GA ครับชาว #siamstr และ #VTuberTH

วันก่อนมีฌอกาสได้คุยกับคนที่รู้จักกับเรื่องการใช้ Social Media ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นว่าเวลาเปลี่ยนทัศนคติเรื่องนี้ก็เปลี่ยนไป

จากแต่ก่อนที่เรายังใช้ Legacu Platform ทั้งหลาย ไม่ว่าจะ Facebook Twitter Instagram ฯลฯ เวลาเราคิดอะไร รู้สึกอะไร เจออะไรมา ไปที่ไหน อยากด่าอะไร อยากปั่นใคร อยากเสี้ยมใคร ฯลฯ เราจะพิมพ์บอกทุกอย่างให้โลกรู้ลงในนั้นจนหมดเหมือนเป็นไดอารี่แบบสั้น ๆ (สมัยก่อนมันพิมพ์ยาวไม่ได้) ยิ่งช่วงหลังพิมพ์ยาวได้เป็นบทความก็ใส่กันใหญ่

แต่ ณ เวลานี้ที่เรามีทั้งแพลตฟอร์มเดิมและโปรโตคอลแบบพวก Fediverse หรือ Nostr (ที่ใช้อยู่ตอนพิมพ์นี่แหละ) แม้แบบโปรโตคอลเราแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องของการที่จะถูกเซนเซอร์ ถูกปิดกั้นการมองเห็น ไม่ต้องกังวลอัลกอริธึมที่บางทีก็หลอนก็เมา ไม่ต้องกังวลเรื่องของความเป็นส่วนตัว ฯลฯ แต่ถึงอย่างนั้นแนวคิดของตัวผมเองก็เปลี่ยนไปจริง ๆ

มันกลายเป็นว่า เราจะพิมพ์ จะโพสต์ จะแชร์ ฯลฯ เฉพาะสิ่งที่เรา "อยากจะแบ่งปัน" และ "อยากให้คนอื่นเห็น" เท่านั้น ไม่พล่ามสากกะเบือยันเรือรบแบบเมื่อก่อนแล้ว

ในกรณีของผมที่เปลี่ยมาคิดแบบนี้เพราะว่าเรื่องของ "ความเป็นส่วนตัว" นี่แหละ

เราอยากให้คนรับรู้อะไร

เราอยากให้คนได้อะไรจากเรา

เราอยากให้คนอื่นมองเราอย่างไร

เราอยากให้ภาพลักษณ์เป็นแบบไหน

หรือแม้กระทั่ง เราอยากเป็นสายซุ่มเงียบไม่แสดงตัว แค่แอบดูอยู่ในมุมเงียบ ๆ

ทั้งหมดนี้เรากำหนดได้จากตัวเราตั้งแต่แรก

ทุกวันนี้กลายเป็นว่าจะโพสต์อะไรก็จะผ่านการคิดในระดับหนึ่ง (แต่อาจจะไม่ได้คิดถี่ถ้วนตลอดทุกครั้งที่แชร์ ก็คนเรามันมีความผิดพลาดกันได้นี่นา)

และมนกลับทำให้ผมรู้สึกสงบอย่างเห็นได้ชัด

ต่อให้เป็นบุคคลสาธารณะแค่ไหนเราก็ทำแบบนี้ได้จริง ๆ เพราะสุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับปลายนิ้วของเรามาแต่แรก และเมื่อแชร์อะไรไปก็จะเกิดผลที่ตามมาเสมอไม่ว่าจะในทางที่ดี ในทางที่ร้าย หรือทางที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยก็ตาม

หรือไม่อย่างนั้น...เราก็อาจจะแก่แล้ว(?) 😂

You' re your algorithm. พอไม่มีอัลกอค่อยฟีดคอยป้อนใครมาหา ตัวเราเองนี่แหละที่จะเป็นคน "เข้าหา" สังคมนั้น เราจะกลัยมามองตัวเองมากขึ้น ฟีดที่ขึ้นมามีจำกัดเท่าที่มีคนโน้ต คนแสดงความเห็น คำถามคือ เมื่อไม่มีอัลกอคอยฟีดแล้ว เราจะเข้าหาคนอื่นๆ ด้วยวิธีไหน?

แน่นอนครับ การคิด ไตร่ตรองก่อน เข้าหาด้วยความรู้สึกดีๆ นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ในการมีปฏิสัมพันธ์แก่กัน ไม่ใช่การสร้างดราม่า เรียกร้องความสนใจเพื่อให้อัลกอดันโพสของเราขึ้น

ในทางกลับกันแม้แพลตฟอร์มเหล่านั้นจะดัน Engagement ได้มากกว่า แต่เรากลับไม่รู้สึกถึง "ความเป็นมนุษย์ในแพลตฟอร์มเหล่านั้นเลย เพราะทุกคนไม่ได้คุยกันอย่างปุถุชนคนธรรมดา แต่เขากำลังแข่งขันกันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เพื่อสร้างความมีตัวตนในสังคมนั้น

จึงไม่แปลกเลยที่พอเราตัดอัลกอออกไป เรากำลังตัดตัวแปรนั้นออก ตัดตัวแปรที่ปลุกเร้าอารมณ์คนให้รู้สึกเสพติดออกไป การพูดคุยกันมนที่นี้ จึงเหมือนการพบปะกันบนโลกความจริงมากขึ้น เราจึงเห็นการทักทายกันตอนเช้า ถ่ายรูปกินกาแฟ แชร์เรื่องราวระหว่างวัน หรือไอเดีย ข้อคิดที่ได้รับ ทุกคนตั้งใจจะมอบคุณค่าให้แก่กันและกัน V4V และนี่ต่างหากคือวิธีสร้างตัวตนในสังคมที่แท้จริง

เห็นด้วยกับคุณเกลือครับ

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมชอบแฮะ คำว่า "ไม่เห็นความเป็นมนุษย์" ในที่เหล่านั้น อันนี้จริงในจริง โดยเฉพาะถ้าคุณดู Neuro-Sama ที่เป็น Pure AI (อันหลังนี่มุกนะ 😅)

เต็มที่คือยังต้องใช้ในการตามข่าวนี่แหละครับ ไม่มีสำนักข่าวด้านอื่นนอกเหนือ Bitcoin ในนี้เลย เสียใจมาก

ผมอยากย้ายมา nostr แบบเต็มตัวแต่ไม่มีข่าวการ์ตูนหรือเกมให้ตามเลยยังต้องไป facebook อยู่มันเห็นความต่างจริงๆ อยากให้ในนี้มีความหลากหลายกว่าแค่ bitcoin เพิ่ม

จริง ควรมีสิ่งนี้บ้าง

We need the “Tipping point”.