ไม่แน่นอนครับ อารมณ์เหมือนเป็น Supersub ของร้าน แต่ปรกติไม่วันจันทร์ก็วันพุธของแต่ละสัปดาห์
เมื่อคุณอ่าน #SiamSTR เยอะ ๆ คุณจะเริ่มนึกอยากกินสเต็ค
ลองโพสต์อีกสักที

พรุ่งนี้อยู่ร้าน nostr:npub1extvh68ykcjwgllrmzs05qwzf5zyuqflyz9je6mp0qzqaqdxhcsqaz8k4r Shop ที่ MBK Center ชั้น 7 Zone C เผื่อใครแวะไปแถวนั้น มาทักทายกันได้นะครับ #SiamSTR
ตอนนี้ยอมรับตัวเองว่าอาการหวงอยู่เหมือนกัน แต่ลดลงได้ด้วยการ Zap จริง ๆ
นั่งอ่านโพสต์คนอื่นไปเรื่อย ช่วงนี้ไม่รู้จะโพสต์อะไร แต่อ่าน #SiamSTR ไปก็เพลินดี
ตอนแรกตาลาย อ่านเป็น 7 ล้านบาท
นั่งเหงา ๆ อยู่ที่ The CardZ Shop MBK Center ชั้น 7 Zone C ลองโพสต์ดูเผื่อมีชาว #SiamSTR อยู่แถวนี้ตอนนี้
จันทร์นี้ไปเปิดร้าน nostr:npub1extvh68ykcjwgllrmzs05qwzf5zyuqflyz9je6mp0qzqaqdxhcsqaz8k4r Shop ที่ชั้น 7 MBK Center เหมือนเดิม #SiamSTR
“พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะ”
มีน้องคนนึงเคยคุยกับผมไว้
“ลงทุนมันมีขั้นต่ำอยู่นะพี่
อย่างถ้าพี่ลง 1 ล้าน อาจจะได้ซัก 10 ล้าน
แต่ถ้าลง 9 แสน อาจจะไม่ได้อะไรเลย
พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะ”
ในตอนที่ผมได้ยินครั้งแรก ผมไม่ buy idea นี้เลย
อย่างที่ผมเคยเล่าๆไป พ่อแม่ผมเริ่มจากทำขนมกันที่บ้าน เราตีไข่กันในบ้าน เคี่ยวขนมกันในครัวหลังบ้าน เอาออกมาอบแล้วก็ตัดขายกันหน้าบ้าน
ทั้งๆที่บ้านผมเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ อยู่ในซอยที่แสนจะเล็ก และไม่มีที่จอดรถให้ลูกค้าใดๆทั้งสิ้น
เวลาลูกค้าเข้ามาเยอะๆ ที่ยืนหน้าบ้านก็ไม่มี บ่อยครั้งล้นไปยืนตากแดดอยู่นอกบ้าน
แต่ก็มีลูกค้าเข้าร้านอยู่แทบจะตลอดเวลา
ลูกค้าหลายเจ้ามาถึงก็จะเล่าให้ฟังแกมบ่นว่าเค้าเดินทางกันมามาจากจังหวัดนู่นจังหวัดนี้เลยนะ
นั่นทำให้ผมคิดว่า ทำเลไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือเรื่องจะลงทุนตกแต่งร้านให้สวยนั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ ขอเพียงขอเราดีจริงๆ มันจะขายตัวมันเองได้
ผมเคยรีโนเวทร้านที่บ้านครั้งนึง ใช้เงินประมาณ 3 แสน บ้านก็ดูเป็นร้านขึ้นมานิดนึง ขยายกำลังผลิตมาได้พอสมควร แต่มันก็ยังเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆอยู่ในซอยเล็กๆเหมือนเดิม มันไม่ถึงกับมี impact ที่ significant กับร้านเท่าไหร่
