Replying to Avatar BossMan

เมื่อเรายอมรับสภาพความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ

เมื่ออยู่ต่อหน้าได้เราก็จะสามารถแก้ปัญหาและก้าวต่อไปได้ ผมเข้าใจว่า Kierkgaard เสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่รักเพราะศาสนา และเข้าใจว่าท่านก็ไม่อาจแก้ปัญหาในยุคนั้นๆของสังคม แต่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง แต่สำหรับผมเมื่อเรายอมรับสภาพความเป็นจริงที่โหดร้ายได้มันคุ้มค่าสำหรับการหาทางดิ้นรน ดังเช่นที่ พุทธะ หนีออกนอกกำแพงวังเมื่อตอนเป็นเจ้าชาย ได้มาพบกับความจริงที่ว่า มีคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มากมายที่ไม่ได้มีความสุข พุทธะจึงเข้าใจทันทีว่าสิ่งนั้นคือ ความทุกข์ที่ทุกชีวิตต้องเผชิญ เพราะความทุกข์นี่แหละคือความเป็นจริง เพราะโลกนี้ไม่มีใครไม่เป็นทุกข์ แต่เมื่อเราได้เผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่โหดร้าย การเลือกยอมรับความจริงแล้วไม่ทำอะไรเลยก็เป็นทางเลือกที่เป็น เจตจำสงเสรี เมื่อเจอความจริงแล้วทำบางสิ่ง ก็เป็นเจตจำนงเสรี เช่นกัน แต่ถ้าเรายังพอมีแรงดิ้นรน เพื่อหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหา หากแก้ไม่ได้ก็ล้มเหลว หากแก้ปัญหาได้ก็อาจได้พบคำตอบที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นภายหลังที่กำลังเดินตามข้างหลังและกำลังหาคำตอบเดียวกัน ดังนั้นทุกทางเลือกสำหรับข้าพเจ้าไม่มีผิด ถูก ทุกคนสามารถเลือกสิ่งใดก็ได้ แต่จงยอมรับผลที่จะตามมาในทุกๆทางเลือก เพราะทุกทางเลือกมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ. ดังนั้นโดยสันดารมนุษย์เรามักจะเลือกทางที่คุ้มค่าและสะดวกที่สุดเสมอเช่นกัน

GM ครับ ถูกต้องเลย เคารพและรับผิดชอบในสิ่งที่เลือก ..แต่เสริมนิดนึงครับ สิ่งที่เราเลือก ถ้าเป็นไปได้ ต้องไม่เบียดเบียนหรือเอารัดเอาเปรียบใคร🙂

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

การเบียดคนอื่นมันทำได้เช่นกันครับ มันก็คือหนึ่งในเจตจำนงเสรี แต่คุณก็ต้องรับผลกรรมที่จะตามมาด้วย เช่น คนๆนั้นอาจไม่ชอบคุณหรือคุณได้ศัตรูเพิ่ม ดังนั้นเมื่อมีใครสักคนมาเบียดเบียนหรือเอาเปรียบเราเราก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้หรือไม่ตอบโต้ได้เช่นกัน ทุกอย่างมันจะมีลูปของสิ่งๆนั้นปรากฎขึ้นเสมอครับ มันคือสิ่งที่ผมเขียนลงไปนั่นแหละว่าทุกทางเลือกมีค่าเสียโอกาส หรือ ราคาที่ต้องจ่าย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเลือกได้คุ้มค่าและมีเหตุผลหรือสมเหตุผล กับเรื่องนั้นๆเสมอ

ถูกต้องเลยครับ ถ้าใครมาเบียดเบียนเรา เราก็ต้องรักษาสิทธิให้กับผมและครอบครัวเต็มที่แน่นอนครับ🙂