💰🎼 จากเสียงแห่งความหรูหรา สู่เสียงสะท้อนแห่งการเปลี่ยนแปลง

จุดจบของระบบเงินตราในยุคบาโรค

ในขณะที่ดนตรีบาโรคกำลังถึงจุดพีคพร้อมเสียงออร์แกนอันกึกก้อง และโอเปร่าอันวิจิตร ระบบเงินตราที่หนุนหลังศิลปะเหล่านั้น… กำลังเดินทางสู่จุดจบ

1. โลหะมีค่ากำลังหมดลง

ยุโรปเริ่มขาดแคลนทองและเงินจากอาณานิคม “โลกใหม่” ขณะที่เหรียญเงินจำนวนมากกลับถูกดูดออกไปกับการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจากจีนและอินเดีย

2. จากเหรียญสู่กระดาษ

เมื่อโลหะไม่พอใช้ ธนาคารเริ่มออก “ธนบัตร” — จากใบแลกเปลี่ยนทองคำ กลายเป็นเงินกระดาษที่คนเริ่ม “เชื่อมั่น” แทนการสัมผัสทองจริง ๆ

📌 Bank of England เริ่มระบบนี้ตั้งแต่ปี 1694

ภาพ: ธนบัตรยุคแรกๆ ในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากเหรียญโลหะ

ภาพ: อาคารเก่าของ Bank of England ซึ่งเป็นธนาคารกลางแห่งสำคัญที่เริ่มออกธนบัตรอย่างแพร่หลาย

3. เงินทุนใหญ่โตขึ้นตามอุตสาหกรรม

โรงงาน เครื่องจักร การลงทุนขนาดมหาศาลในศตวรรษที่ 18 ต้องการเงินมากกว่าเหรียญพกใส่ถุงผ้า

ระบบที่ยืดหยุ่นกว่าเริ่มเข้ามาแทนที่

ภาพ: โรงงานยุคแรกของการปฏิวัติอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นถึงความต้องการเงินทุนและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่

4. เสียงใหม่จาก Adam Smith

แนวคิดใหม่จาก The Wealth of Nations ปี 1776 ท้าทายระบบพาณิชย์นิยมเดิม

เศรษฐกิจเสรี การผลิตมากกว่าการสะสมทอง กลายเป็นเสียงหลักของยุคใหม่

ภาพ: ภาพเหมือนของ Adam Smith บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ ผู้มีอิทธิพลต่อแนวคิดเศรษฐกิจที่เปลี่ยนโฉมระบบเงินตรา

5. สงคราม–ปฏิวัติ–พ่อค้าครองเกม

จากการปฏิวัติฝรั่งเศสถึงสงครามในยุโรป รัฐต่างๆ ต้องพึ่งพาเงินกระดาษและหนี้

ชนชั้นพ่อค้า-นายธนาคาร เริ่มมีบทบาทแทนราชวงศ์และโบสถ์ในระบบเศรษฐกิจ

🪙 บท

ส่งท้าย:

ยุคบาโรคคือเสียงดนตรีที่สะท้อนอำนาจของ “เงินโลหะ”

แต่เมื่อโลกเปลี่ยน เสียงเหล่านั้นจางหายไปพร้อมเสียงเหรียญกระทบกันในถุงเงิน…

“ศิลปะเฟื่องฟูเมื่อมีทุนหนุน — และระบบเงินก็เปลี่ยนตามเสียงของยุคสมัย”

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.