คำถาม❓ ทำไมจิตของเราไม่รับรู้โลกคู่ขนาน หากจิตมีอยู่ในทุกโลกคู่ขนาน สามารถอธิบายได้จากหลายแง่มุม ทั้งจากวิทยาศาสตร์ ปรัชญา และความเชื่อทางจิตวิญญาณ:

1. การรับรู้ถูกจำกัดอยู่ในโลกของเรา

• จิต (consciousness) ของเรามีขอบเขตจำกัด โดยจิตของเราในแต่ละโลกคู่ขนานจะ “แยกตัว” ออกจากกัน เพราะการรับรู้เกิดขึ้นในระบบที่มีเงื่อนไขเฉพาะของโลกนั้น

• ความคิด ความทรงจำ และการตัดสินใจของคุณในโลกหนึ่งไม่สามารถข้ามไปอีกโลกได้ เนื่องจากมันเป็น ผลของสมองในโลกนั้น

ตัวอย่าง:

เหมือนการดูหนังหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน

• คุณสามารถดูเรื่องหนึ่งได้ชัดเจน แต่ไม่สามารถดูสองเรื่องพร้อมกันโดยละเอียด

• จิตของคุณจึงโฟกัสอยู่แค่โลกหนึ่งในแต่ละครั้ง

2. โลกคู่ขนานไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างกัน

• ตามแนวคิดของ Many-Worlds Interpretation (MWI) โลกคู่ขนานที่แยกออกมาไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกันอีก

• แม้จะมี “ตัวคุณ” อยู่ในอีกโลกหนึ่ง แต่จิตและประสบการณ์ของคุณเป็นของแต่ละโลกเท่านั้น

• โลกหนึ่งไม่สามารถส่งสัญญาณหรือข้อมูลถึงอีกโลกได้

ตัวอย่าง:

เหมือนการอยู่ในห้องหลายห้องที่ไม่มีประตูเชื่อมกัน คุณอยู่ในห้องหนึ่งและไม่มีทางมองเห็นหรือสัมผัสห้องอื่น

3. จิตแต่ละโลกเป็น “จิตย่อย” ที่แยกจากกัน

• หากเรามองว่าจิตในแต่ละโลกคู่ขนานเป็น “หน่วยอิสระ” จิตของคุณในโลกนี้ก็เป็นอิสระจากจิตในโลกอื่น

• ทุกโลกดำเนินไปพร้อมกัน แต่จิตในโลกหนึ่งไม่มีความทรงจำหรือการรับรู้ถึงจิตในโลกอื่น

ตัวอย่าง:

เหมือนมีพี่น้องฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกัน แต่ใช้ชีวิตแยกจากกันโดยสิ้นเชิง คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกคนกำลังทำอะไร

4. การรับรู้ของจิตอาจถูกจำกัดด้วยกายภาพ

• ในโลกนี้ จิตของคุณอาศัยอยู่ในสมอง ซึ่งเป็นเครื่องมือของการรับรู้

• หากสมองของคุณในโลกนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับสมองในโลกคู่ขนาน คุณจึงไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกโลกได้

ตัวอย่าง:

เหมือนคุณใช้โทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายเฉพาะ คุณไม่สามารถใช้โทรศัพท์นี้ไปรับข้อมูลจากเครือข่ายของอีกเครื่องได้

5. ทฤษฎีจิตรวม (Universal Consciousness)

• บางแนวคิด เช่น จิตรวม (Universal Consciousness) เชื่อว่าจิตในทุกโลกเชื่อมโยงกัน แต่การรับรู้ในแต่ละโลกถูกแยกออกเพราะสมองในแต่ละโลกทำหน้าที่ “กรอง” การรับรู้

• หากจิตรวมมีจริง คุณอาจมีจิตสำนึกในระดับลึกที่รู้ทุกอย่าง แต่การรับรู้ในปัจจุบันของคุณถูกจำกัดเฉพาะโลกนี้

ตัวอย่าง:

เหมือนคุณมีหูฟังที่เลือกได้เพียงช่องเดียวจากวิทยุหลายสถานี คุณจึงได้ยินเฉพาะสถานีที่คุณเปิดอยู่

6. ความทรงจำและการรับรู้ในแต่ละโลกไม่สามารถข้ามกันได้

• ความทรงจำและประสบการณ์ของจิตในแต่ละโลกจะถูกเก็บไว้ในโลกนั้นเท่านั้น

• หากจิตของคุณมีในทุกโลก แต่ไม่สามารถข้ามความทรงจำหรือความรู้สึกระหว่างโลกได้ คุณจึงไม่รู้ว่าอีกโลกกำลังเกิดอะไรขึ้น

ตัวอย่าง:

สมมติว่าคุณฝันถึงบางสิ่งในตอนกลางคืน แต่เมื่อคุณตื่น ความทรงจำเหล่านั้นจางหายไป คุณรู้ว่ามันเคยเกิดขึ้น แต่ไม่สามารถดึงรายละเอียดทั้งหมดกลับมาได้

7. ข้อจำกัดของมิติและเวลา

• โลกคู่ขนานอาจอยู่ในมิติที่แตกต่างหรือเวลาที่เคลื่อนไปไม่พร้อมกัน

• จิตของเราถูกกำหนดให้รับรู้ในมิติและเวลาของโลกนี้ ทำให้ไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตนี้

ตัวอย่าง:

เหมือนคุณดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งในมิติปกติ แต่ไม่สามารถเห็นภาพยนตร์เดียวกันในมิติที่มีความเร็วหรือเวลาแตกต่าง

สรุป

• จิตของคุณในแต่ละโลกแยกจากกันเพราะกายภาพ สมอง หรือระบบของโลกคู่ขนานนั้น ๆ

• การรับรู้ถูกจำกัดให้อยู่ในโลกของคุณเอง เพื่อให้สามารถโฟกัสและพัฒนาประสบการณ์เฉพาะตัวในโลกนั้น

• หากมี “จิตรวม” จริง การรับรู้ในโลกนี้อาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของจิตที่กว้างใหญ่

คำถามน่าคิด:

• ถ้าจิตของเราสามารถเชื่อมโยงกับโลกคู่ขนานได้จริง เราจะรับมือกับข้อมูลจำนวนมหาศาลจากทุกโลกอย่างไร?

• การที่เรา “ไม่รู้” เกี่ยวกับโลกคู่ขนานอาจเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เรามีชีวิตที่ชัดเจนในโลกนี้?

#Siamstr #science #physics #paralleluniverse #philosopher #quantum #philosophy #nostr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.