Avatar
Emeric
1942c73b42a22810fc617e990d9389f3a9e3b5d1d2f47e0988588844d6c3a149
Stack knowledge #Siamstr
Replying to Avatar pango

Lecture 4/8 Principles of Economics

15.08.67 by Wichit Saiklao

: Trade and Money

____________________________________________________________________

ฉบับเต็ม*

# โฟกัสที่มุมมองระดับสังคม (social)

คนมา interaction, engagement, transactions กัน

save time = save cost

time* คือต้นทุนที่แพงที่สุด

การ trade ช่วย save cost ด้วยเช่นกัน เกิด specialization เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

การเกิด society เกิดจากการ produce เพื่อจะ serve/สนอง คนอื่น (produce to serve other) นำไปสู่ trading/exchange ซึ่งกันและกัน

ภายนอก cooperation เกิดจากความสมัครใจ ส่วนภายใน เกิด competition เพื่อให้เกิดความแตกต่างและทำให้ต้นทุนลดลง เป็นการบังคับให้ทุกคน go specialization เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (competitive edge) สุดท้าย output ของเราก็จะไป competitive อยู่ในตลาด

พี่ชิตเรียก.. 'ทฤษฎีแตกใน' (ภายนอก cooperation ภายใน competition มีการเคลื่อนไหว) โลกอยู่ได้เพราะมี consumer เห็นคุณค่าของ producer ซึ่ง producer ต้องปรับตัวให้ทัน ต้องเก่งและเจ๋งจริง จึงจะสู้คนอื่นได้

Commoditized/Commoditization

เคยเจ๋ง แต่เมื่อทุกคนเข้าถึงเงินและเทคโนโลยี ใครๆ ก็ทำได้ เช่น ใครๆก็ต้มเบียร์ได้ แต่ไม่ใช่ใครก็ทำธุรกิจเบียร์ได้ การแข่งขันสูงขึ้นตลอดเวลา หาจุดที่แตกต่างจากคนอื่น จึงจะหลุดพ้นจาก commoditized เพื่อให้มีที่ยืนและได้ไปต่อ สุดท้ายเกิด civilization แม้จะมีการล้มหายตายจากไปมากมาย

T model

once ถูก motivated ต้องมุ่งเข้าสู่ 'T model' ลงให้ลึกที่สุดของเรื่องนั้นๆ ได้ นั่นคือ การสร้าง masterpiece การพัฒนาตัวเองในด้านที่ตัวเองถนัดหรือหลงใหล มากกว่า 10,000 ชั่วโมง (ไม่การันตรีว่าจะได้เป็น expert แม้ผ่าน 10K ชั่วโมง)

ท้ายสุด Finished good ยังต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ อีกมากมาย ก่อนจะถึงมือผู้บริโภค เราต้องลด Logistics & Supply chain ให้น้อย + เร็วที่สุด (ของจากโรงงานมาถึงมือผู้บริโภคเลย)

# สรุป #

มนุษย์ผลิตเพื่อคนอื่น (value for value/Time for time) เกิด Trade & Exchange มุ่งเป้าการพัฒนาตัวเองสู่ Masterpiece (go specialized) นำไปสู่สังคมที่เจริญรุ่งเรือง (Civilized society)

Money สำคัญ ทำให้ทุก transaction ลื่นไหลตามอุดมคติ แม้บางการ trade ไม่จำเป็นต้องใช้ money (barter system) ซึ่งทำได้ในระดับหมู่บ้าน/ตำบล

The coincident problem of wants มี 4 มิติ

บางทีเราได้สิ่งนึงแต่อีกคนไม่ได้อยากได้ของเรา > ตกม้าตาย

1. Time (Durable, Hard to make)

2. Good (Select a few media as possible)

3. Space (Transportable) เคลื่อนย้ายไปได้

4. Scale (Homogenous, Divisible) ต้องแบ่งย่อยเป็นหน่วยเล็กๆ ได้

Indirect Exchange

คือ medium of exchange (เงิน) ทำให้การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นได้ ซึ่ง barter system จะเป็น direct system *โลกต้องอยู่ด้วย Indirect exchange

The purchasing power of money

การขายเบียร์ของพี่ชิต ต้องหาที่เก็บ economic energy เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้ในอนาคต ซึ่งเงินทำหน้าที่เป็น store of value (หายากและยากที่จะสร้างใหม่), Medium of exchange และ Unit of account ซึ่งสินค้า (Goods) ที่ทำหน้าที่

Salability across time พี่ชิตมองว่าสำคัญที่สุด* เพราะรักษาพลังงานและมูลค่าข้ามผ่านเวลาได้

One money why ?