วันนึงผมออกไปเปิดสาขาแรก ไปได้ศาลาไทยที่เค้าสร้างไม่เสร็จอยู่ริมถนนมา ต้องพยายามหาคอนเนคชั่นเชื่อมโยงจนไปถึงตัวเจ้าของที่ ไปอ้อนวอนให้เค้าปล่อยเช่า สุดท้ายเค้าคิดค่าเช่าให้ 4,000 บาท/เดือน
ด้วยความที่เร่งรีบมาก และงบประมาณจำกัดสุดๆ ผมลงทุนไปประมาณ 5แสน จากศาลาที่ถูกทิ้งร้าง ฝ้ายังไม่ได้ทำ ผนังยังปิดไม่ครบ ไม่ต้องพูดถึงระบบน้ำไฟหรือห้องน้ำ ผมทำมันเสร็จใน10กว่าวัน (คืองานไม้ ฉันชอบ ฉันก็ลงไปทำกะช่างเลยอะ)
ทำเลมันไม่ได้ดีมากนะ มีที่จอดรถที่ดูไม่เหมือนว่าจอดได้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จอดริมถนน แต่มันก็ขายได้ ขายได้พอสมควรด้วย
มันยิ่งตอกย้ำความคิดผมที่ว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ ไม่จำเป็นต้องทำเลดีมาก ถ้าของมันดีมันจะขายตัวมันเองได้
ผมอยู่ที่ศาลาไทยได้ประมาณ 3 ปี วันนึงผู้ให้เช่ามาบอกว่าต้องออกภายใน 3 เดือนนะ มีเจ้าใหญ่เค้ามาเซ้งที่ดินทั้งหมด
…ในหัวผมมีแต่คำว่า ฉิบหายแล้ว!!…
ผมเร่งหาที่ใหม่ ในพื้นที่ใกล้เคียงเดิม วิ่งหาทุกวัน ทั้งวัน อยู่เก็นอาทิตย์ ไม่มีที่ไหนถูกใจ ส่วนใหญ่ถ้าทำเลดี ก็จะไม่ค่อยมีที่ว่าง ถ้าว่างก็แพงมาก ผมพยามมองหาทำเลที่ไม่ต้องดีมาก เข้าถึงง่าย ค่าเช่าถูก….ณ ตอนนั้น ไม่มี
แล้วอยู่ดีๆผมก็ไปนึกถึงคำพูดของรุ่นน้องคนนึงที่เคยพูดกับผมไว้ “พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะพี่”
รุ่นน้องคนนี้เค้าเป็น Developer อสังหาที่ success เป็นคนที่ผมนับถือวิธีคิดมาก ถ้าให้ผมเทียบ ผมมีความรู้สึกว่าเค้าเหมือนกับ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 จริงจัง สุดทางทุกเรื่องตลอดเวลา (ถ้าใน MBTI เค้าเป็น ENTJ ผมเชื่อว่าตั้มก็ตัวเดียวกัน)
จากคำพูดของรุ่นน้องวันนั้น ผมลองเปิดใจกับที่ที่ค่าเช่ามันแพงแต่ทำเลดี
มันเป็นโชว์รูมขายมอเตอร์ไซค์มาก่อน พื้นที่ใหญ่เกินจำเป็นสำหรับผมไปมาก และเจ้าของคิดค่าเช่าเดือนละ 70,000 แต่ขอเก็บรายปีแบบ front load !!!! (ขอเก็บหนักปีแรกปีต่อไปถอยลง แต่เฉลี่ยแล้วคือ 70,000/ด.)
สรุปว่าผมต้องจ่ายในครั้งแรก 1,500,000 !!!
