Avatar
Suphanaj
014a55f230d3c809b91b6c8001d2a54c7a6559e36e606ff70cda4ed30817f1c6

สวัสดี ครับผม 🙏

Replying to Avatar Thai ratel PK

GM Siamstr

มาแล้วครับกับ Bitcoin Unfiat ตอนใหม่

ในตอนนี้เราจะลองมาคุยและวิเคราะห์กับบทความของคุณ Roger Huang ผู้ที่เขียนหนังสือ ในประเด็น ระหว่าง bitcoin และประเทศจีน และเป็นการทำให้เราลองเห็นภาพว่า เมื่อ bitcoin ต้องเจอกับรัฐชาติที่มีอำนาจเข้มข้นในการควบคุมการสื่อสารและการกระทำของประชาชนในขนาดใหญ่ที่หาตัวเทียบได้ยาก และพยายามกีดกัน bitcoin มันส่งผลอะไรกับ bitcoin และวิธีการที่พวกเขาใช้มีประสิทธิภาพแค่ไหน และที่สำคัญเราจะมาคุยกันว่า คุณค่าสำคัญที่สำคัญที่สุดที่ bitcoin มอบให้กับผู้ใช้มันคืออะไรกันแน่

โดยตอนนี้สามารถหาฟังได้ที่ Fountain, Apple podcast และ Spotify ครับ

ขอขอบคุณการสนับสนุนจากทุกๆท่านนะครับ

และสุดท้ายนี้หากทุกท่านชอบและถูกใจ และไม่อยากพลาดตอนถัดไป สามารถกดติดตามได้ในแต่ละแอป podcast นะครับ

#Siamstr #BitcoinUnfiat

Link Fountain

https://fountain.fm/episode/x9debY17A2DH9aEAcSGb

Link Apple podcast

https://podcasts.apple.com/th/podcast/bitcoin-unfiat-by-thai-ratel/id1713926245?i=1000663685538

Link Spotify

https://open.spotify.com/episode/2g2tTsfzQjEPnbi7ZFikwl?si=xCqCS1GYQ7GMeiykzJP6TQ

มาแล้วววว🧡🧡

Replying to Avatar Boss

บิตคอยน์ทำให้เรามีกำนาจควบคุมการเงินและชีวิตตัวเองได้ แต่มันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ

เหมือนกับว่า เรากำลังอยู่ในรถยนตร์ที่เราไม่มีสิทธินั่งที่นั่งคนขับ เราได้แค่เป็นผู้โดยสาร มองสภาพแวดล้อมข้างทางที่เปลี่ยนไปเรื่อยโดยที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้ เราได้แต่หวังว่าคนขับจะพาเราไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและขับอย่างนิ่มนวล

ผมเกิดมาในยุคที่พ่อแม่ผมเคยชินกับการเป็นผู้โดยสารที่พร้อมจะปฏิบัติตัวตามที่คนขับกำชับทุกอย่าง อะไรควรทำไม่ควรทำ ผมอยู่ในกรอบมาตลอด

และที่สำคัญมัน “สบายดีนะ” ไม่ต้องมาปวดหัวคอยระวังหน้าพะวงหลัง ไม่ต้องมาคอยเช็คสภาพรถ ตรวจดูเครื่องยนตร์ เรียนรู้การขับขี่อย่างปลอดภัย และไม่ต้องศึกษากฏจราจรให้วุ่นวาย

ผมแค่นั่งทำอะไรของตัวเองไปเรื่อยๆปล่อยใจไปกับสายลม

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนขับกำลังพาเราไปไหนก็ไม่รู้ สภาพภายนอกดูไม่ไว้วางใจ คนขับได้แต่บอกว่าทุกคนจะปลอดภัย ขอแค่เชื่อใจผม เดี๋ยวเครื่องยนตร์มีปัญหา สักพักแอร์เริ่มไม่เย็น ในรถเริ่มมีกลิ่นเหม็นตุๆ

สิ่งเหล่านี้มันเป็นเหมือนสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่า เราไม่ควรเชื่อใจคนขับ และการจะหาคนขับที่เชื่อใจได้มันก็ยากซะเหลือเกิน เพราะทุกคนย่อมมีข้อบกพร่องและไม่มีใครถูกใจใครได้ทุกคน

สิ่งที่ผมจำเป็นต้องทำคือ ศึกษาวิธีเป็นคนขับเอง ผมต้องละทิ้งความสุขสบายมาค้นหาวิธีที่จะมีรถเป็นของตัวเองและขับมันด้วยตัวเอง

ผมจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบ มีวินัยกับตัวเองมากขึ้น ไม่งั้นชีวิตผมจะติดอยู่ในวังวนของความสุขสบายได้แต่หวังลมๆแล้งๆรอคอยให้คนขับพาเราไปให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

หลายคนยังไม่อยากละทิ้งความเคยชินของความสุขสบายนี้ และต่อให้จะมีใครมาชี้ทางให้เห็นถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมามากแค่ไหน ถ้าเจ้าตัวยังไม่รู้สึกว่าต้องขับรถเอง คนเหล่านั้นก็จะมีความสุขและวางโลกแห่งความจริงไว้ห่างๆ ใช้ชีวิตอยู่ในความฝันที่ตัวเองสบายใจ

ผมเจอหลายคนที่ติดอยู่ในวังวนนี้เยอะมาก แน่นอนครับ มันยากมากที่จะละทิ้งความสบายเพื่อมาค้นหาความจริงของโลกที่ซับซ้อน และคนส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากจะทำด้วยซ้ำ (ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็น)

การได้มาศึกษาบิตคอยน์เป็นการค้นพบสิ่งประดิษฐ์ที่มอบอำนาจการเป็นคนขับให้กับทุกคน และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนสามารถเป็นคนขับรถของตัวเองได้ ทุกคนสามารถกำหนดชะตาชีวิตตัวเองได้ ขอย้ำว่า“ทุกคน”

เพียงแต่มันต้องแลกมาด้วยการมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์

ผมคิดว่าโลกแห่งความจริง มันไม่ได้ง่ายและอาจจะไม่ได้ยากขนาดนั้น เมื่อเราตื่นจากวังวนแห่งความสุขสบาย ความจริงมันเจ็บปวดเสมอ แต่มันก็งดงามเช่นกันครับ

แด่ คนรอบตัวที่ผมห่วงใยมาเสมอ ขอให้ได้พบกับความจริงที่เจ็บปวดในเร็ววัน และ ยอมรับมันให้ได้ครับ

#siamstr

แต่ผม มองว่ามันเป็นธรรมชาตินะครับ

ไม่ใช่ว่าทุกคนได้ลองเป็นคนขับแล้ว จะอยากเป็นคนขับเสมอไปกันทุกคน หลายๆเขาอาจจะอยากเลือกเป็นคนนั่งหลังจากที่เขาได้ลองเป็นคนขับดูแล้ว เพราะความเป็นจริงมันก็ไม่สามารถเป็นคนขับกันได้ทุกคน ครับผม 🧡

รอดูกันต่อไปครับ

Replying to Avatar Siamstr Update

🚨Jiangxi Bank ธนาคารของจีน กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย เสี่ยงเกิด Bankrupt

.

❗️Jennifer Zeng นักเขียน นักข่าว ผู้เชี่ยวชาญข่าวสารและบทวิเคราะห์กิจการของประเทศจีน

ได้โพสเนื้อหาบน X รายงานว่า ตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 มิถุนายน จนถึง วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

มีการประท้วงหน้าธนาคาร Jiangxi Bank ของจีน โดยผู้ประท้วงได้ตะโกนที่หน้าธนาคารว่า "คืนเงินมา"

.

❌สาเหตุคาดว่าเกิดจาก Jiangxi Bank นั้นผิดนัดชำระหนี้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินกับนักลงทุน คาดการณ์ว่ามีนักลงทุนมากกว่า 2,200 ราย ที่ได้รับความเสียหาย มีมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านหยวน โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองหนางฉาง

.

🧨ภาคการธนาคารของจีนกำลังเผชิญกับวิกฤติอันเลวร้าย มีธนาคารหลายแห่งล้มหายไปในช่วงเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

หลังจากประสบปัญหาสินเชื่อด้วยคุณภาพและวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในภาวะถดถอยอย่างรุนแรง

.

