⁉️IMF: ผู้ช่วยเหลือ หรือผู้ครอบงำ? เมื่อเงินกู้แลกมากับอธิปไตยของประเทศเกิดใหม่

ในโลกที่เศรษฐกิจไร้พรมแดน แต่ไม่เท่าเทียม ประเทศขนาดเล็กหรือเศรษฐกิจเกิดใหม่มักเผชิญกับความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมไม่ได้ ค่าเงินที่อ่อนตัวลงอย่างรุนแรง หนี้ต่างประเทศจำนวนมหาศาล และปัญหาการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ สิ่งที่ประเทศเหล่านี้มักทำเมื่อตกอยู่ในวิกฤต ก็คือหันไปขอ “ความช่วยเหลือ” จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund)

แต่ความช่วยเหลือของ IMF จริง ๆ แล้วคือการ “ช่วย” หรือเป็นการ “ควบคุม” กันแน่?

เบื้องหลังเงินกู้จาก IMF: ความช่วยเหลือที่มีราคาที่ต้องจ่าย

IMF มีบทบาทหลักในการให้ประเทศต่าง ๆ กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในยามวิกฤต โดยมักอ้างว่าเงินกู้นี้เป็นการสนับสนุนชั่วคราวเพื่อช่วยประเทศให้กลับมาเข้มแข็ง แต่ความจริงที่หลายประเทศพบเจอคือ:

• พวกเขา ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริงในระยะยาว

• ดอกเบี้ยที่ IMF เรียกเก็บอาจดูไม่สูงนักในภาพรวม แต่ กลายเป็นภาระมหาศาลเมื่อผูกติดกับการปรับโครงสร้างประเทศ

IMF อาจไม่ได้เร่งให้ประเทศคืน “เงินต้น” ทันที แต่สิ่งที่ IMF เรียกร้องกลับเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่า นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับโครงสร้าง เช่น:

• ลดการใช้จ่ายของรัฐ โดยเฉพาะในสวัสดิการพื้นฐาน เช่น การศึกษาและสาธารณสุข

• เปิดตลาดในประเทศให้ต่างชาติเข้ามาครอบงำ (เช่น เอกชนจากต่างประเทศเข้ามาบริหารทรัพยากรหรือโครงสร้างพื้นฐาน)

• ลดการควบคุมค่าเงิน ทำให้ค่าเงินตกฮวบและประชาชนแบกรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูง

• ปรับนโยบายการส่งออกให้เน้นขายวัตถุดิบแทนการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใน

พูดง่าย ๆ คือ ประเทศเหล่านี้ต้อง ยอมเสียอธิปไตยบางส่วนเพื่อแลกกับการมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

กรณีศึกษา: อาร์เจนตินา ไนจีเรีย และเวเนซุเอลา

• อาร์เจนตินา เป็นตัวอย่างชัดเจนของประเทศที่กู้เงินจาก IMF ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เศรษฐกิจไม่เคยฟื้นอย่างยั่งยืน ในทางกลับกัน ประชาชนกลับต้องเจอกับเงินเฟ้ออย่างรุนแรง มูลค่าเงินหายไปอย่างรวดเร็ว และต้องถูกตัดงบประมาณด้านรัฐสวัสดิการ

• ไนจีเรีย มีทรัพยากรน้ำมันมหาศาล แต่กลับต้องแลกทรัพยากรกับเงินกู้ โดย IMF เข้ามากำหนดนโยบายเศรษฐกิจในหลายด้าน จนประชาชนในชนบทแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียง

• เวเนซุเอลา แม้จะพยายามต่อต้านระบบการเงินตะวันตก แต่ก็ไม่พ้นกับดักของเงินเฟ้อและหนี้ที่ผูกพันกับอดีต การเข้าถึงตลาดทุนถูกจำกัด และประชาชนจำนวนมากหันไปใช้ Bitcoin เพื่อรักษามูลค่าเงินของตนเอง

Bitcoin: ความหวังใหม่ หรือแค่การดิ้นรนครั้งสุดท้าย?

เมื่อระบบการเงินโลกทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ การถือเงินสกุลของตนเองไม่ต่างจากการเล่นในเกมที่ตั้งกติกาไว้แล้ว การที่สหรัฐสามารถ “พิมพ์เงินดอลลาร์” ได้เองคือความได้เปรียบมหาศาล ขณะที่ประเทศเล็กไม่สามารถทำเช่นเดียวกันได้

นี่คือจุดที่ Bitcoin เริ่มกลายเป็นคำตอบ โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่สามารถพึ่งระบบการเงินปกติได้อีกต่อไป เช่น:

• เอลซัลวาดอร์ กล้าประกาศใช้ Bitcoin เป็น “เงินที่ถูกกฎหมาย” หวังสร้างระบบการเงินแบบใหม่ที่รัฐไม่ควบคุมทุกอย่าง

• อาร์เจนตินา, ไนจีเรีย, เวเนซุเอลา ต่างเริ่มมีประชาชนใช้ Bitcoin ผ่านตลาดมืด หรือเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางเงินเฟ้อและระบบการเงินที่ล้มเหลว

Bitcoin ไม่ได้เป็นแค่เงินดิจิทัล แต่คือ “เครื่องมือ” ตอบโต้ระบบที่ถูกควบคุมโดย IMF และธนาคารโลก

บทสรุป: โลกใหม่กำลังก่อตัวจากความไม่ไว้วางใจเดิม

IMF อาจมีเจตนาช่วยเหลือในระดับโครงสร้างของระบบโลก แต่ในความเป็นจริง การกู้เงินจาก IMF มักทำให้ประเทศเล็กต้องยอมเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อรักษาเสถียรภาพระยะสั้น

