🫧ฟองสบู่ไม่ได้อันตรายที่สุด

สิ่งที่อันตรายคือ หนี้ ที่ซ่อนอยู่ใต้ฟองสบู่

Robert Kiyosaki ไม่ได้ออกมาเตือนผู้คนเพราะเขากลัวเทคโนโลยี

และเขาไม่ได้โจมตี AI เพราะเขาไม่เข้าใจมัน

ตรงกันข้าม

เขากำลังชี้ให้เห็นบางสิ่งที่ นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่อยากมอง

นั่นคือ

“ประวัติศาสตร์ไม่เคยฆ่าคน

คนฆ่าตัวเองซ้ำ ๆ เพราะไม่เรียนรู้จากประวัติศาสตร์”

และครั้งนี้ เขาเลือก “ฟัง” ชายคนหนึ่งอย่างตั้งใจ

Warren Buffett

ไม่ใช่เพราะทั้งสองลงทุนเหมือนกัน

แต่เพราะ Buffett คือคนที่ รอด จากฟองสบู่แทบทุกยุค

เทคโนโลยีไม่เคยผิด

แต่ตลาดมัก “เมา” เทคโนโลยีเสมอ

Buffett ไม่ได้บอกว่า AI ไร้ค่า

เขากลับยอมรับตรงไปตรงมาว่า

AI ทรงพลัง

เปลี่ยนโลก

และอาจอันตราย

แต่ อันตรายที่แท้จริง

ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี

มันคือพฤติกรรมของมนุษย์รอบเทคโนโลยี

ประวัติศาสตร์เคยเกิดมาแล้ว:

• รถไฟ

• วิทยุ

• โทรทัศน์

• อินเทอร์เน็ต

ทุกครั้ง เทคโนโลยี “สร้างคุณค่า” จริง

และทุกครั้ง นักลงทุน “จ่ายแพงเกินจริง” ก่อนความจริงจะตามทัน

ฟองสบู่ดอทคอมไม่ได้ล้มเหลวเพราะอินเทอร์เน็ตไร้ค่า

แต่มันล้มเหลวเพราะ

นักลงทุนซื้อ “เรื่องเล่า”

แทนที่จะซื้อ “กระแสเงินสด”

ครั้งนี้อันตรายกว่าเดิม

เพราะฟองสบู่กำลังชนกับ “ภูเขาหนี้”

สิ่งที่ทำให้ Buffett และ Kiyosaki จริงจังเป็นพิเศษในรอบนี้ คือ

หนี้โลก

• หนี้รวมโลกทะลุ 300 ล้านล้านดอลลาร์

• รัฐบาลขาดดุลเร็วขึ้น ไม่ได้ลดลง

• ดอกเบี้ยเริ่มกินงบประมาณจนควบคุมยาก

• ทุกภาคส่วน “ใช้เลเวอเรจ” พร้อมกัน

นี่ไม่ใช่แค่ฟองสบู่

แต่มันคือ ฟองสบู่ + ระเบิดเวลา

เมื่อการเก็งกำไรเจอกับหนี้

แรงสั่นสะเทือนเล็ก ๆ

สามารถกลายเป็นวิกฤตเชิงระบบได้ทันที

เรารู้ผลลัพธ์นี้ดี เพราะมันเคยเกิดแล้วใน

• 1929

• 2000

• 2008

รูปแบบไม่เคยเปลี่ยน

มีแต่คนที่ “ลืม”

สิ่งที่ต่างจากยุคดอทคอม

ในยุคอินเทอร์เน็ตแรกเริ่ม

• รัฐบาลยังไม่จมอยู่ในหนี้

• ดอกเบี้ยยังลดได้แรง

• ธนาคารกลางยังมีความน่าเชื่อถือ

• การพิมพ์เงินยังไม่ชนกำแพงเงินเฟ้อ

แต่วันนี้

• รัฐบาล “จมน้ำ” อยู่แล้ว

• ธนาคารกลางพิมพ์เงินไปจนเงินเฟ้อเผยขีดจำกัด

• ระบบการเงินมี “พื้นที่หายใจ” น้อยลงมาก

นี่คือเหตุผลที่ Buffett ไม่ต้องตะโกน

เขาแค่ “เปลี่ยนพฤติกรรม”

Buffett เตือนด้วยการกระทำ

ไม่ใช่คำพูด

สิ่งที่เขาทำบอกทุกอย่างแล้ว:

• ถือเงินสดจำนวนมาก

• หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ราคาแซงความจริง

• เน้นธุรกิจที่มีกระแสเงินสดทนทาน

• เตือนเรื่องวินัยการคลังและความเสี่ยงค่าเงิน

นี่ไม่ใช่ความกลัว

แต่มันคือ ความเข้าใจวัฏจักร

บทเรียนจาก “Rich Dad”

Kiyosaki เคยถูกสอนว่า

“ความเสียหายหนักที่สุด

เกิดขึ้นเมื่อทุกคนเชื่อว่า

ครั้งนี้มันต่างออกไป”

AI จะเปลี่ยนโลก — แน่นอน

แต่ราคาวันนี้ ไม่จำเป็นต้องสมเหตุสมผล

หนี้จะขยายผลขาลง — แน่นอน

แต่ตลาดจะไม่ประกาศล่วงหน้า

สิ่งที่ Kiyosaki เลือกถือ

ไม่ใช่เพื่อหนีโลก

แต่เพื่อ “อยู่รอดในโลกจริง”

