ภาษาอังกฤษไม่ใช่วิชา แต่คือ skill

เรื่องของวิธีการเรียนรู้ก็เป็นเรื่องสำคัญนะ

.

เราได้มีโอกาสฟัง session “Beyond the Classroom เทคนิคการสอน สร้างการเรียนรู้” ของครูคะน้า ผ่องพิสุทธิ์ จงอุดมสุข, Content Creator ฝรั่งอั่งม้อ Farang Angmor ใน “TUXSA Open house 2025 เปลี่ยนอนาคตสู่ความสำเร็จด้วย TUXSA”

4 อย่างที่สังเกตได้ชัดมาก ๆ ในยุค AI ในเรื่องของการเรียนรู้

🔴 One size fits all VS Personalized Learning

model การศึกษาแบบเดิม ที่เป็น one size fits มีข้อจำกัด คือ ทุกคนเรียนเหมือนกันหมด และถูกทดสอบเหมือนกันหมด มี challenge คือคนเราต่างกัน เป้าหมายต่าง สไตล์ต่าง ๆ ความเร็วในการเรียนรู้ต่างกัน

ดังนั้นเทคโนโลยีที่เข้ามา ทำให้สามารถปรับการเรียนรู้ในแต่ละคนได้ ด้วย tool ต่าง ๆ จึงเกิด personalized learning นั่นเอง

🔴 Technology as a basic necessity

ทุกคนใช้ technology เป็นอวัยวะที่ 33 เป็น basic necessity ไปแล้ว การที่คนมี digital device ทำให้ไปได้ไกล ถ้าคนไม่ได้ใช้ หรือปรับตัวไม่ทัน เช่น คนสอน หรือคนเข้าไม่ถึง จะมีการแบ่งกลุ่ม และเริ่มมี gap ค่อย ๆ ห่างไปเรื่อย ๆ

แล้ว AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องป้องกันการใช้ด้วยหรือไม่

🔴 Multichannel approach

การเรียนที่ดีที่สุด ไม่ต้องถกเถียงว่าอะไรดี ดีที่สุดคือหลาย ๆ วิธีมารวมกัน หลายองค์กรเลือกเป็น hybrid learning มีทั้ง online onsite workshop community ใด ๆ การเรียนรู้ที่แตกต่าง เพื่อปิด gap

🔴 Contextualized learning

ในกลุ่มคนทำงาน สิ่งที่น่าใจคือ การเรียนรู้ว่าเราเรียนไปทำไม เรียนแล้วใช้เมื่อไหร่ เกี่ยวกับชีวิตยังไง reflex กันมันยังไง (ถ้ากึ่ง ๆ นอกเรื่องหน่อย เช่น เราเรียนกระบี่กระบองตอนมัธยมไปทำไม 🤣)

เอา learning ให้เหมาะกับ context การใช้งานในแต่ละคน และ focus ที่จุดนั้น เรียนรู้จากบริบทในการใช้งานจริง

.

แล้วคุณคะน้าสอนแบบไหน?

เป็นการสอนที่ช่วยให้คนเรียนมีประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี และมี skill ที่มากขึ้น

🔴 English as a Skill vs Subject

เน้นมุมมองว่าภาษาอังกฤษเป็น skill มากกว่าวิชา

ความคล่องในการใช้ภาษา กับ ความถูกต้องในการใช้ภาษา

แบบ traditional ที่เราได้เรียน ๆ กันตั้งแต่เด็กเน้นความถูกต้องในการใช้ภาษา

แล้วทำยังไงให้เรียนภาษาให้มีความคล่องเพื่อสื่อสารได้ในชีวิตจริง ดังนั้นจึง focus พัฒนาการของทักษะนั้น ๆ ไม่ได้เป๊ะแต่สื่อสารได้

🔴 How to Learn vs What to Learn

วิธีการเรียนรู้แตกต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันมหาศาล

เช่น ใช้เวลาเรียน 4 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่คนที่เรียนรวดเดียว แปปนึงหาย ดังนั้นการแบ่งความถี่มีผลกับ long-term memory ได้มากกว่า

และปรับวิธีการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นทำเป็นคลิปสั้น ๆ

🔴 Leveraging AI & Technology

เอา AI หรือเอา tool ดี ๆ มาใช้ ทำให้คนเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น เอานำมาใช้ในทุก ๆ โปรแกรมที่สอน

🔴 Informal Learning

การเรียนในห้องเรียนไม่ถี่พอให้เกิดทักษะได้จริง สร้างให้คนมี informal learning

การทำอะไรที่สนุก ทำสัก 5 - 10 นาที เข้าไปในชีวิตประจำวันมากขึ้น

🔴 Formative VS Summative Assessment

ทำยังไงให้มัน work?