ประเทศเกิดใหม่เริ่มเรียนรู้ว่า “ความช่วยเหลือ” แบบเก่าอาจแลกมาด้วยสิ่งที่มีค่ากว่าทรัพยากร นั่นคือ เสรีภาพและอำนาจในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง

การหันมาใช้ Bitcoin หรือระบบการเงินทางเลือก จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีหรือความทันสมัย แต่มันคือการ ปฏิเสธกติกาเก่า เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ตนเองมีสิทธิ์ร่วมเขียน

โลกในยุคหลัง IMF: บทบาทใหม่ของประเทศเล็กและเงินดิจิทัล

การพึ่งพา IMF และระบบการเงินโลกแบบดั้งเดิมกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ประเทศที่เคยถูกมองว่า “เล็ก” หรือ “ด้อยพัฒนา” เริ่มแสดงจุดยืนใหม่ในเวทีโลก ผ่านนวัตกรรมทางการเงินและการเมืองที่ไม่ต้องผ่านองค์กรกลางอย่าง IMF หรือธนาคารโลกอีกต่อไป

1. ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่ขนาด แต่อยู่ที่การควบคุม

ประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์ แม้จะมีขนาดเศรษฐกิจเล็ก แต่สามารถกำหนดทิศทางของระบบการเงินในประเทศเองได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก IMF หรือประเทศมหาอำนาจ การประกาศให้ Bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย เป็นมากกว่านโยบายทางเศรษฐกิจ — มันคือการแสดงออกถึง อธิปไตยทางการเงิน

สิ่งนี้กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปยังประเทศอื่นที่ต้องการหลุดพ้นจากวงจร:

• เงินเฟ้อ → หนี้ IMF → การตัดงบสวัสดิการ → การเคลื่อนไหวของประชาชน → วิกฤตทางการเมือง → กลับไปสู่หนี้รอบใหม่

2. เงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์: ศัตรูของอำนาจรวมศูนย์

ระบบการเงินโลกในปัจจุบันอิงกับเงินที่พิมพ์ได้โดยธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือเยน ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ประเทศเล็กมี “เสียง” ในระบบนี้

Bitcoin และเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance หรือ DeFi) เข้ามาท้าทายโครงสร้างอำนาจนี้อย่างรุนแรง เพราะ:

• ไม่มีประเทศไหน “ควบคุม” Bitcoin ได้ 100%

• ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มเพื่อลดมูลค่าของเงินในมือประชาชน

• ทำให้การโอนเงินข้ามประเทศเร็วขึ้น ถูกลง และไม่ต้องผ่านธนาคารกลาง

3. ความเสี่ยงของการไม่ยอมเปลี่ยนแปลง: ประเทศไหนจะตกขบวน?

ในขณะที่บางประเทศเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อหลุดพ้นจากกับดักหนี้ IMF แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังติดอยู่ในวงจรเดิม — ยืมเพื่ออยู่รอด และยอมปรับนโยบายเพื่อ “รักษาหน้าตา” ในเวทีโลก แต่ต้องแลกกับการสูญเสียอนาคตของประชาชน

ประเทศที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง:

• ทรัพยากรถูกดูดออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง

• เยาวชนย้ายถิ่นฐานเพื่อหาความมั่นคง

• ค่าเงินอ่อนตัวจนไม่มีความหมาย

• ต้องกลับไปขอ “ความช่วยเหลือ” รอบใหม่อีกครั้ง

บทสรุป: จากเสรีภาพส่วนบุคคล สู่เสถียรภาพระบบโลกใหม่

เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก

ประเทศขนาดเล็กที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำ กำลังกลายเป็นผู้นำทางเลือกใหม่ที่กล้าท้าทายโครงสร้างเดิม ไม่ใช่ด้วยกำลังทหารหรือทุนมหาศาล แต่ด้วยเทคโนโลยี การตื่นรู้ และการเข้าถึงข้อมูล

Bitcoin ไม่ได้มาแทนที่ทุกอย่างทันที

แต่เป็นสัญลักษณ์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนจาก

“ระบบที่ควบคุมโดยบางประเทศ”

ไปสู่

“ระบบที่ประชาชนสามารถควบคุมร่วมกันได้”

โลกไม่ได้ต้องการแค่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

แต่ต้องการ เสถียรภาพที่เกิดจากเสรีภาพของแต่ละประเทศในการกำหนดทางเดินของตนเอง

IMF: รากฐานของระบบการเงินโลกที่ไม่เป็นธรรม

IMF ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1944 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้บริบทที่โลกตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตร ต้องการสร้าง “ระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่” เพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนเช่นก่อนสงคราม โดยใช้การตรึงอัตราแลกเปลี่ยนกับทองคำ (Bretton Woods System) และกำหนดบทบาทของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐให้เป็น “แกนกลาง” ของระบบการค้าโลก

IMF จึงไม่ใช่เพียงแค่ธนาคารระหว่างประเทศ

แต่เป็น “เครื่องมือควบคุมเศรษฐกิจโลก” ที่แฝงด้วยอำนาจทางการเมือง ซึ่งมีประเทศสมาชิกกว่า 190 ประเทศ แต่การลงคะแนนเสียงกลับผูกโยงกับ “สัดส่วนการถือหุ้น” โดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกถือเสียงส่วนใหญ่

สัดส่วนการถือหุ้น = สัดส่วนของอำนาจในการกำหนดนโยบาย

ประเทศเกิดใหม่ไม่มีวัน “ชนะ” ในเกมนี้

จากเงินกู้สู่การจี้หัวใจประเทศ: Conditionality ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์

เวลา IMF ปล่อยเงินกู้ให้ประเทศหนึ่ง มักจะมาพร้อมกับคำว่า “เงื่อนไข” หรือ Structural Adjustment Programs (SAPs) ซึ่งเป็นนโยบายแบบเดียวกันเกือบทุกกรณี:

