Re-introducing 3-oil

หลังจากหยุดไปนาน ก็พบว่าไม่มีเลือดออกมาทางตรูดอีกเลย คาดว่าแผลริดสีดวงหรือรอยฉีกอะไรที่ตามที่เกิดขึ้นสามารถสมานได้ดีขึ้นแล้ว

วันนี้เลยลองกลับมาใช้แค่ 25% ของที่เคยใช้ และตรูไม่นั่งผสม emulsion ละ

ตรูเบื่อกลิ่น fruity ที่มาจากน้ำส้มสายชูหมัก 555555

เอาจริงๆ มันมีหน้าที่อะไรสำหรับชาว LCHF ที่ใช้น้ำสลัด 3 oil กันนะ

-เอามาลด glucose spike ก็ไม่น่าใช่เพราะสายนี้เวลากิน 3 oil เมิงจะเลี่ยงคาร์บแฝงจากพืชกันชิบหาย

-เอามาช่วยเพิ่มความเป็นกรดให้กะเพาะ? อันนี้ไม่ต้องทำแลปให้ดูอะ คิดง่ายๆ 1% acetic ที่เรากินกัน จะมี pH ประมาณ 4 ส่วน 0.1 N HCl ในกะเพาะจะมี pH ตีกลมๆประมาณ 1 โอ้ยต่างกันแค่ 3 pH เอ๊ง ความหมายคือความเป็นกรดต่างกัน 1,000 เท่า หยดเข้าไป 1 ช้อนโต๊ะ pH meter มันไม่กระดิกให้นะ ยกเว้นซื้อแบบทศนิยม 4 ตำแหน่ง 5555555 อ่อ หรือ acetic acid มันไปโผล่ที่ลำไส้ได้ เพราะดูโอดีนัมมันจะมี pH ประมาณ 4.5 พอดีกะกรดที่เรากิน 5555555

-เอามาช่วย emulsify ตัว 3 oil ให้เป็น emulsion ช่วยลด side effects ที่จะเกิดกะทางเดินอาหาร

อันนี้ผม +- แหะ หลายๆคนคงมองว่าร่างกายบางคนผลิตน้ำดีได้ไม่พอจะกิน 3 oil เลยต้องช่วยทำให้เขาอยู่ใน form oil in water emulsion ก่อน แล้วน้ำดีจะได้ปิดงานได้ชิวๆ คือมันก็ make sense

โดยเฉพาะในผู้เริ่มต้น แต่ถ้าเอามาแค่นี้ งั้นแค่น้ำเปล่าก็ทำได้ อ่อต้องเป็นกรดเพื่อให้ออกรสเปรี้ยว งั้นน้ำส้มสายชูขาวก็ทำได้นิ มี acetic acid เหมือนกัน ถูกกว่าเยอะด้วย 555555

คือเราเข้าใจหน้าที่ของน้ำมันอื่นๆตามหลักของสายนี้นะ แต่หน้าที่ของน้ำส้มสายชูหมักหรูๆ เออทำไมต้องใช้ของหรู

ละที่ดื่มระหว่างมื้อแก้ปากว่าง เวลาหัด if มันเอาเกลือผสมน้ำส้มสายชูขาวเอาก็ได้มะ หรือเพราะมันถูกจัดมันเลยไม่มีใครจะทำเปเปอร์ พอไม่มีเปเปอร์คนเลยไม่กล้าใช้ สงสัยต้องซื้อ CGM มาติดละกินน้ำตาลเทียบผลน้ำส้มสายชูสองแบบดู 555555

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.