The winner takes all

Gold > USD > BTC

Fixed money supply

ควรจำกัด money supply เพราะสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่ money สิ่งที่เราต้องการคือ purchasing power เพื่อให้เกิดการอำนาจในแลกเปลี่ยนที่ไม่จำกัด

Benefits of money

- Division of Labor เกิดการแข่งขัน

- Economics Calculation ตั้งราคาง่าย เพราะใช้หน่วยเดียวกัน

- Low Time Preference เรามีแหล่งเก็บพลังงานที่ดี ใครก็ Dilute ไม่ได้ เกิด secure และ มองการไกล สละความสุขตอนนี้ เพื่อให้ลูกหลานเกิดความสุขในอนาคต

#siamstr

ปอลอ1 ตกหล่นตรงไหนขออภัยเนื่องจากเมา + ไม่มีเนื้อหา Q&A นะคะ

ปอลอ2 ไฟลุกเว่อคลาสนี้ อาจจะไม่ได้ใส่มาทุกคำ แต่เต็มสองรูหู

ปอลอ3 เอนจอยค่า :3 🍻

ขอบคุณมากครับบ

เป็นเรื่องนึงที่อยากขายมากๆ ครับ ดูจบทั้ง 2 ss แล้วชอบมาก

- คนทำงานก็ควรจะได้ข้าวกิน (POW)

- สลักเอาไว้บนร่างกายข้า สลักไว้บนตัวศัตรู สลักไว้บนพื้นดิน สลักเอาไว้บนสายลม สลักเอาไว้ (POW)

มีคนเก็ทแล้ว

พี่ชายฝากบอกว่า

- ข้อมูลทั้งหมดในนี้เป็นการสรุปจาก Live ของอาจารย์ตั้มมาเรื่อยๆ และประกอบกับที่เขียนเองเข้าไปเพิ่มเติม

- Flow chart นี้ไม่ใช่ตัวที่สมบูรณ์ที่สุด และไม่มีวันสมบูรณ์ ทุกคนสามารถเพิ่มเติมแต่งและประกอบเรื่องต่างๆ เชื่อมโยงความลึกเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ

- พี่ชายอนุญาติใช้แชร์ และหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้ลองเอาไปปรับแต่ง หรือทดลองต่อยอดในแบบของตัวเองครับ

*ถ้าเกิดการต่อยอด วันนึงหลุมนี้อาจจะสมบูรณ์มากขึ้นครับ 🫴⚡🐇

#TBC2024 #ThailandBitcoinConference #siamstr

“อยากรวยวะ อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีชีวิตที่เป็นดั่งใจนึก จากหัวของเด็กอายุ 17”

ตัวผมเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน มีแต่เสียงแบบนี้อยู่ในหัว เสียงที่คอยบังคับให้ผมทำอะไรสักอย่าง บังคับให้ผมขอร้องแม่ให้เปิดบัญชีหุ้นในชื่อแม่ เพื่อให้ผมได้ลองซื้อลองขาย บังคับให้ผมเริ่มทำรายรับรายจ่ายตัวเองตั้งแต่อายุ 17 ด้วยความต้องการของตัวเองล้วนๆ บังคับให้ผมนั่งเล่นเกม 10 ชั่วโมงเพื่อฟาร์มของในเกมไปขาย

“เงิน 10,000 บาทแรก ในชีวิต”

เงินหมื่นบาทแรกในชีวิตผมได้มาจากการขายของในเกม ที่ต้องใช้เวลา 6-10 ชั่วโมง/วัน เพื่อแลกกับการนั่งฟาร์มของไปขายในกับผู้เล่นแก๊งค์ใหญ่ในเกม เพื่อตีอาวุธ ของที่ขายคือ “เขากวาง” ผมทำดีลกับผู้เล่นหัวหน้าคนนึงเกี่ยวกับการที่ผมจะต้องส่งเขากวางให้เขา จำนวน 300ชิ้น/วัน เป็นระยะเวลา 5 วันแลกกับการที่ผมจะได้เงินในเกมเพื่อนำไปขายต่อให้กับผู้เล่นคนอื่นที่ต้องการใช้เงินในโลกจริงแลกกับเงินในเกม สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเกมนี้คือ “สัญญา, การแลกเปลี่ยน, การต่อรอง, การทำงาน”

“เงิน 100,000 - 300,000 บาทแรก ในชีวิต”

เงินแสนก้อนแรกในชีวิตผมได้จาก “การแปลภาษา” ให้กับโปรเจค layer 2 ของ ETH ประมาณ 2 Projects (555555555555 ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ) ผมนั่งแปลภาษาและนั่งคุกคลีอยู่กับคอมมูนิตี้นั้นประมาณ 1 ปี 6 เดือน เท่าที่จำได้คือเริ่มแปลตั้งแต่ปลายปี 21 จนถึง ต้นปี 23 เป็นระยะเวลาที่ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเลยครับ ถ้าผมไม่พูดถึงเรื่องของโปรเจคที่ผมไปแปล ช่วงเวลานั้นทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องของ Options, Futures ในเชิงลึกมากขึ้นและมันต่อยอดให้ผมเข้าใจ TFEX ในหุ้นมากขึ้น รวมถึงเรื่องของการทำ Allocation, Rebalance, Risk assessment รวมถึงการใช้พวก spreadsheet, Data analysis (SQL, python) เยอะมากพอสมควร และหลักการ Risk&Reward ที่คุณลุงโฉลกพูดผมลองเอาไปทำ tools ใน google sheet มีประโยชน์เป็นอย่างมากเลยครับ ที่ทำให้ผมไม่ออกจากสนามไปก่อน

“พี่ชายที่แสนดี (ที่จ้องจะหยุมหัวผม) ทุกครั้งที่ผมทำอะไร โง่ๆ ”

สิ่งที่ผมจะเขียนอาจจะดูรวบไปบ้าง แต่ผมอยากพูดถึงพี่ชายผมในบทความนี้ พี่ชายผมเป็นคนชักชวนผมเข้ามาในโลกนี้เมื่อประมาณปี 2020 ด้วยคำที่ว่า “รู้จัก Bitcoin เปล่า” ในปีนั้นพี่ชายผมศึกษา Bitcoin หรือพวกคริปโท มากขึ้นเพื่อเห็นว่าเห้ยมันทำกำไรได้ มันทำเงินได้

เราสองคนเริ่มต้นที่การลองเอาการ์ดจอคอมไปขุด Bitcoin บน nicehash จนลามไปถึงการไปซื้อ ssd มาขุดเหรียญอะไรสักอย่างด้วย Proof of space (555555555555555)

พี่ชายยังพาผมไปลองอะไรอีกมากมายทั้ง NFT (Axie, Robotos, etc.), การเทรดทั้งหลายลองตั้งแต่การไปกด 20x จน port พังพินาศ นั่งกุมขมับกันไปสักพัก รวมถึงการไปขาดทุนให้กับโปรเจคไทยๆ ทั้งหลาย

“พี่ผมเปลี่ยนไป”

เป็นความรู้สึกที่ผมเริ่มสัมผัสหลังจากที่พี่ชายผมเริ่มนั่งฟังอาจารย์ตั้มประมาณ 3 - 6 เดือน พี่ชายเริ่มไม่เห็นด้วย และเริ่มแย้งผมเวลาผมชวนคุยเรื่องโปรเจคคริปโททั้งหลาย เริ่มบอกว่าทำไมมันถึงไม่ใช่ความจริง พี่ผมเริ่ม ก้าวร้าวขึ้น (Toxic) และจ้องจะหยุมหัวผมทุกครั้งที่ผมจะชวนคุยเรื่องการขายฝัน ผมเลยตั้งคำถาม “ทำไมวะ”

เราเลยทำสิ่งที่เรียกว่า “การมาราธอนนั่งฟังคลิปใน CDC ของอาจารย์ตั้มย้อนลงไปทุก EP”

ผมจำไม่ได้ว่าดูไปมากเท่าไหร่ แต่ที่จำได้คือมันน่าจะมากกว่า 30-40 EP แน่ๆ โดยใช้เวลาทุกวันในช่วงเรียนออนไลน์ของมหาลัยปี 1 และช่วงปิดเทอม