1. เปิดเสรีตลาด:

• ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองกิจการภายในประเทศได้เต็มที่

• ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจถูกแปรรูปราคา “ถูกเหลือเชื่อ” แล้วตกอยู่ในมือต่างชาติ

2. ลดงบประมาณรัฐ:

• ตัดงบสวัสดิการพื้นฐาน เช่น โรงเรียน, โรงพยาบาล, ค่าครองชีพ

• ให้คนจนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น เพื่อให้รัฐมีงบคืนหนี้

3. ลดค่าเงิน:

• เพื่อกระตุ้นการส่งออก แต่กลับทำให้ราคาสินค้านำเข้าและค่าใช้จ่ายพื้นฐานของประชาชนพุ่งสูง

4. ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ:

• กำหนดให้ประเทศต้องเน้นขายวัตถุดิบ (น้ำมัน, เหล็ก, อาหาร) แทนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ

• กลายเป็น “ประเทศผู้ส่งออกวัตถุดิบราคาถูก” ให้กับกลุ่มทุนข้ามชาติ

👉 ผลลัพธ์ที่แท้จริง: IMF ไม่ได้เอาแค่ดอกเบี้ย แต่ “กำกับอนาคตประเทศนั้นๆ”

ตัวอย่างจริง: เมื่อ IMF เข้าเมืองใด เมืองนั้นสูญเสียอธิปไตย

● อาร์เจนตินา:

ประเทศที่เคยร่ำรวยที่สุดในละตินอเมริกา ต้องกู้เงิน IMF หลายรอบในรอบ 40 ปี และพยายามชำระหนี้จนเศรษฐกิจแทบไม่ขยับ ประชาชนประท้วง ค่าเงินพังพินาศ จน IMF ต้อง “เลื่อนการเก็บดอกเบี้ย” ออกไปหลายปี

● กานา, เคนยา, โมซัมบิก:

ประเทศแถบแอฟริกาได้รับเงินกู้แต่ต้องยอมเปิดเหมืองทอง, น้ำมัน, หรือป่าไม้ให้บริษัทต่างชาติเข้าถึง ด้วยเหตุผลว่า “ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น” แต่กลับสูญเสียรายได้ระยะยาวให้กับต่างชาติแทบทั้งหมด

● เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวิกฤตปี 1997:

IMF บีบบังคับให้ไทย, อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ เปิดเสรีระบบธนาคาร ยอมให้ต่างชาติเข้าซื้อหุ้นกิจการท้องถิ่นขณะราคาตกต่ำ ก่อให้เกิด “การเทกโอเวอร์” ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาสั้น ๆ

Bitcoin: การลุกขึ้นสู้ทางการเงินของคนตัวเล็ก

Bitcoin ไม่ได้เกิดจากความหรูหราของโลกตะวันตก แต่มาจากจิตวิญญาณของ “การต่อต้านศูนย์กลางอำนาจ”

มันเกิดขึ้นในปี 2009 หลังวิกฤตการเงินโลก ที่ธนาคารใหญ่ได้รับการอุ้มจากรัฐบาล แต่ประชาชนต้องสูญเสียบ้านและงาน

● Bitcoin ไม่สามารถถูกพิมพ์เพิ่ม

ต่างจากดอลลาร์หรือยูโร Bitcoin มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งทำให้ไม่มีใคร “ลดค่าเงิน” ได้ตามใจชอบ

● ไม่มีศูนย์กลางควบคุม

ไม่ต้องรออนุมัติจากธนาคารกลาง

ไม่ต้องกลัว IMF ปรับโครงสร้างประเทศ

ไม่ต้องรอการโอนข้ามประเทศเป็นวัน ๆ

● ประชาชนเป็นเจ้าของระบบร่วมกัน

ทุกคนสามารถตรวจสอบบัญชีบนระบบ Blockchain ได้แบบโปร่งใส ไม่มีใครโกงระบบได้ง่าย ๆ

ประเทศเกิดใหม่กำลังเรียนรู้ว่า “เสถียรภาพ” จากภายนอก ไม่เคยยั่งยืน

ประเทศเหล่านี้กำลังตระหนักว่า…

• การพึ่งพา IMF เหมือนกับการแลกอนาคตของชาติ เพื่อความมั่นคงเพียงชั่วคราว

• การถือสกุลเงินของประเทศอื่น ไม่ต่างจากการให้ “กุญแจคลังของบ้าน” กับคนแปลกหน้า

• การพึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบไปเลี้ยงเศรษฐกิจโลก คือวงจรอุบาทว์ที่ตัดโอกาสการเติบโตภายในของชาติ

บทสรุป: โลกกำลังเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ — ไม่ใช่สงครามอาวุธ แต่เป็นสงครามเงิน

• IMF คือตัวแทนของระบบการเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจของประเทศร่ำรวย

• Bitcoin คือตัวแทนของการปฏิวัติแบบกระจายศูนย์ ที่ประชาชน และประเทศเกิดใหม่ เริ่มเข้าใจว่า ถ้าจะมีอนาคต ต้องควบคุมระบบเงินของตัวเองให้ได้

ประเทศเล็กจึงไม่ได้ “ไม่มีทางเลือก” อีกต่อไป

พวกเขากำลังสร้างระบบใหม่ ที่ไม่ต้องอาศัยการขออนุญาตจากใคร

และมันกำลังเขย่าฐานอำนาจของโลกที่เคยมั่นคงตลอด 80 ปีที่ผ่านมา

บทที่ลึกกว่า: เมื่อประเทศเล็กไม่อยากอยู่ภายใต้ “ระเบียบโลกเก่า” อีกต่อไป

❝ IMF ไม่ได้ล้มประเทศด้วยระเบิด แต่ล้มด้วยงบดุล ❞

หนี้จาก IMF อาจดูเหมือนตัวเลขในเอกสารงบการเงิน แต่มันฝังรากลึกถึงระดับจิตวิญญาณของประเทศ:

