ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อใช้ชีวิต สูงขึ้นบ้าบอในรอบ 20 ปีนี้ ล้อไปกับปริมาณเงินในระบบที่ถูกปริ้นต์ขึ้นมา
?_nc_cat=106&ccb=1-7&_nc_sid=dd5e9f&_nc_ohc=whfYlIviqpkAX83xIDV&_nc_ht=scontent.fbkk8-2.fna&oh=00_AfDgi3Jpmg2a_I_raRurK9Qqc8R4EaPPVz7kYMJiVJKPCg&oe=65C1227A
ปัจจัยสี่ มีเพียงเสื้อผ้าที่ราคาไม่ได้เพิ่มนัก ขณะที่บ้านและอาหารแพงขึ้นเกือบ 100% และ ค่ารักษาพยาบาลแพงเกินกว่า 200% ไปแล้ว
ไม่ใช่หน้าที่ของมนุษย์เลยที่ต้องเอาเวลาที่มีค่าไปศึกษาการลงทุนเพื่อ hedge against inflation แทนที่จะได้พัฒนาทักษะของเราให้เก่งที่สุด และเอามันไปแลกกับคุณค่าที่คู่ควรกัน เฉกเช่นในอดีตที่เรา barter สิ่งที่ทั้งสองฝั่งพอใจ หรือ ขายของแลกกับทองคำ
เราจะเก็บออมได้ยังไงบนมาตรฐาน fiat ที่ปัจจัยสี่แพงเกินกว่าจะจ่ายไหว ต่อให้ทำงานในระบบเป็นหนูถีบจักรไปจนตายก็คงไม่สามารถเก็บออมส่งต่อความมั่งคั่งให้ลูกหลานได้
ไม่ใช่แค่เรา หรือ คนรอบตัวเรา แต่คนทั้งโลกกำลังเจอปัญหานี้..
ถ้าคนอย่างน้อย 50% บนโลกไม่สารถส่งต่อ wealth ให้ลูกหลานได้อย่างเหมาะสม ในอีกไม่กี่ generation โลกคงเข้าสู่ยุคมืด Distopia อย่างจริงจังแล้วล่ะ
โดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม , Fiat กำลังพาอารยธรรมมนุษย์ไปสู่จุดจบ ไปสู่ยุคมืดถาวร ยาวนานกว่าตอนจักรวรรดิโรมันล่มสลาย...
...Thank god Satoshi , Bitcoin เกิดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เหมือนแท่นพิมพ์กูเตนเบิร์กที่เป็นจุดเริ่มต้นของยุค Renaissance และโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม มันมอบความหวังให้กับโลกอีกครั้ง ความหวังที่จะหยุดยุคมืดอันยาวนานและทำให้การเก็บออมยิ่งใหญ่เหมือนที่เคยเป็น 🙏
#Siamstr