“ผมเริ่มเข้าใจแล้วครับ”

หลังจากการฟังอาจารย์ตั้ม การถกเถียงประลองปัญญากับพี่ชาย และในขณะที่ผมก็ยังคงนั่งแปลภาษาให้กับโปรเจค ETH layer 2 นั้น “ผมเริ่มเห็นภาพ” ของความจริง หรือสิ่งที่มันไม่สมเหตุสมผล ผมเริ่มเห็นความ Bullshit ที่อยู่ข้างหลัง Project ไม่ว่าจะมาจากผู้คน หรือตัวสินค้าที่เขากำลังทำเองก็ตาม ผมเริ่มฟังอาจารย์ตั้มหนักขึ้น ฟังลุงโฉลกหนักขึ้น จนผมเริ่มสงบ

“กลับมาสู่ปัจจุบัน”

พี่ชายผมใช้เวลาประมาณ 2 ปี ในการเขียนภาพด้านล่างนี้ขึ้นมา มันเป็นภาพที่เกิดจากการเรียนรู้ของพี่ผมเกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมด ผมได้แต่คิดตอนที่พี่ชายผมเอาภาพนี้มาให้ดู คือเรามากันไกลเหมือนกันนะ มันเป็นระยะเวลา 2 ปี ที่ผมได้เข้าใจอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับโลกนี้ เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอยู่หรือความต้องการของผมตั้งแต่ต้นเรื่อง

The rabbit hole

มันเปลี่ยนความคิดผมต่อคำว่า “อยากรวยวะ อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีชีวิตที่เป็นดั่งใจนึก” ไปตลอดกาลและจะไม่สามารถมองโลกแบบเดิมได้อีกต่อไป

“สรุปจบ”

ในท้ายที่สุดนี้ ผมอยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อาจารย์ตั้ม ลุงโฉลก ทีม RS และอีกมากมายที่ผ่านเข้ามาเพื่อให้ผม ได้ฟัง ได้อ่าน ได้เขียน ได้คิด ได้พูด จนกลายเป็นผมที่เป็นผมในทุกวันนี้ ผมเก่งขึ้นมาก ผมเรียนรู้ได้เยอะขึ้นมาก ผมเข้าใจผลของการ POW จนเริ่มหาประโยชน์กับมัน ผมไม่อยากรวย หรืออยากรีบเกษียณอีกต่อไปแล้ว ผมแค่อยากมีชีวิตที่มีความสุข สงบ และมั่นคงในตัวเอง ผมเชื่อว่าเมื่อผมมั่นคงในตัวเอง คนรอบตัวก็จะมั่นคงตามผมได้ด้วย

“การเดินตามความสงสัยของตัวเราเองคือ ความสนุกของผม”

_________________________________________________

#ทำไมผมถึงอยากไปงาน​ TBC 2024

- เพราะผมอยากไปครับ

ผมมีโอกาสไปงาน btc 2023 ผมตราตรึงกับตอนที่อาจารย์ตั้มปลื้มปิติจนน้ำตาไหลครับ 55555555 ผมไม่รู้ว่าผมจะเข้าใจอาจารย์ได้ไหม แต่ผมสัมผัสความรู้สึกความล้นอกของสิ่งที่อาจารย์เข้าใจและอยากจะส่งมอบให้ผู้คนได้มากๆ

#ผมอยากจะเจอใคร

- ผมอยากเจอ เทนโด้, อิสระ, หลาม ครับ

ไม่รู้สิครับ อยากประลองวาจา เอ้ย อยากจะพบเจอกับคนที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน อยากสัมผัสถึง POW ที่พวกเขาทำกันมาและสิ่งที่พวกเขากำลังจะเป็น

#ผมอยากจะฟังเนื้อหาแบบไหนในงานนี้

- การนำ Bitcoin ไป Implement กับธุรกิจ หรือ Business case ที่เกิดจากการใช้ Bitcoin

ช่วงนี้ผมเริ่มสนใจคำพูดของพี่ชิทที่ว่าเอาไว้ถึงการต้องเป็น Entrepreneur และผมเองก็สนใจเรื่องของ Business, Econ, Finance มากๆ อยู่แล้ว เลยคิดว่าถ้าได้ฟังมุมมองของพี่ๆ ที่ทำกิจการหรือมีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้มากกว่าผม คงจะดีไม่น้อย