#siamstrupdate #Siamstr #Bankrupt #วิกฤติการเงิน

https://video.nostr.build/37240ac14879355aeb0a8da7c4effc510872b0d987569c915843f986ccab7367.mp4

เริ่ม หนักขึ้นเรื่อยๆ

สวัสดีคร้าบบบผม ยามเช้าๆ

ยี่ห้อกาแฟ อะไรครับแนะนำที 🧡

ผมอยากลองบ้าง 😅

Replying to Avatar Boss

ถ้ายังไม่มีเงินพอก็อย่าเป็นหนี้เพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา

การเป็นหนี้คือการยอมตกเป็นทาสของคนอื่นและทำให้จิตใจอ่อนแอ

จะซื้อของใหญ่ๆอย่าง บ้าน รถ ถ้าเงินยังไม่พร้อม ก็ต้องยอมรับสภาพให้ได้ ใช้ชีวิตตามสภาพไปก่อน อย่าเอาความสบายในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าในวันนี้

ผมว่านี่น่าจะเป็นความรู้สึกของหลายๆคนที่เก็บเงินมาสักระยะแล้ว พยายามกดคุณภาพชีวิตให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้ พอเก็บได้ตามเป้าหมายมันจะมีอารมณ์ประมาณว่า รออีกสัก halving ก่อนดีมั้ยนะ เพราะถ้าซื้อไอ้สิ่งนั้นๆ เงินเก็บจะเหลือน้อยลงเยอะเลย

ตอนนี้คือตีกับตัวเองในหัวอยู่ตลอดเวลา ง่ายๆคือยังไม่รู้สึก secure พอ

ท่อนประโยคสุดท้าย สรุปเข้าใจง่ายเลยครับ 😊

ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาเขียวขจีและลำธารใส มีชุมชนเล็กๆ

ชื่อว่า "#Siamstr" ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตที่แปลกไปจากที่อื่น พวกเขาใช้ชีวิตแบบ

"Low time preference" หรือการให้ความสำคัญกับอนาคตมากกว่าปัจจุบัน

ในเช้าวันหนึ่งที่ฟ้าสดใส ตะวันเริ่มต้นทำหน้าที่ของมัน ฉายแสงอบอุ่นลงบนบ้านไม้

เก่าๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ในหมู่บ้าน "Siamstr" ป้าอัญชัน คุณป้ารุ่นเก๋าที่มีผมหงอกขาว

เต็มหัว เดินออกมาจากบ้านพร้อมตะกร้าสานที่เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ป้าอัญชัน

เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องในหมู่บ้านเพราะเธอเป็นคนที่คอยสอนให้คนในหมู่บ้านรู้จัก

การปลูกพืชที่ใช้เวลาเติบโตนาน

"สวัสดีค่ะป้าอัญชัน" เสียงเรียกดังขึ้นจากเด็กสาวที่กำลังเดินผ่านหน้าบ้าน เด็กสาวชื่อ

ใบหม่อน เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเมื่อไม่นานมานี้ และยังไม่คุ้นเคยกับวิถีชีวิต

ที่นี่มากนัก

"สวัสดีจ้ะ ใบหม่อน วันนี้จะไปไหนจ๊ะ?" ป้าอัญชันถามพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน

"หนูว่าจะไปช่วยพี่ทิวาปลูกต้นไม้ค่ะ เห็นว่าเขากำลังจะปลูกต้นไม้ใหญ่

หนูสงสัยว่า ทำไมเขาต้องปลูกต้นไม้ที่ใช้เวลานานกว่าจะโตด้วยค่ะ"

ใบหม่อนถามอย่างสงสัย

ป้าอัญชันยิ้มกว้างก่อนจะตอบว่า "อืม ที่นี่เรามีวิถีชีวิตที่แตกต่างออกไปจ้ะ เราเชื่อว่า

การปลูกต้นไม้ใหญ่หรือทำอะไรที่ใช้เวลานานนั้นเป็นการลงทุนในอนาคต คนในหมู่บ้าน

นี้จะคำนึงถึงผลลัพธ์ในระยะยาวมากกว่าความสุขสบายชั่วคราว"

ใบหม่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ยังมีแววตาที่ไม่แน่ใจ "แต่ทำไมเราต้องรอคอยนาน

ขนาดนั้นล่ะคะ?"

ป้าอัญชันพยักหน้าเบาๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวของตัวเอง

"เมื่อก่อนป้าก็เป็นคนใจร้อนอยากได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งป้าได้พบ

กับคุณตาผู้เฒ่าท่านหนึ่ง ท่านสอนให้ป้ารู้จักการปลูกต้นไม้ ป้าก็เลยลองปลูกดู มันใช้

เวลานานมากกว่าจะโต แต่เมื่อมันโตเต็มที่ ป้าก็ได้เห็นประโยชน์ของมันที่มีต่อชุมชน

เรามีไม้สำหรับสร้างบ้านมีผลไม้กินไม่ขาดมือ และที่สำคัญเราได้เรียนรู้ถึงความอดทน

และการวางแผน"

