะเกิดปรากฏการณ์เหล่านี้:
❗ ฟองสบู่ทรัพย์สินพังทลาย (Housing + Stock Bubbles)
• การพิมพ์เงินทำให้ราคาทรัพย์สินเกินความเป็นจริง
• เมื่อดอกเบี้ยขึ้นหรือสภาพคล่องหายไป → crash
❗ ภาษีซ่อนรูปหนักขึ้น
• เงินเฟ้อกลายเป็น “เครื่องมือเก็บภาษี” ที่คนจนเจ็บที่สุด
• เงินที่ออมไว้ในรูปเงินสด กลายเป็นสิ่งที่ละลาย
❗ คนรุ่นใหม่หมดศรัทธาในระบบ
• ทำงานทั้งชีวิตแต่ไม่มีทรัพย์สิน
• ซื้อบ้านไม่ได้ → แต่งงานช้า → มีลูกช้า → สังคมแก่
⸻
🛠 20. ทำอะไรได้บ้าง: คู่มือการเอาตัวรอดในโลกหลัง Block 900,000
📥 1. เริ่มสะสม Bitcoin ทีละน้อย (แม้แค่ 0.001 BTC)
• มอง Bitcoin เป็น “หน่วยของเสรีภาพ” ไม่ใช่แค่สินทรัพย์
• กลยุทธ์ DCA คือวิธีลดความเสี่ยงจากความผันผวน
🔐 2. ศึกษาการถือ Bitcoin ด้วยตนเอง (Self-Custody)
• เรียนรู้ private key, seed phrase, hardware wallet
• ถ้าคุณไม่ถือ key — คุณไม่ได้ถือ Bitcoin จริง
📚 3. อ่านหนังสือและฟังเสียงจากนักคิดที่เข้าใจภาพใหญ่
• The Bitcoin Standard – Saifedean Ammous
• The Price of Tomorrow – Jeff Booth
• Layered Money – Nik Bhatia
• Michael Saylor, Lyn Alden, Preston Pysh – พอดแคสต์ระดับโลก
🧭 4. อย่ารอให้รัฐหรือธนาคารสั่งให้คุณเปลี่ยน
“Bitcoin คือการเปลี่ยนระบบจากล่างขึ้นบน (bottom-up) ไม่ใช่จากบนลงล่าง”
⸻
🧨 21. สุดท้าย: Bitcoin ไม่ต้องการให้ทุกคนเข้าใจ — แค่มากพอ
“ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพียงพอแล้วถ้ามี 1% ที่ตื่นก่อน และเดินเกมก่อน”
• ในช่วงแรก Bitcoin ถูกมองเป็นของ geek, nerd, cyberpunk
• ปัจจุบันมหาเศรษฐี, กองทุน, รัฐบาลเริ่มทยอยเข้ามา
• แต่ “ประชาชนธรรมดา” ที่เข้าใจก่อน — จะได้เปรียบที่สุด
⸻
🧾 สรุป: Block 900,000 = จุดเริ่มต้นของการแยกเสรีภาพทางการเงินออกจากอำนาจรัฐ
Bitcoin ไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน แต่มันคือการ เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องอำนาจ, ศรัทธา และอนาคต
• นี่คือโอกาสเดียวในรอบหลายร้อยปี ที่ประชาชนสามารถถือ “ทองดิจิทัล” ที่พกพาได้ ไม่มีใครยึดได้ และกระจายได้ทั่วโลก
• คนที่เข้าใจก่อน ย่อมอยู่เหนือวงจร “เงินเฟ้อ → จนลง → ทำงานเพิ่ม” ตลอดไป
• เรากำลังเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ — และคุณมีสิทธิ์เลือกว่าจะ “เป็นผู้เขียน” หรือ “เป็นเหยื่อของมัน”
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC