ลองอ่านงานวิจัยนี้ดูครับ
บทความในวารสาร Nature ชื่อ Why blue carbon cannot truly offset fossil fuel emissions เขียนโดย Sophia C. Johannessen และ James R. Christian สถาบันวิทยาศาสตร์มหาสมุทร ในแคนาดา ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นปัญหาของการชดเชยคาร์บอนสำหรับทดแทนการปล่อยแกสเรือนกระจกที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลว่า อาจไม่ได้ผลอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ เพราะปัญหาของ "มาตรเวลาที่ไม่ตรงกัน" (timescale mismatch)ของ"วัฏจักรใหม่" ของคาร์บอนกับ "วัฏจักรของคาร์บอนทั้งหมด"
วัฏจักรใหม่ของคาร์บอน (modern carbon cycle) เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวันจนถึงประมาณหนึ่งศตวรรษ หรือนานถึง 2,000-3,000 ปีในกรณีของการปรับสมดุลกับคาร์บอนที่อยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทร เช่น ไฟป่าจะปล่อยคาร์บอนจากต้นไม้กลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ และการปลูกป่าบก ป่าชายเลน หรือหญ้าทะเลจะดึงดูดคาร์บอนบางส่วนกลับ แต่นี่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนระหว่างส่วนต่าง ๆ ของระบบวัฏจักรคาร์บอนใหม่ (actively cycling modern system) ตามแผนภาพเท่านั้น ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายดึงดูดคาร์บอนออกจากระบบอย่างแท้จริง
ในทางตรงกันข้าม เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกแยกออกจากวัฏจักรคาร์บอนใหม่ในชั้นบรรยากาศเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเกิดขึ้นหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา เป็นการเพิ่มคาร์บอนโบราณเข้าสู่วัฏจักรคาร์บอนสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว แต่มาตราส่วนเวลาในการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินโดยกระบวนการทางธรรมชาตินั้น ใช้เวลานับหมื่นนับแสนปีในกรณีการผุพังของหินซิลิเกต และอีกหลายร้อยล้านปีสำหรับการก่อตัวของเชื้อเพลิงฟอสซิลขึ้นมาใหม่
การเคลื่อนย้ายคาร์บอนจากแหล่งกักเก็บระยะสั้นแห่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่ง(ในกรณีการชดเชยคาร์บอนหรือคาร์บอนเครดิต)เป็นวงจรคาร์บอนในวัฏจักรใหม่ โดยไม่ได้เป็นการเคลื่อนคาร์บอนกลับไปสู่ระบบอย่างที่เข้าใจแต่ประการใด
บทความได้สรุปประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสารเกี่ยวกับการชดเชยคาร์บอนกับการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ ดังนี้
1) การขจัดการปล่อยคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อจะไม่ทำให้ปัญหาแย่ลง แต่สิ่งนี้จะไม่ทำให้ผลกระทบของการปล่อยคาร์บอนที่ผ่านมาของมนุษย์ย้อนคืนไปเหมือนเดิมได้
2) การฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าไม้พืชพรรณและบลูคาร์บอนในทะเล สามารถเคลื่อนย้ายคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศไปยังพืชพรรณ ดิน และตะกอนได้ในระยะสั้น เป็นการซื้อเวลาในการหาทางเลือกอื่นๆเพิ่มเติมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
3) ข้อเสนอทางออกโดยการใช้เทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงพลังงานชีวภาพที่มีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน การฉีดคาร์บอนไดออกไซด์เหลวลงในหินบะซอลต์ซึ่งจะกลายเป็นแร่แข็ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาพความเป็นด่างขนาดใหญ่ของมหาสมุทร เป็นต้นนั้น อาจย้อนคืนสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบางส่วนได้บ้าง แต่มนุษย์ยังไม่ทราบความเสี่ยงและประสิทธิผลของมัน
อ่านแล้ว แม้จะไม่ได้ให้ความหวังกับสิ่งที่เรียกว่า "การชดเชยคาร์บอน" แต่ก็ทำให้เราอยู่กับความจริงและพร้อมรับมือกับผลพวงที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นนับตั้งแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา