ตำนานเนตรอัคคีแห่งราตรี

ณ ดินแดนสุวรรณบรรพต อันเป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ ทว่าในยามราตรี เมื่อแสงจันทร์ทอประกายสีเงินยวงลงมา สรรพสิ่งล้วนสงบนิ่ง กลับมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาถึงดวงไฟประหลาดที่ล่องลอยอยู่เหนือทุ่งนาและหมู่บ้าน แสงนั้นมีลักษณะคล้ายเปลวเพลิงลุกโชน แต่กลับไม่ให้ความร้อน และเคลื่อนที่ไปอย่างไร้ทิศทาง บ้างปรากฏเป็นดวงเดียว บ้างก็มาเป็นคู่ หรือแม้กระทั่งสามดวง

ชาวบ้านต่างเรียกขานปรากฏการณ์นี้ว่า "เนตรอัคคีแห่งราตรี" บ้างก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณร้ายของแม่มดหมอผีที่ออกหากินในยามวิกาล บ้างก็ว่าเป็นดวงแก้ววิเศษของพญานาคที่เลื้อยขึ้นมาจากบาดาลเพื่อชมแสงจันทร์ แต่ก็มีผู้เฒ่าผู้แก่บางคนเล่าว่า แท้จริงแล้ว นั่นคือดวงจิตของเหล่าบรรพบุรุษที่ยังคงห่วงใยลูกหลาน คอยส่องแสงนำทางให้พ้นจากภยันตราย

ในหมู่บ้านเล็กๆ แถบชายป่า มีเด็กหนุ่มชื่อ "กล้า" ผู้มีใจกล้าหาญสมชื่อ มักจะออกมาสังเกตการณ์ "เนตรอัคคีแห่งราตรี" ทุกคืนเดือนเพ็ญ เขามิได้หวาดกลัวเหมือนคนอื่นๆ แต่กลับรู้สึกถึงความลึกลับและพลังงานบางอย่างที่แฝงอยู่ในดวงไฟเหล่านั้น คืนหนึ่ง ขณะที่กล้ายืนอยู่ริมทุ่งนา จู่ๆ "เนตรอัคคี" ดวงหนึ่งก็ลอยต่ำลงมาใกล้ เขาไม่รีรอที่จะก้าวเข้าไป ทันใดนั้นเอง แสงเพลิงก็รวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายสตรีที่สวมชุดโบราณ ใบหน้าของนางงามสง่า แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย

"เจ้าคือใคร?" กล้าเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

"ข้าคือผู้รักษาแห่งสุวรรณบรรพต" นางตอบด้วยเสียงแผ่วเบา "ดวงไฟที่เจ้าเห็น คือพลังชีวิตที่ข้าคอยดูแลรักษาผืนแผ่นดินนี้มาเนิ่นนาน"

นางเล่าว่า ในอดีตกาล ดินแดนนี้เคยรุ่งเรืองด้วยเวทมนตร์และสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป พลังเหล่านั้นเริ่มเสื่อมถอยลง นางจึงต้องแปลงกายเป็นดวงไฟ เพื่อรวบรวมและปกป้องพลังที่เหลืออยู่

"แล้วทำไมท่านถึงปรากฏกายให้ข้าเห็น?" กล้าถาม

"เพราะข้ารู้สึกถึงจิตใจที่บริสุทธิ์และความกล้าหาญของเจ้า" ผู้รักษาตอบ "ข้าเชื่อว่าเจ้าคือผู้ที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของข้า และช่วยปกป้องสุวรรณบรรพตให้คงอยู่ต่อไป"

นับแต่นั้นมา กล้าก็กลายเป็นผู้ช่วยของผู้รักษาแห่งสุวรรณบรรพต เขามักจะออกมาพร้อมกับดวงไฟในยามค่ำคืน เรียนรู้ถึงความลับของธรรมชาติและพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในดินแดนแห่งนี้ เรื่องเล่าของ "เนตรอัคคีแห่งราตรี" จึงมิได้เป็นเพียงตำนานที่น่ากลัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและการปกป้อง ที่ส่องสว่างนำทางให้ผู้คนในสุวรรณบรรพตได้ตระหนักถึงความสำคัญของผืนแผ่นดินและพลังที่ซ่อนเร้นอยู่

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.