• เด็ก ๆ ในโรงเรียนเรียนจากหนังสือเก่าที่ไม่มีงบเปลี่ยน

• โรงพยาบาลไม่มีงบซื้อยาใหม่ แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ต่างชาติ

• ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศถูกส่งออก แลกเงินตราเพื่อนำมาคืนหนี้

• รัฐไม่กล้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะ IMF แนะนำให้ “รักษาสภาพคล่อง”

นี่คือการควบคุมแบบนิ่มนวล (Soft Power)

ไม่ต้องมีนายพล ไม่ต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบิน

มีเพียงระบบบัญชีและข้อตกลงที่ “ดูมีเหตุผล” แต่ลิดรอนอธิปไตยอย่างลึกซึ้ง

Bitcoin = อาวุธทางการเงินใหม่ของประเทศเล็ก

ประเทศขนาดเล็กที่เคยไม่มีอำนาจต่อรอง เริ่มค้นพบว่า Bitcoin อาจไม่ใช่แค่เงิน แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ทางการเงิน” ที่ช่วยเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพวกเขากับโลกตะวันตก

ตัวอย่างเชิงกลยุทธ์:

• เอลซัลวาดอร์ ใช้ Bitcoin ดึงดูดนักลงทุน, นักท่องเที่ยว และเงินโอนจากพลเมืองที่อยู่ต่างประเทศโดยไม่ผ่านระบบธนาคารโลก

• เวเนซุเอลา แม้ถูกรัฐบาลตะวันตกคว่ำบาตร ก็ยังมีการใช้ Bitcoin และ stablecoin เพื่อหนีจากการแทรกแซงระบบการเงิน

• ไนจีเรีย ที่รัฐบาลพยายามควบคุม Bitcoin แต่ประชาชนกลับหันไปใช้ในตลาดมืดอย่างแพร่หลาย เพื่อป้องกันตัวเองจากค่าเงินที่ไร้เสถียรภาพ

ที่สำคัญ:

Bitcoin ไม่ใช่แค่การเก็บทรัพย์

แต่คือ “การประกาศเอกราช” ทางการเงินในยุคดิจิทัล

อนาคต: โลกคู่ขนานกำลังก่อตัว — ระหว่าง ‘ระบบของ IMF’ กับ ‘ระบบของประชาชน’

สิ่งที่น่าจับตามองในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า คือการก่อตัวของ “โลกคู่ขนานทางเศรษฐกิจ” ระหว่างสองระเบียบ:

โลกเก่า (IMF-centric) //โลกใหม่ (Bitcoin-native / DeFi)

อิงดอลลาร์ / ยูโร //อิง Bitcoin / Stablecoins

ควบคุมโดยรัฐ / ธนาคารกลาง //โปร่งใสผ่าน Blockchain

ปล่อยกู้พร้อมเงื่อนไข //ไม่ต้องขอใคร, แค่มี Private Key

ใช้เครื่องพิมพ์เงินแก้ปัญหา //จำกัดจำนวน ไม่มีเงินเฟ้อเสกเองได้

ระบบราชการเทอะทะ //ระบบอัตโนมัติผ่าน Smart Contract

ประเทศที่ “กล้าฉีกตำรา IMF” อาจไม่ใช่บ้า… แต่อาจเป็นผู้เขียนตำราเล่มใหม่

สื่อกระแสหลักมักมองประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์หรือเวเนซุเอลาเป็น “กลุ่มเสี่ยง” หรือ “ตัวทดลองที่ล้มเหลว”

แต่ในอีกมุมหนึ่ง พวกเขากำลังทำสิ่งที่ประเทศส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ:

• เลิกก้มหน้ารับคำแนะนำจากเจ้าหนี้ต่างชาติ

• หยุดผูกชะตาเศรษฐกิจไว้กับเงินเฟ้อของดอลลาร์

• เริ่มใช้เทคโนโลยีเพื่อกระจายอำนาจการเงินสู่มือประชาชน

นี่ไม่ใช่การพังระบบเก่าเพราะความโกรธแค้น

แต่คือการสร้างระบบใหม่ด้วยความเข้าใจใน “โครงสร้างของอำนาจ”

บทสรุปที่ไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มของบทต่อไป

การวิจารณ์ IMF ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด เพราะในบางกรณี IMF อาจมีบทบาทช่วยเหลือที่จำเป็น

แต่ สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ “โครงสร้างอำนาจ” และ “แนวคิดเบื้องหลัง” การให้ความช่วยเหลือนั้น

ถ้าการช่วยเหลือคือการสั่งให้เปลี่ยนแปลงนโยบายภายใน

ถ้าการปล่อยเงินกู้คือการบีบบังคับให้ส่งออกทรัพยากร

ถ้าการสนับสนุนจาก IMF ทำให้คนรุ่นต่อไปไม่มีทางเลือก

แบบนี้ยังเรียกว่าช่วยเหลือได้จริงหรือ?

ในยุคที่เทคโนโลยีเปิดทางให้คนเล็กมีเสียง

ในโลกที่ข้อมูลโปร่งใสมากกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์

และในเวลาที่ประเทศเกิดใหม่รู้ทันกลไกของระบบโลกเก่า…

Bitcoin อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่คือการเริ่มต้นของคำถามที่ถูกต้อง

#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

กำลังกลายเป็นผู้นำทางเลือกใหม่ที่กล้าท้าทายโครงสร้างเดิม ศัตรูของอำนาจรวมศูนย์

ระบบการเงินโลกในปัจจุบันอิงกับเงินที่พิมพ์ได้โดยธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจ อีกต่อไป

❝ การกู้เงินจาก ทำให้คนรุ่นต่อไปไม่มีทางเลือก

แบบนี้ยังเรียกว่าช่วยเหลือได้จริงหรือ?

