Replying to Avatar pango

"How the heart attack" (before sudden death)

หมอป๊อป DietDoctor Thailand

ณ วันที่ 30.06.67

# Introduction #

: หัวใจ (จากความรู้เดิม)

คือ จุดศูนย์กลางของระบบไหลเวียนเลือด

มีหน้าที่ทำให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย โดยอาศัยพลังงานในการดำรงชีวิต (ATP) จากการสร้างของ mitochondria จากทั้งในและนอก mito (ใน -ใช้ O2 via ETC / นอก -ไม่ใช้ O2 (glucose only))

ETC = Electron transport chain

Fact น่าขบคิด

: ทำไมยายุคปัจจุบัน (ยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ) แก้ปัญหาหัวใจวายเรื้อรังไม่ได้

: capillary หรือ หลอดเลือดแดงฝอย มีพื้นที่เกือบ 1 สนามฟุตบอล แค่แรงบีบตัวของหัวใจ ไม่สามารถทำให้เลือดเดินทางไปทั่วร่างกายและกลับมาที่หัวใจอีกครั้งได้

: Aorta และ Vena cava มีความเร็วการไหลเวียนเลือดเท่ากัน (จริงๆ ความเร็วต้องชะลอตัวลงหลังไหลผ่านที่ต่างๆ ของร่างกาย)

# เนื้อหา #

คำถาม 2 ข้อ

- เลือดไหลเวียนได้จากอะไร

- หน้าที่จริงๆ ของหัวใจ คือ อะไร

1. เลือดไหลเวียน ได้จาก ?

ทบทวน EZ zone (Exclusion zone)

EZ zone คือ เป็นสถานะที่ 4 ของน้ำ มีลักษณะเป็น gel สถานะนี้อยู่ระหว่าง solid กับ liquid มักพบบริเวณ hydrophilic surface (protein ในร่างกาย)

H2O แตกประจุ +/- = ชั้น gel

: ประจุ - = OH- (electron, e-)

: ประจุ + = H+

ชั้น gel มีลักษณะคล้ายขั้วแบตเตอรี่ ทำให้เกิดการไหลเวียนของน้ำได้เอง จากความต่างศักย์ไฟฟ้า ดังนั้น การไหลเวียนของเลือดจึงเกิดขึ้นได้เอง

ex ต้นไม้ดูดน้ำจากรากไปใช้ ก็ใช้หลักการนี้เช่นกัน

2. หน้าที่จริงๆ ของหัวใจ คืออะไร ?

ถ้าเลือดไหลเวียนได้เอง แล้วหัวใจมีไว้ทำไม

การเรียงตัวของกล้ามเนื้อหัวใจแบบบิด > บีบตัวแบบบิดเกลียว (vortex) > เลือดไหลจากหัวใจห้องบนแบบเกลียว เกิดน้ำหมุน แกนกลางเป็น negative pressure ซึ่งสามารถดูดทุกอย่างลงไปในนี้ และปลายของจุดหมุน จะไหลไปยังหัวใจห้องล่างก่อน (คล้ายกดชักโครก)

# หากเลือดไหลแบบตรงๆ จะลงไปกระแทกผนังหัวใจ ทำให้ทั้งหัวใจและหลอดเลือดเสียหาย

ดังนั้น หน้าที่ของหัวใจ คือ

- พักชะลอเลือดในหลอดเลือดดำที่กลับเข้าสู่หัวใจ มีผลกระทบกับการไหลของเลือด + ปรับเปลี่ยนทิศทางของเลือดไปฟอกที่ปอด + เลือดที่ไหลออกจาก aorta แบบ negative pressure ลดแรงกระแทกของเลือดต่อหลอดเลือด ที่ออกไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

# หากไม่มีการชะลอของเลือด ขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะพยายามดึงเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น หากการไหลของเลือดแรงเกินไป หลอดเลือดดำมีโอกาสตีบและฟีบ (ผนังบางอยู่แล้ว) เลือดจะหยุดการไหลเวียน

# บทสรุป #

# เลือดไหลได้เอง โดยอาศัยพลังงานจากความต่างศักย์ (Electromagnetic fields) ของ Fourth phase water

พลังงาน ได้จาก

1) อาหาร ที่ให้ e- เข้า mitochondria via ETC

2) Sunlight ได้ IR (Infrared light)

3) Grounding ได้ e- จากพื้นโลก ใช้เท้าเปล่าสัมผัสพื้น

# หัวใจไม่ได้มีไว้ pump เลือด มีไว้เพียงชะลอความเร็วของเลือด และ บิดทิศทางการไหลเวียนเลือดที่ออกจากหัวใจในมุมต่างๆ เกิดแรงดันที่ไม่สูงเกินไป สร้าง negative pressure เพื่อดึงเลือดออกจากหัวใจแบบไม่เกิดการกระแทกของเลือด ลดการบีบตัวของหัวใจ ไม่ต้องใช้แรง pump เยอะ

## หัวใจวาย (Congestive Heart failure) ##

คำจำกัดความ คือ เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ

อาการ

สมอง > confusion / coma

ไต > ไตวาย

# เมื่อเลือดไหลช้าลง หลอดเลือด capillary tube จะหดตัว เพื่อลดเส้นผ่านศูนย์กลางลง เป็นการเพิ่มแรงดันเลือดเพื่อขนส่งเลือดต่อไปให้ได้ พบ Blood pressure ที่เพิ่มสูงขึ้นตามมา (คือ การ compensate ของร่างกายนั่นเอง)

สาเหต

เมื่อการไหลของเลือด ไม่เกี่ยวกับการ pump ของหัวใจ ดังนั้น CHF จริงๆ จึงเกิดจาก Electromagnetic fields ในเลือดที่มีปัญหา (กินอาหารที่จ่าย e- ไม่ได้หรือทำลาย mito/ขาดการตากแดดและ Grounding)

รักษา & ป้องกัน

ร่างกายเราเกิด Photosynthesis ไม่ได้ แต่มี Photo-energized ได้ (ดึงพลังงานมาจาก อาหาร/Sunlight IR/Grounding) ยิ่งมีพลังงานมาก เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิด CHF ได้ยาก

# วันนี้คุณชาตแบตให้กับร่างกายคุณแล้วหรือยัง ?

don't trust, verify

and enjoy ! 🤓🚀

#siamstr

ที่มา:

https://www.youtube.com/watch?v=4XPMELyeNng

ขอบคุณครับ ดีมากเลย

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.