ผมหนักใจมาก คิดอยู่พักใหญ่ จากค่าเช่า 4,000 กลายเป็น 70,000 แถมต้องจ่ายเงินก้อนไปก่อนด้วย ค่ารีโนเวทไม่ต้องพูดถึง น่าจะหลายเท่าของที่เคยใช้ แม่ผมก็เชียร์นะ ไม่รู้แกเห็นว่ามันดี หรือแค่เชื่อมั่นในตัวผม แต่มันสเกลที่ไม่เคยอยู่ในหัวผม ครั้งนั้นผมต้องปรึกษาหมอดูเลย ไม่มีความมั่นใจอะไรเลยจริงๆ
…สุดท้ายเอาก็เอาวะ…
การตัดสินใจเช่าครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร้านผมเลย ร้านที่มันใหญ่มันมีอิมแพคมากกว่า ไม่ใช่แค่กับคนผ่านไปผ่านมา มันถูกพูดถึง มันเกิดการรับรู้ถึงตัวแบนด์ไปในวงกว้าง ยอดขายโตหลักเป็น 100%
และมันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความคิดผมด้วย ผมมีขั้นต่ำในการลงทุนของผมที่ไม่น้อยเลยในแต่ละสาขา เพื่อนๆผมฟังค่าใช้จ่ายในแต่ละที่ของผมแล้วตกใจทั้งนั้น (หลายคนมองว่าผมไม่ฉลาดด้วยซ้ำ)
ผมไม่เคยมีปัญหากับค่าเช่าสูง ทำเลที่ดีค่าเช่าต้องสูงอยู่แล้ว ราคาที่สูงมันช่วยตัดคู่แข่งที่จะมาแย่งเราเช่าไปเกือบหมดตลาด มันทำให้ผมอยู่ในจุดที่ไม่มีผู้เล่นรายอื่นมาเล่นด้วย
ปัจจุบันโชว์รูมมอเตอร์ไซค์อันนั้นกลายเป็นกระดูกสันหลังของร้านไปแล้ว พื้นที่ๆเคยว่าใหญ่เกิน ถูกใช้เต็มอณู วัตถุดิบของทุกสาขาถูกชั่งตวงและส่งออกจากที่นั่น
และเราก็ซื้อมันก่อนที่จะต้องต่อสัญญาเช่าครั้งต่อไป 😎
“ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำ” จริงๆมันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าขั้นต่ำมันอยู่ตรงไหน สำหรับผมคือ จุดที่ใหญ่พอที่จะมีอิมแพค จุดที่มากพอจะตัดผู้เล่นรายอื่นออก จุดที่วันนึงมันคงคืนทุนได้
ซึ่งมันไม่ได้ต่ำเลย 55555
เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่มิติเรื่องทุนทรัพย์อย่างเดียว
ถ้าเรามอง proof of work เป็นการที่เราลงทุนเวลาและพลังงานของเรา มันก็มีขั้นต่ำที่เราต้องไปให้ถึงเหมือนกัน
มันจะมีจุดคุณต้องลงทุนให้ถึง เพื่อให้ตลาดเห็น value คุณ
มันมีจุดที่คุณต้องลงทุนให้ถึง เพื่อตัดผู้เล่นรายอื่นออก (เอาให้แบบคนอื่นเห็นPOWคุณ แล้วถอดใจไปเลยอะ)
มันมีจุดที่คุณต้องลงทุนให้ถึง ถึงจะได้สัมผัสกับความรู้สึก secure ว่า POW เราเยอะพอใช้ได้แล้วนะ
เอาจริงๆความหมายของ”ลงทุนให้ถึงขั้นต่ำ” ของผมคือ “ทำมันให้สุดนั้นแหละ เดี๋ยวพอพ้นขั้นต่ำแล้วเราจะรู้เอง”
GM ครับ
#ทีมตรู่
#Siamstr

ตื่นมาเช้านี้...... #Bitcoin นั่นแหละ
เก็บตามแผนกันต่อ ภึงแม้จะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นก็ตาม
#SiamSTR
Proof of Work วันนี้ด้วยการออกกำลังกาย อีกสิ่งที่โกงกันไม่ได้ #SiamSTR
ดู #ถามอีกกับอิก เรื่องการเป็น Trader ของแขกรับเชิญแล้วนึกถึงมุมหนึ่งของตัวเอง
