ผมใช้ chatgpt สรุปบทสัมภาษณ์ tbast นักพัฒนา lightning ของ acinq ครับ #siamstr

ภาพรวม Lightning Network ปี 2025 (Bitcoin Optech Year-in-Review)

ปี 2025 ถือเป็น จุดสิ้นสุดของวัฏจักรการพัฒนาใหญ่ของ Lightning Network ที่ใช้เวลาหลายปี โดยหลายฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงมานาน ได้เข้าสู่การใช้งานจริงหรืออยู่ในช่วงพร้อมใช้งานแล้ว สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. ภาพรวมใหญ่ของ Lightning ในปี 2025

• เป็นปีที่ ฟีเจอร์หลักที่พัฒนามานาน “เสร็จสมบูรณ์” เช่น

• Taproot Channels

• v3 Transactions

• Splicing

• จากเดิมที่เป็นเพียงแนวคิด → สเปก → ทดลอง → ปรับสเปก → ทำหลาย implementation

ปี 2025 คือปีที่ทุกอย่าง “ตกผลึก”

• หลังจากนี้ (ปี 2026 เป็นต้นไป) หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่จริง ๆ น่าจะต้องอาศัย Covenants หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโครงสร้างเกมไปเลย

2. Taproot + v3 Channels สำคัญอย่างไร

v3 Transactions

• แก้ปัญหา mempool pinning / carve-out attacks

• เพิ่ม ความปลอดภัยของเงินใน channel

• ลดความจำเป็นในการ force close จากปัญหา feerate

Taproot Channels

• การใช้ Schnorr signature เดียว → ประหยัดพื้นที่ on-chain

• เหมาะมากกับโลกที่มี splicing บ่อย

• เพิ่ม privacy

• channel output บน chain แยกไม่ออกจาก Taproot output ปกติ

• ปูทางไปสู่:

• Taproot Assets (ฝั่ง LND)

• PTLCs (ในอนาคต)

หมายเหตุ: ช่อง public ยังต้อง announce อยู่ จึงยังไม่ private เต็มที่

3. Splicing: ฟีเจอร์เปลี่ยน UX ของ Lightning

• สเปกเสร็จสมบูรณ์แล้ว

• Cross-compatibility:

• Eclair: พร้อม

• LDK: ขาด RBF

• CLN: เหลือปรับเล็กน้อย

• LND: ยังไม่มี (แต่มีแผน)

• ไม่มี “Splicing v2” → เปิดใช้แล้วได้ประโยชน์เต็มทันที

ประโยชน์จริง

• ปรับสภาพคล่องโดยไม่ต้องปิด/เปิด channel

• ลดค่า on-chain fee

• สำคัญมากสำหรับ routing nodes

• สำหรับผู้ใช้ทั่วไป:

• ใช้ channel เดียว

• LSP จัดการ liquidity ให้ทั้งหมด

• UX ดีขึ้นมาก (เช่น Phoenix wallet)

4. Channel Jamming: ปัญหาเก่าที่ถูกแก้จริง

ความคืบหน้าใหญ่ในปี 2025

• งานวิจัยโดย Carla Kirk-Cohen & Clara Shikhelman

• ได้ reputation-based algorithm ที่:

• ใช้ได้จริง

• ถูก audit และทดสอบด้วย simulation

• ไม่ต้องเปลี่ยน protocol มาก

• Implement แล้วใน:

• LDK

• Eclair

• เริ่มเก็บข้อมูลจาก mainnet

Fast jamming

• แก้ด้วย upfront / hold fees

• ทำได้ง่ายกว่า reputation มาก

• Wallet อาจซ่อนค่าใช้จ่ายไว้ หรือให้ LSP รับภาระ

สรุป:

ปี 2025 คือปีที่พิสูจน์ว่า channel jamming สามารถถูก mitigate ได้จริง

5. ความปลอดภัยและคุณภาพโค้ด

• มีการ:

• Fuzzing ข้าม implementation

• Audit โค้ดครั้งใหญ่

• แก้ spec ที่คลุมเครือ

• ผลลัพธ์:

• Implementation ทุกตัว ปลอดภัยขึ้นอย่างชัดเจน

• Interoperability ดีขึ้น

• ระยะยาว:

• เมื่อ v3 เป็นมาตรฐาน → BOLTs จะ ง่ายและสะอาดขึ้น

• ตัด legacy complexity ทิ้งได้

6. ปัญหา feerate & force close (อดีต)

• ในอดีต:

• ความเห็นต่างเรื่อง feerate → force close

• เกิด edge case มาก

• ปัจจุบัน:

• Anchor outputs + package relay

• Closing protocol ใหม่ (รองรับ RBF + Taproot)

• เป้าหมาย:

• ค่อย ๆ กำจัด legacy behavior ออกจาก spec

7. UX ดีขึ้น: BOLT12 & Human-readable addresses

• BOLT12 เริ่มถูกใช้งานจริงมากขึ้น

• Bitcoin address ที่จำง่าย → UX ดีขึ้น

• คาดว่าจะเห็น adoption มากขึ้นในอนาคต

8. Layer 2 “Wars” (จริง ๆ คือการเติบโต)

• ปี 2025 เริ่มเห็น L2 อื่น ๆ จริงจัง:

• Ark (2 implementation ใกล้ production)

• Spark

• มุมมองของ t-bast:

• ไม่ใช่สงคราม

• เป็น ecosystem ที่มีหลาย trade-off

• ผู้ใช้เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง

• Ark ถูกมองว่า:

• ใช้งานเหมือน Lightning

• UX ดีมาก

• เสริมกันมากกว่ามาแทนที่

สรุปสุดท้าย

ปี 2025 คือ:

• ปีที่ Lightning “โตเป็นผู้ใหญ่”

• ฟีเจอร์หลักเสร็จจริง ไม่ใช่แค่สัญญา

• ความปลอดภัย ↑

• UX ↑

• Infrastructure พร้อมรองรับการเติบโต

และปี 2026 จะเป็นปีที่:

“การแข่งขันและนวัตกรรม Layer 2 จะระเบิด เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ Bitcoin ทั้งระบบ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.