Replying to Avatar Jingjo

"ราคาเฉลี่ยของบ้านในสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1915 อยู่ที่ 3,500 ดอลลาร์ ส่วนในปี ค.ศ. 2021 ราคาอยู่ที่ 269,039 ดอลลาร์ หมายความว่าราคาบ้านมีอัตราการเจริญเติบโตแบบทบต้นอยู่ที่ 4.18% ต่อปีมานานกว่า 107 ปี แต่ถ้าระบบมาตรฐานเฟียตมีการกำหนดอุปทานเงินให้คงที่มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 และราคาสินค้าต่าง ๆ กลับลดลงในอัตรา 2% ต่อปีแทน ราคาบ้านในสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 411 ดอลลาร์ในปัจจุบัน และยิ่งหากเงินดอลลาร์มีปริมาณอุปทานน้อยกว่านี้อีก ระดับราคาสินค้าต่าง ๆ ก็จะต่ำกว่าที่มันเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก แม้จะแน่นอนว่าระดับรายได้ก็จะต้องต่ำลงมากด้วยเช่นกัน

แต่การที่ราคาสินค้าลดลงเรื่อย ๆ นั้นหมายความว่าเราจะเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และหมายความว่าเงินที่เก็บออมไว้จะสามารถซื้อสินค้าได้มากขึ้นในทุก ๆ ปี เช่น เงิน 411 ดอลลาร์ในปี ค.ศ. 1915 อาจเพียงพอให้คุณปู่ของคุณสามารถซื้อได้เพียง 12% ของบ้านหลังหนึ่ง แต่หากคุณปู่เก็บออมไว้และส่งต่อมาให้คุณ คุณจะสามารถซื้อบ้านทั้งหลังได้ในวันนี้ หรือเศษเงินของทวดของคุณก็จะเพียงพอที่จะเลี้ยงคุณได้ทั้งชีวิตนี้

โลกที่ราคาสินค้าลดลงจะสร้างแรงจูงใจอันแรงกล้าในการเก็บออมเพื่ออนาคต เราทำได้แต่จินตนาการว่าคุณภาพชีวิตในวันนี้จะดีขึ้นได้มากขนาดไหน หากมนุษยชาติไม่ได้ประสบกับปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดมาจากเงินเฟียต"

- The Fiat Standard บท 12 : บทวิเคราะห์ความคุ้มค่าของระบบเฟียต -

คนแม่งบ่นทุกปีทุกวันว่าของแม่งแพง เศรษฐกิจแม่งเหี้ย แต่เสือกไม่เคยถามว่า "สาเหตุแม่งเพราะอะไรวะ?" คงเป็นเพราะคนใช้เงินเฟียตอากาศ "ทาส" กันมากว่าร้อยปีจนสมองเสื่อม มองไม่ได้ไกลเกินปลายจมูก ได้แต่ก้มหน้าทำงานหนักเป็นหนูติดจั่นไล่ตามฝันจอมปลอมสไตล์ American Dream

ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็แก่เฒ่าหมดแรงและป่วยตายไป โดยไม่แทบไม่ได้สร้างคุณค่าอะไรทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้เลย

#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์

#siamstr

#siamstrOG

ชอบครับ

“เศรษฐกิจแม่งเหี้ย แต่เสือกไม่เคยถามถึงสาเหตุ”

ผมก็ตั้งคำถามนี้เช่นเดียวกัน

เหตุใด คนจึงเลือกที่เชื่อว่า

“ ใช่ เงินเฟ้อเป็นส่วนนึงของเศรษฐกิจที่ดี เงินเฟ้ออ่อนๆ เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ “

เลือกที่จะเชื่อว่าการที่องค์กรเอกชนบางองค์กร สามารถ manipulate ตลาดเสรีเพื่อ “ควบคุมเงินเฟ้อ” ได้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เลือกที่จะเชื่อว่า เงินเฟ้อเหล่านี้จะส่งผลดีต่อพวกเขาในระยะยาว เพียงเพราะว่าราคาสินทรัพย์ หรือ ทรัพย์สินที่ถือครองมีราคาปรับตัวขึ้นได้จากสมัยก่อน

แต่ทำไมจึงไม่มีการตั้งคำถามว่า

เหี้ย!! ถ้าสินทรัพย์ ทรัพย์สินแม่งขึ้นไปแบบนี้ รุ่นถัดมามันจะครอบครองได้ด้วยวิธีไหน

พวกเขาต้องคาดหวังกับค่าแรงขั้นต่ำ และกระเสือกกระสนให้มีรายได้ที่สูงมาก สูงพอที่จะยังคงครอบครอง ห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าห้องน้ำในสมัยก่อนนิดเดียวหรือไม่

มันต่างตรงไหนที่ ทิ้งขี้ ทิ้งภาระให้รุ่นถัดไปว่า

“ เห่ย มึงก็แค่หารายได้ให้มันสูงขึ้นไปสิวะ ”

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.