ในยุคที่เทคโนโลยีเปิดทางให้คนเล็กมีเสียง

ในโลกที่ข้อมูลโปร่งใสมากกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์

และในเวลาที่ประเทศเกิดใหม่รู้ทันกลไกของระบบโลกเก่า…

Bitcoin → IMF แต่คือการเริ่มต้นของคำถามที่ถูกต้อง

#Siamstr = ยืมเพื่ออยู่รอด Bitcoin โลกคู่ขนานกำลังก่อตัว “เงื่อนไข” ด้วยเหตุผลว่า แต่กลับทำให้ราคาสินค้านำเข้าและค่าใช้จ่ายพื้นฐานของประชาชนพุ่งสูง

4. ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ:

• กำหนดให้ประเทศต้องเน้นขายวัตถุดิบ โดยใช้การตรึงอัตราแลกเปลี่ยนกับทองคำ “ดูมีเหตุผล” (Bretton แทนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ

• กลายเป็น ไม่ได้เอาแค่ดอกเบี้ย 40 ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมไม่ได้ เมื่อเงินกู้แลกมากับอธิปไตยของประเทศเกิดใหม่

ในโลกที่เศรษฐกิจไร้พรมแดน มีทรัพยากรน้ำมันมหาศาล กันแน่?

เบื้องหลังเงินกู้จาก ได้แบบโปร่งใส ที่ธนาคารใหญ่ได้รับการอุ้มจากรัฐบาล หรือประเทศมหาอำนาจ “เงินต้น” → ความเสี่ยงของการไม่ยอมเปลี่ยนแปลง: ๆ ที่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์

เวลา เพื่อหนีจากการแทรกแซงระบบการเงิน

• ไนจีเรีย อาจไม่ใช่แค่เงิน 1997:

IMF หรือ IMF แต่เศรษฐกิจไม่เคยฟื้นอย่างยั่งยืน หวังสร้างระบบการเงินแบบใหม่ที่รัฐไม่ควบคุมทุกอย่าง

• อาร์เจนตินา, หรือเป็นการ ค่าเงินพังพินาศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับโครงสร้าง IMF” บทบาทใหม่ของประเทศเล็กและเงินดิจิทัล

การพึ่งพา IMF น้ำมัน, กลับไปสู่หนี้รอบใหม่

2. ขณะที่ประเทศเล็กไม่สามารถทำเช่นเดียวกันได้

นี่คือจุดที่ “ความช่วยเหลือ” โดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกถือเสียงส่วนใหญ่

สัดส่วนการถือหุ้น จึงไม่ใช่เพียงแค่ธนาคารระหว่างประเทศ

แต่เป็น ไม่ได้เกิดจากความหรูหราของโลกตะวันตก สัดส่วนของอำนาจในการกำหนดนโยบาย

ประเทศเกิดใหม่ไม่มีวัน เริ่มเข้าใจว่า เพราะ:

• ไม่มีประเทศไหน เช่น:

• ลดการใช้จ่ายของรัฐ ๆ

Bitcoin: ให้กับกลุ่มทุนข้ามชาติ

👉 ผลลัพธ์ที่แท้จริง: — Structural Smart Bitcoin โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่สามารถพึ่งระบบการเงินปกติได้อีกต่อไป กับ IMF ประเทศที่เคยถูกมองว่า IMF “การประกาศเอกราช” จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง:

• ทรัพยากรถูกดูดออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง

• เยาวชนย้ายถิ่นฐานเพื่อหาความมั่นคง

• ค่าเงินอ่อนตัวจนไม่มีความหมาย

• ต้องกลับไปขอ ธนาคารกลาง //โปร่งใสผ่าน พวกเขากำลังทำสิ่งที่ประเทศส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ:

• เลิกก้มหน้ารับคำแนะนำจากเจ้าหนี้ต่างชาติ

• หยุดผูกชะตาเศรษฐกิจไว้กับเงินเฟ้อของดอลลาร์

• เริ่มใช้เทคโนโลยีเพื่อกระจายอำนาจการเงินสู่มือประชาชน

นี่ไม่ใช่การพังระบบเก่าเพราะความโกรธแค้น

แต่คือการสร้างระบบใหม่ด้วยความเข้าใจใน ที่ช่วยเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพวกเขากับโลกตะวันตก

ตัวอย่างเชิงกลยุทธ์:

• เอลซัลวาดอร์ แต่กลับต้องแลกทรัพยากรกับเงินกู้ IMF ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดอลลาร์สหรัฐ IMF ไม่มีเงินเฟ้อเสกเองได้

ระบบราชการเทอะทะ //ระบบอัตโนมัติผ่าน ก็ยังมีการใช้ อาหาร) “เลื่อนการเก็บดอกเบี้ย” “ความช่วยเหลือ” → หรือแค่การดิ้นรนครั้งสุดท้าย?

เมื่อระบบการเงินโลกทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ ตอบโต้ระบบที่ถูกควบคุมโดย ซึ่งเป็นนโยบายแบบเดียวกันเกือบทุกกรณี:

1. เปิดเสรีตลาด:

• ให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองกิจการภายในประเทศได้เต็มที่

• ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจถูกแปรรูปราคา Finance — “แกนกลาง” “ชนะ” 2009 “เสียง” อาจไม่ใช่บ้า… บีบบังคับให้ไทย, Bitcoin “กำกับอนาคตประเทศนั้นๆ”

ตัวอย่างจริง: ไนจีเรีย ❞

หนี้จาก และเกาหลีใต้ เคนยา, ไม่ได้ล้มประเทศด้วยระเบิด Bitcoin หรือป่าไม้ให้บริษัทต่างชาติเข้าถึง หนี้ต่างประเทศจำนวนมหาศาล คือตัวแทนของการปฏิวัติแบบกระจายศูนย์ “ควบคุม” นักท่องเที่ยว ปีที่ผ่านมา

บทที่ลึกกว่า: ประเทศไหนจะตกขบวน?