"ถ้าเราไม่ปลูกอะไรที่ต้องใช้เวลานาน ตอนนี้เราคงไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ไม่มีผลไม้ที่

อุดมสมบูรณ์เหมือนตอนนี้หรอกจ้ะ" ป้าอัญชันกล่าวสรุป

ใบหม่อนพยักหน้าเข้าใจแล้ว "หนูเข้าใจแล้วค่ะป้าอัญชัน หนูจะลองเปลี่ยน

แปลงตัวเองดูบ้างค่ะ"

จากวันนั้น ใบหม่อนได้เริ่มต้นปลูกต้นไม้และทำกิจกรรมต่างๆ ที่ใช้เวลานานขึ้น

เธอเรียนรู้ที่จะวางแผนและคิดถึงผลลัพธ์ในระยะยาวมากกว่าความสุขสบายชั่วคราว

เวลาผ่านไป ใบหม่อนกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตแบบ

"Low time preference" ในหมู่บ้าน "Siamstr" เธอได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

จากการลงทุนในอนาคต และความสุขที่เกิดจากการเห็นสิ่งที่เธอทำเติบโตและให้

ประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง ในยามเย็นเมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้า ใบหม่อนนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่

เธอได้ปลูกขึ้น เธอยิ้มและรู้สึกถึงความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ

ให้กับชุมชน เธอได้เรียนรู้ว่าความอดทนและการวางแผนในระยะยาวนั้นเป็นสิ่งที่มีค่า

และนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง

ได้เรื่องเล่า ให้ลูกผมฟังพอดีเลยครับ 🙏

ยามเช้า แบบฟินๆ เลยมั้ยครับ 😀

เรื่องที่ต้องอาศัย Trust เพราะว่ามีคนที่ชำนาญกว่า มีเครื่องมือเพรียบพร้อมกว่า และมีศักยภาพที่สูงกว่าในการทำ Verify ให้, มันก็ยังจะมีคนที่ต้องการจะ Verify มันด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ Trust จากผู้ที่ขาย เพราะความไม่ต้องการในการจะมีภาระค่าใช้จ่ายในสิ่งที่ตัวเองไม่ชำนาญ จากค่าอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อการ Verify เท่านั้น จากความต้องการลดระยะเวลาที่ต้องเสียไปกับการต้องเรียนรู้เพื่อที่จะ Verify อะไรบางอย่างที่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง

แต่กับเรื่องที่มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตความเป็นอยู่ ที่จำเป็นจะต้องอาศัยการ Verify ก่อนที่จะ Trust เช่น การเงิน สุขภาพ ความเชื่อ/ศาสนา ฯลฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง กลับเลือกที่จะ Trust โดยที่ไม่ต้องการจะไป Verify อะไรกับมันอีก “ผมเชื่อรัฐนะ, โอเคครับหมอ, ดีเลยครับหลวงพ่อ”

โคตรตลก ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ คุณลองนึกภาพตามดู คุณซื้อเครื่องมือตรวจสอบมาตรฐานค่าสีของจอภาพ และมีการส่งไปให้หน่วยงานมาตรฐานทำการทดสอบอุปกรณ์ตัวนั้นจนได้รับการรับรอง และนำมันไปใช้ในการทดสอบค่าสีของจอภาพให้ลูกค่า เพื่อตรวจสอบความแม่นยำค่าสีของจอภาพ เพื่อที่จะทำการปรับตั้งค่ามันให้มีความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด

แต่โลกของเรามันตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน (Uncertainty) มันไม่มีอะไรที่จะดีเลศ 100% เป๊ะ ๆ จอภาพที่ปรับตั้งค่าตามมาตรฐาน (สมมติว่าการยอมรับอยู่ที่ 95%) แล้วค่าสีของจอภาพที่คุณปรับมันได้ 97% มันก็จะมีคนถามคุณว่าปรับแล้วทำไมมันไม่ได้ 100% ถ้าคุณบอกว่าตามมาตรฐานเกณฑ์การยอมรับมันอยู่ที่ 95% สำหรับจอภาพตัวนี้ที่ค่าสีแม่นยำถึง 97% ซึ่งสูงกว่าค่าเกณฑ์ที่ยอมรับนั้นสามารถใช้งานได้ เพียงพอ และไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอนเมื่อนำงานที่ทำผ่านจอภาพนี้ไปใช้ในการสั่งพิมพ์

เขาก็จะถามคุณต่อว่า แล้ว 95% มันคำนวณมาจากไหนทำไมถึงต้องเป็น 95% คุณมี reference ไหนบ้างที่ผมจะสามารถดูได้ว่าจริงอย่างที่คุณบอก? และถึงต่อให้คุณหา reference ตามระบบมาตรฐานจนเจอและเอาให้เขาดู เขาก็จะถามคุณต่อว่า แล้วเครื่องมือที่คุณเอามาใช้ทดสอบจอภาพของเขา ส่งไปตรวจสอบกับหน่วยงานไหน? ใครรับรอง? เชื่อถือได้มั้ย?

