ว่าด้วยเรื่องของ “อนุรักษ์นิยม” และ “เสรีนิยม”
จริงๆ แล้ว อนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม ไม่ใช่ขั้วตรงข้ามกันเลย แถมยังแทบจะเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมพัฒนาตามโครงสร้างเสียด้วยซ้ำ
อนุรักษ์นิยม นั้นไม่ได้จำเป็นต้องหมายถึงประเพณีหรือรากเง่าบางทีมันมาจากเรื่องง่ายๆ เช่นการจุดไฟ ทำไมมนุษย์ต้องใช้ไฟในการประกอบอาหาร ในด้านเสรีนิยมคือจะประกอบอาหารด้วยอะไร หรือวิธีการใด
นี่คือสิ่งที่แทบจะใกล้เคียงและอิสรภาพที่ไปควบคู่กันได้
แน่นอนเมื่อเรามองถึงสังคมขนาดใหญ่และพื้นที่ต่างๆ จะเห็นได้ชัดถึงทรัพยากรณ์ในแต่ละพื้นที่และเสรีภาพในการดำรงค์คิด และเห็นชอบผ่านทั้งองค์ประกอบของความเป็นมนุษย์นั้นทำให้เกิดรากเง่าทางวัฒนธรรม
อะไรคือความดี คำถามที่หลายคนนั้นตามหาขึ้นอยู่กับจารีต แต่ละพื้นที่นั้นๆ ไม่ได้เป็นตัวกำหนดมาตรฐานของสังคมของพื้นที่โดยรวม อย่างเช่น ระบบการปกครองขนาดใหญ่
เสรีภาพของเสรีนิยม นั้นมีรากเง่าจากสังคมฐานปัจเจกและทรัพยากรณ์ที่หลอมรวมพวกเค้า การแทรกแซงและสร้างความเท่าเทียมในเชิงมาตรฐานสากลจึงไม่สามารถปรับใช้ได้ในทุกสังคม
สิ่งที่กล่าวมานั้นเรียกว่าพื้นฐานของจารีตนิยม ที่มีมาจากสังคมเล็กๆในพื้นฐานองค์ประกอบจากหลายส่วน นั้นคือธรรมชาติของพฤติกรรมมนุษย์ในแต่ละพื้นที่
ต่อมาจะว่าด้วยการกระจายอำนาจ
ซึ่งไม่ควรมาจากอำนาจส่วนกลางหรือระบอบการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง แต่ควรมาจากการคัดสรรค์ด้วยวิธีตามธรรมชาติของท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อปกป้องการรุกรานของรัฐส่วนกลาง
นี่คือการกระจายอำนาจขั้นพื้นฐานของสังคมในรูปแบบของ Minarchism
สังเกตสังคมและวัฒนธรรมนั้นยังมีรากฐาน ความคิดที่กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่
หากเรานำเอาเทคโนโลยี การค้าขายและนักลงทุนหรือผู้ที่ต้องการสินค้าเข้าไปมากขึ้นนั้น จะสร้างความเจริญ ได้ผ่านทางการค้าและแลกเปลี่ยน
ปัจจัยหลักของการเจริญเติบโตของผู้คน คือพวกเค้าสามารถแลกเปลี่ยน และ มีความเชี่ยวชาญในทรัพยากรณ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี
ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงควรสนับสนุน การกระจายอำนาจโดยท้องถิ่น และ ระบบการค้าและตลาดโดยปล่ยอให้พวกเค้าได้สน้างมันด้วยตนเอง