ภาษาวัดไม่ได้ เพราะเป็นทักษะ formative assessment วัดผลเพื่อต่อยอดในการเรียนรู้ ว่าใช้ได้จริงมากน้อยแค่ไหน

มีการ assign personal project เช่น เรียนแล้วมา present เอาสิ่งที่เรียนมาใช้ ประเมินว่ามัน work ไหม

.

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตขนาดนี้ ในเมื่อต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมซะเลย เพราะ tool พวกนี้เข้ามาเปลี่ยนวงการการศึกษา ทำให้มีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหาของคนเรียน มีมากมาย เช่น สื่อสารไม่คล่อง ติดแปลไทย กลัวผิดไม่มั่นใจ เรียงประโยคไม่ถูก นึกคำไม่ออก ซึ่งปัญหาทั้งหมดเกิดจาก ไม่ได้ฝึกใช้มากพอ เช่นเป็นคู่สนทนาให้คนเรียน แต่ต้องมีครูเยอะมาก ๆ แล้วจำนวนครูก็ไม่พออีกด้วย

ดังนั้นจึงใช้ AI เป็นครูส่วนตัว ในการช่วยเราในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคนปรับแก้, คนตรวจ grammar, coach ในการสื่อสาร, นักแปล และอีกมากมาย

โดยเน้นเข้ามาช่วย 2 เรื่องหลัก ๆ คือ

🔴 Skills Development การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ

กระตุ้นการสร้าง skill มี practice มากขึ้น ปรับการวางแผนการเรียนในแต่ละบุคคล และมี tool ช่วยลดกำแพง ซึ่งกำแพงที่ว่า คือ เราต้องเก่งตอนนี้เลย ซึ่งเราไม่ต้องรอให้เก่งพออีกต่อไปแล้ว

- ใช้ AI มา personalize learning path มีแอพมากมายให้เลือก อย่าง Duolingo, ELSA speak, Loora, Lingvist, Cake

- กระตุ้น practice โดยการฝึกพูดกับ ChatGPT

- ฝึกฟังผ่าน Otter.ai ลดปัญหาฟังไม่ทัน มันจะฟังเสียง meeting แล้วแสดง subtitle ให้เราอ่าน

- ฝึกพูดผ่าน Speechify เป็น AI แบบ text-to-speech ทำให้เราเตรียม present ได้ เลือกคนที่เราอยากเรียนรู้และพูดตามได้เลย

- การอ่านก็มีเช่นกัน เป็น Humata.ai ที่เราสามารถโยน pdf แล้วถามคำถาม ทำให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น

- tool แก้ไวยากรณ์ยอดฮิต หนีไม่พ้น Grammarly และอีก tool ที่ช่วยในเรื่องของการเขียนก็คือ paperpal.com

🔴 Work Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ในส่วนของการสอน ทำให้เกิด engagement รวมไปถึงความบันเทิง

- Ice-breaking tool: มี Slido ที่สร้างพวก poll, quiz, word cloud และอื่น ๆ และอีกตัวนึงคือ Mentimeter

- Quiz / Game tool: มี Quizizz, Kahoot

- Brainstorming tool: Miro กับ Padlet

- เพิ่มสีสันด้วย memes และ gifs จากสองเจ้าดังอย่าง Tenor และ Giphy

- สำหรับคนที่ใช้ Canva เขามี AI tool ชื่อว่า magic media สามารถสร้างรูปและวิดีโอที่เราต้องการ ใส่ slide ได้เลยยยย

.

Wrap-up

คนเรียน: เรียนในสิ่งที่ไว้ใช้ ใช้ในสิ่งที่เรียน

คนสอน: สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.