#ผมอยากได้อะไรกลับไปหลังจากจบงานนี้

- ผมไม่คาดหวังครับ

มันคงจะไม่สนุก ถ้าผมคาดหวังว่าผมจะได้อะไรกลับมากับเรื่องที่เรารู้ว่าเราจะได้อะไรหลายอย่างมากๆ ปล่อยให้อนาคตเป็นเรื่องของอนาคต การเดินทางก็แบบนี้และมั้งครับ 5555555

#แอบกระซิบว่าจริงๆ มีคนที่พี่ชายผมอยากเจอมากเลยครับ คนนั้นคือ "พี่ชายของอาจารย์ตั้ม"

พี่ชายของอาจารย์ตั้มเป็นคนที่ผมเห็นในคลิป CDC แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่เพียงแค่ได้ฟังไม่กี่วิดิโอ ผมก็มั่นใจว่า คนนี้อะของจริง

#TBC2024 #ThailandBitcoinConference

-Consultant career path-

สวัสดีครับ อาทิตย์หน้าผมกำลังจะเข้า meet up/class เกี่ยวกับ "Consultant career path"

ผมเลยอยากจะมาสอบถามพี่ๆ หรือเพื่อนๆ ที่ทั้งทำงานอยู่ในสายงานหรือเกี่ยวข้อง หรือเพื่อนๆ ที่กำลังสนใจสายงานนี้อยู่

*เพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับสายงานนี้ DM มาสอบถามเรื่อง meet up/class ที่ผมจะไปได้หลังไมค์นะครับ เผื่อหาเพื่อนไปด้วยกันครับ งานจัดแถวกลางกรุงเทพครับ

(พี่ๆ ที่มีแนวคิดเกี่ยวกับอาชีพนี้ หรืออยากบอกอะไรผมสามารถเสริมเพิ่มเติม หรือแนะนำผมได้เลยครับ ไม่ว่าจะมุมมองที่มีต่ออาชีพ หรือประเด็นใดก็ได้ครับ)

-----------------------------------------------------------------------------------------------

#คำถามที่ผมสงสัย

1.อะไรคือสกิล หรือความสามารถ ที่จะทำให้เป็น consultant ที่มีประสิทธิภาพบ้างครับ

2.Routine หรือสิ่งที่ consultant ทำบ่อยๆ ใน weekday หรือ ช่วงเวลาอื่น มีลักษณะประมาณไหนครับ

3.เส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ เป็นอย่างไรบ้างครับ

5.(ถ้า) พี่ๆ อยู่ในสายงาน อะไรคือความท้าทาย รู้สึกต้องกลับไปศึกษาเพิ่มเติม หรือเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นครับ

6.ในปัจจุบันสายงาน Consult มีการแข่งขัน หรือว่าการพัฒนาตัวเองในด้านใด เพื่อเพิ่มพูนความรู้ตัวเองบ้างครับ

7.หากพี่ๆ กำลังตามหาคนมาเข้าร่วมทีม อะไรคือ Key skills หรือสิ่งที่พวกพี่คาดหวังบ้างครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------

#siamstr

Replying to Avatar Tendou

"Gratitude Journal" หรือการฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผม Challenge ตัวเองว่าจะเขียนให้ได้ทุกเช้า ร่วมกับการฝึกสมาธิและการออกกำลังกาย

แล้วก็ดูเหมือนว่าเกือบ 1 เดือนตั้งแต่เริ่มทำ ผมจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว

ย้อนกลับไป Note ล่าสุดเรื่องการทำคลิป ผมเลือกที่จะกำหนดขั้นต่ำของแต่ละกิจกรรม คือ

- ฝึกสมาธิ อย่างน้อยก็โฟกัสที่การหายใจ เข้า-ออก 1 ครั้ง

- เขียนขอบคุณ อย่างน้อยก็หนึ่งเรื่องง่ายๆ (อย่างการได้ลืมตาตื่นมาใช้ชีวิตอีก 1 วันก็ดีแค่ไหนแล้ว)

- บริหารร่างกาย อย่างน้อยก็ดันพื้น 1 ครั้ง ลงและขึ้นช้าๆ โฟกัสการหดเกร็งและความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ

ทำให้การเริ่มต้นมันง่ายที่สุด แฃ้วครั้งต่อไปจะง่ายตาม บางวันผมก็นั่งหายใจนิ่งๆ นาน 10 นาที บางวันก็นั่งเขียนขอบคุณ 1

ไม่ใช่แค่ช่วยให้ผมรู้สึกสงบ แต่มันยังฝึกให้ผมเลือกมองหาสิ่งดีๆ ในสิ่งที่ผมมีเรื่องแต่ยาว 2 ย่อหน้า บางวันผมดันพื้น 50 ครั้งในรวดเดียว(ทำแบบนี้ครั้งล่าสุดตอนปี 2)

การเริ่มต้นวันหลังตื่นนอนด้วยกิจกรรมพวกนี้ ทำให้ทั้งวันของผมค่อนข้างราบรื่นขึ้นมากเลยทีเดียว และผมเริ่มมีการเพิ่มกิจกรรมอื่นเข้ามา อย่างการตากแดดและ Grounding

ทั้งหมดนี้เป็นกิจวัตรยามเช้าที่ผมอยากแนะนำให้หลายคนทดลองดู โดยเฉพาะการฝึกเขียนขอบคุณ หรือการรำลึกเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองอย่างที่น้องปั๊งปั๊งทำ ที่จะทำให้ทั้งวันของคุณเป็นอีกหนึ่งวันคุณภาพ ;)

#Siamstr #SiasmtrOG nostr:note1lhfg5f6hdcvsm4llnvf8wcz5ndzqcz4pxtrs2zvm7cteph4e2cpqfnu4yx

วันนี้เป็นอีก 1 วัน ที่รู้สึกขอบคุณตัวเอง ที่เปิด Nostr ขึ้นมาอ่าน

ผมอายุไล่เลี่ยกับ Tendou +-2 รู้สึกโชคดี ที่ได้เจอคนที่กำลังตกตะกอนอะไรคล้ายกัน กำลังพัฒนาตัวเองไปในทางที่คล้ายกัน

ประมาณ 7 ปีก่อน ผมอายุ 14 ผมโดนพี่ชายชวนให้ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เพราะน้ำหนักตัวถึง 100 โล มีโรคปอดอักเสบเป็นของคู่กาย ตอนนั้นรู้สึกเหมือนชีวิตเป็น ขี้แพ้ คนนึง

จนช่วงมอปลายมีโอกาสได้เรียนศิลป้องกันตัว รวมถึงเริ่มมีความฝันคือการสอบติดเตรียมทหาร เลยอ่านหนังสือออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง (แต่ไม่ติด) แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มมี

"ความภูมิใจ" ในตัวเอง

ความภูมิใจในวันนั้น มามองในวันนี้มันมีส่วนช่วยมาก ที่ทำให้การไหลลึกลงไปในโพรงกระต่าย มันสนุกขึ้น มันมีเป้าหมาย มันรู้สึกเรากำลังวิ่งตามความสงสัยของตัวเอง แบบที่เราต้องการ

ผมไม่รู้ว่าจะเขียนเล่าเรื่องตัวเอง ตรงนี้ทำไม

แค่อยากบอก Tendou ว่า ขอบคุณ โพสนายอันนี้ทำให้เราตกตะกอน อะไรเพิ่มขึ้น เดี๋ยวไปอ่าน The rational male ต่อ (รอฟังอยู่นะ)

*หมายเหตุ* IG นาย ทำให้เหมือนเจอคน เพี้ยนๆ บ้าๆ เหมือนกันดี

ขอบคุณครับ ลองอ่านแล้วตอบคำถามหลายๆ อย่างที่ผมสงสัยเลยแฮะ

เพื่อนๆ ชาวยาส้ม คิดว่าในอนาคตหน้าตาของธุรกิจที่จะเกิดบน Bitcoin หรือเกิดจากการต่อยอดไปเรื่อยๆ ทั้งการเติบโตของ Nostr หรือ LN จะมีหน้าตากันอย่างไรบ้างครับ ??

เอาแบบสนุกๆ เป็นคำถามปลายเปิด ทั้งที่คิดว่าเป็นไปได้ หรือจะสุดยอดเกินบรรยายก็ได้เลยครับ

( ๑‾̀◡‾́)σ"

#Siamstr