• สินทรัพย์จริง

• การลงทุนที่มีกระแสเงินสด

• ทองและเงินในฐานะประกัน

• และที่สำคัญที่สุด — การศึกษา

เพราะเมื่อฟองสบู่ยุบ

คนที่มีความรู้

ไม่ตื่นตระหนก

พวกเขา เตรียมตัว

และพวกเขา รอด

บทสรุป

เราไม่ได้อยู่ในยุคอันตรายเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้า

แต่เพราะ การเงินของมนุษย์ไม่ก้าวตาม

Buffett ไม่ได้บอกให้กลัว

Kiyosaki ไม่ได้บอกให้หนี

พวกเขาบอกเพียงว่า

“จงแยกนวัตกรรมออกจากการเก็งกำไร

จงเคารพวัฏจักรหนี้

และอย่าสับสนระหว่างเรื่องเล่ากับความจริง”

และนี่แหละ

คือคำเตือนที่คนส่วนใหญ่ ไม่อยากฟัง

เกมนี้ไม่ใช่เกมหุ้น

แต่มันคือเกม “สกุลเงิน + หนี้”

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด คือคิดว่าวิกฤตเกิดจากตลาดหุ้น

แต่ในความจริง วิกฤตใหญ่ทุกครั้งเริ่มจาก

• โครงสร้างหนี้

• นโยบายการเงิน

• ความเชื่อมั่นต่อสกุลเงิน

ตลาดหุ้นเป็นเพียง “กระจก”

ไม่ใช่ “ต้นเหตุ”

เมื่อหนี้สะสมจนระบบต้องเลือกระหว่าง

• ปล่อยให้ล้ม

• หรือพิมพ์เงินช่วย

ระบบมักเลือกอย่างหลัง

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกัดกร่อนมูลค่าเงิน

ทำไม Kiyosaki ถึงไม่เชื่อใน “เงินออม”

เงินออมไม่ใช่ความผิด

แต่การออมใน “เงินที่ถูกลดค่าอย่างเป็นระบบ” คือความเสี่ยงเงียบ

หากเงินถูกพิมพ์เพิ่ม

ในขณะที่ผลผลิตจริงไม่ได้เพิ่มตาม

คนที่ถือเงินสดนานเกินไป

คือคนที่รับภาระภาษีเงินเฟ้อโดยไม่รู้ตัว

นี่คือเหตุผลที่เขาย้ำเสมอว่า

เงินสด = เครื่องมือ

ไม่ใช่ที่พักระยะยาว

ฟองสบู่ไม่ฆ่าทุกคน

แต่ฆ่าคนที่ “ไม่มีโครงสร้าง”

ในทุกวิกฤต จะมี 3 กลุ่มเสมอ

1. กลุ่มตื่นกลัว

ขายทิ้งตอนราคาต่ำสุด

2. กลุ่มเมาเรื่องเล่า

ซื้อเพิ่มเพราะ “เชื่อในอนาคต” แต่ไม่ดูตัวเลข

3. กลุ่มที่เตรียมตัว

ถือสภาพคล่อง รอความชัดเจน และเลือกซื้อคุณค่า

Kiyosaki สนใจกลุ่มที่ 3 เท่านั้น

ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดกว่า

แต่เพราะเขา เข้าใจจังหวะ

การศึกษา คือสินทรัพย์เดียวที่ไม่ถูกปั่นราคา

ในโลกที่ทุกอย่างถูกเก็งกำไร

ความรู้เชิงโครงสร้างกลับเป็นของหายาก

• เข้าใจงบการเงิน

• เข้าใจวัฏจักรหนี้

• เข้าใจอัตราดอกเบี้ย

• เข้าใจแรงจูงใจของนโยบายรัฐ

สิ่งเหล่านี้ไม่หวือหวา

ไม่ไวรัล

แต่ช่วยให้ “ไม่ถูกล้างพอร์ต”

AI จะทำให้ช่องว่างกว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง

ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือ

AI ไม่ได้ทำให้ทุกคนรวยเท่ากัน

มันจะ

• ทำให้คนที่มีทุน มีความรู้ และมีระบบ → เร็วขึ้น

• ทำให้คนที่ขาดโครงสร้าง → ถูกทิ้งเร็วขึ้น

ตลาดจะไม่ล่มเพราะ AI

แต่คนจำนวนมากจะล่ม ในตลาด เพราะไม่เข้าใจเกมใหม่

สิ่งที่ Kiyosaki พยายามบอกจริง ๆ

ไม่ใช่ “ซื้ออะไร”

แต่คือ “มองโลกผ่านเลนส์อะไร”

• มองเงินเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย

• มองหนี้เป็นดาบสองคม

• มองเทคโนโลยีด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์

• และมองวิกฤตเป็น ช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่วันสิ้นโลก

บทส่งท้าย

ประวัติศาสตร์ไม่เคยใจร้าย

แต่มันไม่เคยปรานีคนที่ไม่เตรียมตัว

ฟองสบู่จะมาและไป

หนี้จะขยายและหด

เทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คำถามมีเพียงข้อเดียวคือ

เมื่อรอบนี้จบลง

คุณจะอยู่ฝั่งไหนของสมการ

และนั่นคือเหตุผลที่

คนอย่าง Robert Kiyosaki

ไม่ได้สอนให้ “ทำนายอนาคต”

แต่สอนให้ อยู่รอดในทุกอนาคต

#Siamstr #nostr #robertkiyosaki

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.