น่าจะเหมือนกับหลาย ๆ คนที่สนใจในตลาดคริปโตช่วง Bullish นั่งเทรดคริปโตมากมายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ในอีกมุม ตัวเองก็เลือกที่จะทำแผนหนึ่งที่เป็นการเปิดพอร์ทแล้ว DCA+VA หุ้นอเมริกาไปด้วย เริ่มตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา กลับพบใจตัวเองที่ว่าการเป็น Trader มันกลายเป็นความร้อนรน และกระทบกับการตัดสินใจหลาย ๆ เรื่อง ไม่นิ่ง และไม่สบายใจ ถึงแม้ว่ามันมีจังหวะที่ทำกำไรได้ แต่ก็ไม่ได้มีความสุข ไม่ต้องพูดถึงช่วงเวลาที่ขาดทุนที่ไม่สุขกันแน่ ๆ
แต่เวลามองพอร์ตที่ DCA + VA กลับใจนิ่ง และเข้าใจว่าเรากำลังทำตามแผน และเดินหน้าไปตาม Step ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้สนใจเรื่องขาดทุนหรือกำไร หุ้นในพอร์ตมูลค่าต่ำ ก็ใช้เงินแต่ละเดือนที่ผ่านมา Rebalance ไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ปริมาณหุ้นที่ถืออยู๋ของตัวเองก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน ๆ ก็รู้สึกดี มีแรง มีพลังในการทำเรื่องต่าง ๆ ต่อไป
จนมาจะสิ้นปีนี้แล้ว มานั่งตกผลึกว่า หรือเราอาจจะเหมาะกับการเป็นเส้น Collector รวมถึงสินทรัพย์ต่าง ๆ จริง ๆ แฮะ รวมถึง Bitcoin ด้วย
ย้อนกลับไปที่ความเป็น Basic ของตัวเองตั้งแต่เด็กที่เริ่มเรื่องการสะสมต่าง ๆ ชอบที่เห็นเงินฝากเยอะขึ้น ชอบเห็นปริมาณหุ้นที่มีในพอร์ทเยอะขึ้น ชอบที่เห็น SAT มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ชอบเห็นการเจริญเติบโต การเพิ่มขึ้น หรือกระทั่งตอนเด็กที่ชอบเกมแนว Simulation ในการสร้างนู่นสร้างนี่มากที่สุด อย่างพวก Sim City หรือ Theme Hospital เป็นต้น
การเป็น Trader ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่คนประสบความสำเร็จได้จริง แต่บางทีลางเนื้อก็ชอบลางยา ก็ต้องมาหาว่าอะไรที่เราถูกจริตและเป็นตัวเองจริง ๆ ส่วนฝั่งของบิทคอยน์ ตัวเองก็เลือกเก็บ SAT ไปเรื่อย ๆ ในตอนนี้ แม้หลาย ๆ ทีก็คิดว่า เอ ถ้าเราเก็บสะสมเหรียญอื่นไปด้วย มันจะมีมูลค่ามากขึ้นไหมนะ แต่หลังจากที่ลองไปลองมา ไปโดนนู่นโดนนี่ไปเรื่อย ๆ มาถึงตอนนี้ ตัวเองก็ยังวาง Bitcoin ให้เป็นสินทรัพย์ทางเลือกหนึ่งเดียวของพอร์ทตัวเองในหมวดนี้อยู่ดี
ไม่รู้ต่อไปจะเป็นยังไงบ้าง แต่ก็รู้ว่าตัวเองต้องทำต่อไป และปรับไปรายทาง แก้ไขข้อผิดพลาด และ Shape ตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวัน
เขียนจากความรู้สึกขณะดูคลิป
#SiamSTR
สภายาส้มที่พารากอนวันนี้มีให้ดูย้อนหลังหรือเปล่าหว่า #Siamstr
กำลังดูพรีเมียร์ลีกคู่แรกท่ามกลางฝนตก และหาวิธีเข้า noStrudel อีกรอบบน PC ได้สักที เส้นผมบังภูเขามาก ดันไป fix preferred relay เฉพาะ Siamstr
ได้ Badge แบบเบิ้ม ๆ กันเลย
คำถามที่มักเจอจากลูกค้าการ์ดสะสมวัยเยาว์
"การ์ดนี้ขายได้มั้ยครับ ราคาเท่าไหร่" (เปิดแล้วรวยเลยไหม) 💰
แปลกแต่จริงที่ลูกค้าวัยผู้ใหญ่มักไม่ถามเรื่องนี้เท่า แต่จะชอบคุณค่าในการเก็บรักษาและสะสมมากกว่า
#SiamSTR
นี่แหละ เลยส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ด้วยการ #ZAP ให้เลย ถึงยังมี SAT ไม่มากก็ตาม



