เกษตรกรรมธรรมชาติ คืออะไร ?
พืชพันธุ์ทุกชนิดในโลกใบนี้ ทั้งต้นไม้ ผลไม้ พืชผักต่างๆ ในธรรมชาติ มีใครไปไถ่พรวนดินให้มัน มีใครไปรดน้ำให้มัน มีใครไปใส่ปุ๋ยให้มัน มีใครไปตัดหญ้ากำจัดวัชพืชให้มัน มันก็ยังเติบโตและผลิดดอกออกผลและดำรงสายพันธุ์ของมันมาได้
สัตว์ต่างๆในป่าก็เช่นกัน ปลาในแม่น้ำก็เช่นกัน มีใครไปให้อาหารมัน ทำไมมันจึงเจริญเติบโตขยายพันธุ์และดำรงเผ่าพันธุ์ของมันมาได้
เกษตรกรรมธรรมชาติ หมายถึงเกษตรกรรมแบบไม่กระทำ คือปล่อยให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมัน อาจทำบ้างดูแลบ้างตอนเริ่มต้น แต่ต้องไม่ฝืนหลักธรรมชาติ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย
“รอเก็บดอกผลอย่างเดียว”
จริงหรือที่พืชพันธุ์ต่างๆ ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องพรวนดิน แต่อยู่เฉยๆแล้วจะได้ผลผลิตดอกผล
จริงเสียยิ่งกว่าจริง แต่มันก็มีเหตุและผลของมัน ว่าต้องทำอย่างไร ซึ่งคำตอบนั้นก็อยู่ในธรรมชาติ
หากไม่มีเวลาไปค้นหาคำตอบจากธรรมชาติ
เดี๋ยวผมจะค่อยๆขยายความให้ฟังให้บทถัดๆไป
มะม่วงป่า ทุเรียนป่า มะตูม มะพร้าวริมทะเลตามหมู่เกาะต่างๆ กระท้อนป่า ฯลฯ
ก็ล้วนไม่มีใครรดน้ำและใส่ปุ๋ยให้มัน
ถ้าเราเข้าใจหลักเกษตรกรรมชาติ
ธรรมชาติจะทำงานแทนเรา
#เกษตรกรรมธรรมชาติ
#siamstr
ในภาพคือมะละกอที่ปลูกด้วยหลักเกษตรกรรมธรรมชาติครับ
แค่หยอดเมล็ดลงดินหลุมละ 10-20 เมล็ด
ไม่เคยรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือพรวนดินเลย ปลูกไว้รอบๆคันนา
ได้ปุ๋ยจากใบไม้ของต้นไม้ต่างๆที่ร่วงหล่นและถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ต่างๆ เชื้อราต่างๆ สัตว์หน้าดินต่างๆ จนกลายเป็นธาตุอาหารสำหรับพืชพันธุ์ต่างๆ
ได้น้ำจาก ฝนที่ตกตามฤดูกาล แม้ฤดูแล้งที่ฝนไม่ตกมันก็ไม่ตาย เพราะได้ร่มเงาพรางแสงบ้างจากต้นไม้ใหญ่ และได้ใบไม้ที่ร่วงหล่มมาปกคลุมดิน รักษาความชุ่มชื้นในดินอีกทางนึง
และที่สำคัญคือ ปลูกถูกต้องตามวิสัยของพันธุ์พืชและถูกต้องตามบริบทของพื้นที่ ไม่ฝืนธรรมชาติ ไม่เอาพืชที่ชอบน้ำขาดน้ำไม่ได้มาปลูกที่แห้งแล้ง ไม่เอาพืชที่ชอบที่ดอนทนแล้งมาปลูกที่ลุ่มชื้นแฉะ