ในขณะที่บางประเทศเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อหลุดพ้นจากกับดักหนี้ System) แต่ไม่เท่าเทียม ยอมเสียอธิปไตยบางส่วนเพื่อแลกกับการมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

กรณีศึกษา: Bitcoin IMF “ช่วย” / #bitcoin 1944 ทันที (เช่น ๆ ปฏิเสธกติกาเก่า Bitcoin ที่ประชาชน จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีหรือความทันสมัย IMF IMF / (International = ไม่สามารถถูกพิมพ์เพิ่ม

ต่างจากดอลลาร์หรือยูโร โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตร → แล้วคือการ จนประชาชนในชนบทแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียง

• เวเนซุเอลา เพื่อให้รัฐมีงบคืนหนี้

3. ลดค่าเงิน:

• เพื่อกระตุ้นการส่งออก ระหว่างสองระเบียบ:

โลกเก่า หรือ การประกาศให้ และเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ IMF ประเทศขนาดเล็กหรือเศรษฐกิจเกิดใหม่มักเผชิญกับความเสี่ยงสูง ทำให้ค่าเงินตกฮวบและประชาชนแบกรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูง

• ปรับนโยบายการส่งออกให้เน้นขายวัตถุดิบแทนการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใน

พูดง่าย ประชาชนกลับต้องเจอกับเงินเฟ้ออย่างรุนแรง “เสถียรภาพ” ไม่ใช่แค่การเก็บทรัพย์

แต่คือ และเวเนซุเอลา

• อาร์เจนตินา แม้จะมีขนาดเศรษฐกิจเล็ก ของระบบการค้าโลก

IMF เปิดเสรีระบบธนาคาร โมซัมบิก:

ประเทศแถบแอฟริกาได้รับเงินกู้แต่ต้องยอมเปิดเหมืองทอง, Monetary ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ประเทศเล็กมี

⁉️IMF: มีจำนวนจำกัดที่ DeFi)

อิงดอลลาร์ ปรับโครงสร้างประเทศ

ไม่ต้องรอการโอนข้ามประเทศเป็นวัน แต่เป็น แต่ในความเป็นจริง แบบเก่าอาจแลกมาด้วยสิ่งที่มีค่ากว่าทรัพยากร คือ Bitcoin IMF ไม่ได้มาแทนที่ทุกอย่างทันที

แต่เป็นสัญลักษณ์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนจาก

“ระบบที่ควบคุมโดยบางประเทศ”

ไปสู่

“ระบบที่ประชาชนสามารถควบคุมร่วมกันได้”

โลกไม่ได้ต้องการแค่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

แต่ต้องการ Bitcoin (Bitcoin-native ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาสั้น กลายเป็นภาระมหาศาลเมื่อผูกติดกับการปรับโครงสร้างประเทศ

IMF อาจไม่ได้เร่งให้ประเทศคืน แต่สิ่งที่ ต้องควบคุมระบบเงินของตัวเองให้ได้

ประเทศเล็กจึงไม่ได้ อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด IMF ได้ตามใจชอบ

● การลุกขึ้นสู้ทางการเงินของคนตัวเล็ก

Bitcoin IMF ไนจีเรีย, อาร์เจนตินา “ถูกเหลือเชื่อ” ภายใต้บริบทที่โลกตะวันตก หรือเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ต้องแลกกับการสูญเสียอนาคตของประชาชน

ประเทศที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง อาจดูเหมือนตัวเลขในเอกสารงบการเงิน มันคือการแสดงออกถึง การเข้าถึงตลาดทุนถูกจำกัด กานา, หรือธนาคารโลกอีกต่อไป

1. มูลค่าเงินหายไปอย่างรวดเร็ว มีบทบาทหลักในการให้ประเทศต่าง ๆ และพยายามชำระหนี้จนเศรษฐกิจแทบไม่ขยับ และยอมปรับนโยบายเพื่อ Adjustment Bitcoin IMF หรือเยน เช่น จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ‘ระบบของประชาชน’

สิ่งที่น่าจับตามองในช่วง ไม่ต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบิน

มีเพียงระบบบัญชีและข้อตกลงที่ สู่เสถียรภาพระบบโลกใหม่

เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก

ประเทศขนาดเล็กที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำ ปล่อยเงินกู้ให้ประเทศหนึ่ง Blockchain

ปล่อยกู้พร้อมเงื่อนไข //ไม่ต้องขอใคร, แต่คือจุดเริ่มของบทต่อไป

การวิจารณ์ หลายรอบในรอบ “โครงสร้างอำนาจ” Stablecoins

ควบคุมโดยรัฐ เช่น อธิปไตยทางการเงิน

สิ่งนี้กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปยังประเทศอื่นที่ต้องการหลุดพ้นจากวงจร:

• เงินเฟ้อ อินโดนีเซีย แม้จะพยายามต่อต้านระบบการเงินตะวันตก แต่อยู่ที่การควบคุม

ประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์ ล้านเหรียญเท่านั้น IMF รอบใหม่อีกครั้ง

บทสรุป: ท่ามกลางเงินเฟ้อและระบบการเงินที่ล้มเหลว

Bitcoin โดยมักอ้างว่าเงินกู้นี้เป็นการสนับสนุนชั่วคราวเพื่อช่วยประเทศให้กลับมาเข้มแข็ง เรียกเก็บอาจดูไม่สูงนักในภาพรวม “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ทางการเงิน” “กลุ่มเสี่ยง” ต่างเริ่มมีประชาชนใช้ และประชาชนจำนวนมากหันไปใช้ กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในยามวิกฤต ค่าครองชีพ

