Monetary Premium vs. Utility Value

Market Price = Monetary Premium + Utility Value

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Monetary Premium และ Utility Value เป็นกุญแจสำคัญในการเลือกสินทรัพย์เพื่อสะสมความมั่งคั่ง

1. คอนโดมิเนียม 🏢

คอนโดมิเนียมมี Utility Value ชัดเจน เพราะมันสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างกระแสเงินสด แต่ราคาขายของคอนโดในตลาดส่วนใหญ่ สูงเกินกว่ามูลค่าการอยู่อาศัยที่แท้จริง เพราะ Monetary Premium ที่เกิดจากการลงทุนเก็งกำไร

🔹 ทำเลที่ตั้ง – ใกล้ศูนย์กลางเมือง/รถไฟฟ้า

🔹 การตลาดและแบรนด์ – ใช้โฆษณาสร้างภาพของการลงทุนที่ "มั่นคง"

🔹 ความคาดหวังของนักลงทุน – คนจำนวนมากมองว่าคอนโดเป็น "Store of Value"

📌 ปัญหาที่เกิดขึ้น:

❌ คอนโดถูกมองเป็นสินทรัพย์สะสมมูลค่า ทั้งที่ไม่ควรเป็น

❌ ราคาถูกปั่นขึ้นจากการลงทุน ทำให้สูงเกินกว่ามูลค่าการอยู่อาศัยจริง

❌ ชนชั้นกลางแทบไม่สามารถซื้อคอนโดด้วยเงินสดได้ ต้องกู้เงินก้อนโตและเป็นหนี้หลายสิบปี

ในอดีต คนซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อ "อยู่จริง" แต่ทุกวันนี้ การซื้อคอนโดเพื่อเก็งกำไรทำให้ราคาสูงจนคนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง

📌สรุป

ราคาคอนโด (Market Price) = มูลค่าการอยู่อาศัย (Utility Value) + ค่าแบรนด์/ทำเล/โฆษณา (Monetary Premium)

---

2. #Bitcoin

Bitcoin ไม่มี Utility Value ในเชิงการใช้งานแบบอสังหาฯ แต่ราคาตลาดของมันถูกกำหนดโดย Monetary Premium 100% ซึ่งเกิดจาก

✅ ความหายาก (Fixed Supply) – มีเพียง 21 ล้านเหรียญ

✅ ไร้พรมแดน – ส่งข้ามโลกได้ด้วยความไวแสง

✅ Store of Value – Digital scarcity และไม่มีค่าเสื่อมสภาพ

📌สรุป

ราคา #bitcoin (Market Price) = Monetary Premium 100%

🔹 คอนโดไม่ควรเป็น Store of Value แต่ถูกใช้เพื่อเก็บมูลค่าจากกลุ่มคนรวยและนักลงทุน ทำให้ราคาพุ่งขึ้น

🔹 Bitcoin เป็น Store of Value ที่แท้จริง เพราะไม่มีค่าบำรุงรักษา ไม่เสื่อมสภาพ และมีความหายากในตัวเอง

💡 หากคนหยุดใช้คอนโดเป็นที่เก็บมูลค่า และหันมาใช้ Bitcoin แทน

✅ ราคาคอนโดจะสะท้อน Utility Value จริงมากขึ้น

✅ ชนชั้นกลางสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้ก้อนโต

✅ การลงทุนเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่ด้อยประสิทธิภาพจะลดลง

--------------------------------------------------------------------

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ถ้ามาแนวนี้แล้วน่าจะบวกค่าปล่อยเช่าปีละ 5-7% ไปในราคาขายแล้วด้วย

ซึ่งหากใครซื้อในราคานี้จะโดนค่า Premium แบบยับๆ