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ Verify อะไรด้วยตัวเองอยู่ดี สิ่งที่เขาทำเป็นเพียงแค่การคาดคั้นหาความจริงเอาจากคนอื่น เพราะว่าเขาไม่ใช่ผู้ผลิตที่สร้างเครื่องมืออย่างอุปกรณ์ทดสอบความแม่นยำค่าสีของจอภาพ หรือแม้แต่สร้างจอภาพขึ้นมาด้วยตัวเอง สิ่งที่เขาทำได้คือ Verify เพื่อแสวงหาสิ่งที่เข้าคิดว่าจะสามารถ Trust ได้มากว่า Trust อื่น ๆ ก่อนหน้านั้น ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ประโยชน์ มันเหมือนกับคนที่มานั่งตั้งคำถามว่าทำไมเวลาที่เราอยู่บนโลกเราใช้หน่วยวัดความยาวที่เรียกว่าเมตรแล้วมันเวิร์ค แต่ในเวลาที่เราอยู่นอกอวกาศมันถึงได้ไม่เวิร์คต้องไปใช้หน่วยของปีแสงแทน ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตประจำวันของเขาเกี่ยวข้องกับหน่วยวัดความยาวเพียงแค่การขับรถไปกลับระหว่างที่ทำงานกับที่บ้านเท่านั้น

เงินเสื่อมค่า เห็นอยู่ตำตาบอกปกติ รัฐ Verify ให้แล้วว่า 3% ต่อปีคือดีแล้วต่อส่วนร่วม เราต้อง Trust มันแล้วอย่าไปส่งสัยอะไรอีก แล้วก็มานั่งร้องห่มร้องไห้ เก็บเงินไม่ได้เลย ข้าวของแพงจัง อยากได้รัฐสวัสดิการ บลา ๆ

เอาจริง ๆ ที่ผมบ่นคนพวกนี้เนี่ย จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้อยากจะ Verify อะไรจริง ๆ หรอก มันเสียเวลาแล้วก็น่ารำคาญ แต่ที่ต้องทำก็เพราะว่าถูกสั่งมาอีกทีว่าต้องทำ เลยจำเป็นจะต้องทำ เขาแค่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะเอาไปตอบคำถามของคนที่สั่งเขามาอีกที เพราะว่าถ้าเขาเป็นมนุษย์ประเภทที่มี mindset ที่สนใจและสงสัยอะไร ๆ จนต้องค่อย Verify มันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาจะไม่ถามอะไรเอาจากคนอื่นง่าย ๆ หรอกครับ เขาจะหาด้วยตัวเขาเองจนกระทั้งมันสุดแล้วจริง ๆ เขาถึงจะไปขอให้คนอื่นช่วย

คนพวกนี้มีอยู่เยอะมาก ๆ เพราะงั้นอย่าแปลกใจที่ทำไมยาส้มมันถึงไม่ค่อยจะได้ผล เขาไม่ต้องการจะ Verify อะไรถ้าเขาไม่ถูกสั่งมาให้ทำ และถึงต่อให้ถูกสั่งมาให้ทำ เขาก็จะทำเพียงแค่ไปหาสิ่งที่ Trust ได้มากว่า Trust ที่มีอยู่เดิมไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาไปเป็น Ref. สำหรับตอบคำถามของคนที่สั่งเขามา

คงต้องรอให้ bitcoin มันได้กลายเป็นจุดสูงสุดของ Trust ไปแล้วล่ะนะ ทุก ๆ อย่างมันคงจะง่ายขึ้นที่จะสร้าง user network effect แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น bitcoin ก็ไม่ได้ช่วยแก้นิสัยเสียของมนุษย์พวกนี้ สุดท้ายแล้วมันก็ยังจะต้องมีเรื่องให้ปวดหัวเวลาที่จำเป็นจะต้องทำงานกับมนุษย์จำพวกนี้อยู่ดี

🧡