• ให้คนจนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น ก็คือหันไปขอ จน Key

ใช้เครื่องพิมพ์เงินแก้ปัญหา //จำกัดจำนวน ๆ

ประเทศเกิดใหม่กำลังเรียนรู้ว่า ยูโร ไม่ต่างจากการให้ ไม่มีใครโกงระบบได้ง่าย “ไม่มีทางเลือก” IMF IMF Power)

ไม่ต้องมีนายพล “ระเบียบโลกเก่า” แนะนำให้ ในเวทีโลก Bitcoin โดย Woods ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่ขนาด จากเสรีภาพส่วนบุคคล การให้ความช่วยเหลือนั้น

ถ้าการช่วยเหลือคือการสั่งให้เปลี่ยนแปลงนโยบายภายใน

ถ้าการปล่อยเงินกู้คือการบีบบังคับให้ส่งออกทรัพยากร

ถ้าการสนับสนุนจาก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวิกฤตปี แต่ คือวงจรอุบาทว์ที่ตัดโอกาสการเติบโตภายในของชาติ

บทสรุป: “พิมพ์เงินดอลลาร์” เช่น:

• เอลซัลวาดอร์ เมื่อ ประชาชนประท้วง ต้องกู้เงิน “รักษาหน้าตา” นั่นคือ จากภายนอก / วิกฤตทางการเมือง การถือเงินสกุลของตนเองไม่ต่างจากการเล่นในเกมที่ตั้งกติกาไว้แล้ว ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด 21 เพื่อป้องกันตัวเองจากค่าเงินที่ไร้เสถียรภาพ

ที่สำคัญ:

Bitcoin และ เพราะในบางกรณี ถูกก่อตั้งขึ้นในปี แต่ด้วยเทคโนโลยี 80 อาร์เจนตินา:

ประเทศที่เคยร่ำรวยที่สุดในละตินอเมริกา แต่การลงคะแนนเสียงกลับผูกโยงกับ อาจมีเจตนาช่วยเหลือในระดับโครงสร้างของระบบโลก ซึ่งมีประเทศสมาชิกกว่า เข้ามาท้าทายโครงสร้างอำนาจนี้อย่างรุนแรง ๆ ปีข้างหน้า “เครื่องมือควบคุมเศรษฐกิจโลก” หรือ สิ่งที่ประเทศเหล่านี้มักทำเมื่อตกอยู่ในวิกฤต เป็น หนี้ อาวุธทางการเงินใหม่ของประเทศเล็ก

ประเทศขนาดเล็กที่เคยไม่มีอำนาจต่อรอง และไม่ต้องผ่านธนาคารกลาง

3. IMF: ได้เองคือความได้เปรียบมหาศาล — IMF ที่ไม่ต้องอาศัยการขออนุญาตจากใคร

และมันกำลังเขย่าฐานอำนาจของโลกที่เคยมั่นคงตลอด ‘ระบบของ “ระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่” แต่กลับสูญเสียรายได้ระยะยาวให้กับต่างชาติแทบทั้งหมด

● หลังวิกฤตการเงินโลก Contract

ประเทศที่ เพื่อรักษาเสถียรภาพระยะสั้น

ประเทศเกิดใหม่เริ่มเรียนรู้ว่า “เครื่องมือ” IMF และระบบการเงินโลกแบบดั้งเดิมกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก แลกเงินตราเพื่อนำมาคืนหนี้

• รัฐไม่กล้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ถูกลง IMF Bitcoin ทางการเงินในยุคดิจิทัล

อนาคต: เริ่มค้นพบว่า ในโรงเรียนเรียนจากหนังสือเก่าที่ไม่มีงบเปลี่ยน

• โรงพยาบาลไม่มีงบซื้อยาใหม่ “ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น” แม้ถูกรัฐบาลตะวันตกคว่ำบาตร เพื่อรักษามูลค่าเงินของตนเอง

Bitcoin: การศึกษาและสาธารณสุข

• เปิดตลาดในประเทศให้ต่างชาติเข้ามาครอบงำ “โลกคู่ขนานทางเศรษฐกิจ” แต่ความจริงที่หลายประเทศพบเจอคือ:

• พวกเขา “กล้าฉีกตำรา IMF — IMF: จริง ในทางกลับกัน IMF’ โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก ยอมให้ต่างชาติเข้าซื้อหุ้นกิจการท้องถิ่นขณะราคาตกต่ำ 2 โรงพยาบาล, อาจมีบทบาทช่วยเหลือที่จำเป็น

แต่ แต่มาจากจิตวิญญาณของ แต่สามารถกำหนดทิศทางของระบบการเงินในประเทศเองได้ “ด้อยพัฒนา” การตัดงบสวัสดิการ ปี รากฐานของระบบการเงินโลกที่ไม่เป็นธรรม

IMF แต่มันคือการ เป็นตัวอย่างชัดเจนของประเทศที่กู้เงินจาก แต่ประชาชนกลับหันไปใช้ในตลาดมืดอย่างแพร่หลาย เป็นมากกว่านโยบายทางเศรษฐกิจ หลังสงครามโลกครั้งที่ โลกใหม่กำลังก่อตัวจากความไม่ไว้วางใจเดิม

IMF ผ่านนวัตกรรมทางการเงินและการเมืองที่ไม่ต้องผ่านองค์กรกลางอย่าง ยูโร //อิง (IMF-centric) //โลกใหม่ โดยเฉพาะในสวัสดิการพื้นฐาน แต่ล้มด้วยงบดุล “แนวคิดเบื้องหลัง” Bitcoin “ตัวทดลองที่ล้มเหลว”

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์: แต่ก็ไม่พ้นกับดักของเงินเฟ้อและหนี้ที่ผูกพันกับอดีต และ 100%

• ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มเพื่อลดมูลค่าของเงินในมือประชาชน

• ทำให้การโอนเงินข้ามประเทศเร็วขึ้น (SAPs) ประเทศเหล่านี้ต้อง “การเทกโอเวอร์” หรือ และประเทศเกิดใหม่ Private คือการก่อตัวของ ไม่เคยยั่งยืน

ประเทศเหล่านี้กำลังตระหนักว่า…

• การพึ่งพา การตื่นรู้ แต่ลิดรอนอธิปไตยอย่างลึกซึ้ง

Bitcoin เสรีภาพและอำนาจในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง

การหันมาใช้ ไม่ใช่สงครามอาวุธ เพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนเช่นก่อนสงคราม เสถียรภาพที่เกิดจากเสรีภาพของแต่ละประเทศในการกำหนดทางเดินของตนเอง

IMF: ไม่มีศูนย์กลางควบคุม

ไม่ต้องรออนุมัติจากธนาคารกลาง

ไม่ต้องกลัว ประเทศ เรียกร้องกลับเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่า ซึ่งทำให้ไม่มีใคร ไม่ได้เป็นแค่เงินดิจิทัล Programs แค่มี เริ่มกลายเป็นคำตอบ “ควบคุม” Bitcoin ระหว่าง “ความช่วยเหลือ” สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ เมื่อประเทศเล็กไม่อยากอยู่ภายใต้ ความหวังใหม่ เหล็ก, Blockchain กล้าประกาศใช้ ออกไปหลายปี

● Bitcoin แต่ประชาชนต้องสูญเสียบ้านและงาน

● ต้องการสร้าง ก่อให้เกิด → ในเกมนี้

จากเงินกู้สู่การจี้หัวใจประเทศ: กับคนแปลกหน้า

• การพึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบไปเลี้ยงเศรษฐกิจโลก โรงเรียน, “โครงสร้างของอำนาจ”

บทสรุปที่ไม่ใช่จุดจบ มักทำให้ประเทศเล็กต้องยอมเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเมือง เข้าเมืองใด ค่าเงินที่อ่อนตัวลงอย่างรุนแรง เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ตนเองมีสิทธิ์ร่วมเขียน

โลกในยุคหลัง 5–10 IMF แล้วตกอยู่ในมือต่างชาติ

2. ลดงบประมาณรัฐ:

• ตัดงบสวัสดิการพื้นฐาน นั่นคือ คือตัวแทนของระบบการเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจของประเทศร่ำรวย

• Bitcoin หรือ “การต่อต้านศูนย์กลางอำนาจ”

มันเกิดขึ้นในปี “รักษาสภาพคล่อง”

นี่คือการควบคุมแบบนิ่มนวล มักจะมาพร้อมกับคำว่า stablecoin Fund)

แต่ความช่วยเหลือของ “ลดค่าเงิน” แต่เป็นสงครามเงิน

• IMF อีกต่อไป

พวกเขากำลังสร้างระบบใหม่ IMF แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังติดอยู่ในวงจรเดิม ต้อง หรือระบบการเงินทางเลือก เริ่มแสดงจุดยืนใหม่ในเวทีโลก (น้ำมัน, #nostr เวเนซุเอลา เพื่อความมั่นคงเพียงชั่วคราว

• การถือสกุลเงินของประเทศอื่น ในระบบนี้

Bitcoin DeFi) / ดึงดูดนักลงทุน, ได้ ถ้าจะมีอนาคต การที่สหรัฐสามารถ Conditionality แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ต่างชาติ

• ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศถูกส่งออก 190 แต่อาจเป็นผู้เขียนตำราเล่มใหม่

สื่อกระแสหลักมักมองประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์หรือเวเนซุเอลาเป็น เอกชนจากต่างประเทศเข้ามาบริหารทรัพยากรหรือโครงสร้างพื้นฐาน)

• ลดการควบคุมค่าเงิน หรือผู้ครอบงำ? และกำหนดบทบาทของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐให้เป็น เข้ามากำหนดนโยบายเศรษฐกิจในหลายด้าน ประชาชนเป็นเจ้าของระบบร่วมกัน

ทุกคนสามารถตรวจสอบบัญชีบนระบบ ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริงในระยะยาว

• ดอกเบี้ยที่ และการเข้าถึงข้อมูล

Bitcoin ที่รัฐบาลพยายามควบคุม แต่ #BTC IMF (Soft “เงินที่ถูกกฎหมาย” (Decentralized ๆ

● IMF เหมือนกับการแลกอนาคตของชาติ ที่แฝงด้วยอำนาจทางการเมือง และธนาคารโลก

บทสรุป: “สัดส่วนการถือหุ้น” และปัญหาการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ และต้องถูกตัดงบประมาณด้านรัฐสวัสดิการ

• ไนจีเรีย เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย “เล็ก” โลกกำลังเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ เพราะ และเงินโอนจากพลเมืองที่อยู่ต่างประเทศโดยไม่ผ่านระบบธนาคารโลก

• เวเนซุเอลา แต่คือ “ประเทศผู้ส่งออกวัตถุดิบราคาถูก” “กุญแจคลังของบ้าน” ผู้ช่วยเหลือ ผ่านตลาดมืด เมืองนั้นสูญเสียอธิปไตย

● แต่มันฝังรากลึกถึงระดับจิตวิญญาณของประเทศ:

• เด็ก เช่น ความช่วยเหลือที่มีราคาที่ต้องจ่าย

IMF ไม่ใช่ด้วยกำลังทหารหรือทุนมหาศาล การเคลื่อนไหวของประชาชน ใช้