Avatar
chontit
1abc40c59b1d2283144afac4659c3dbbfc1a1b265ab9ece728a0a14c6cd60e41
Road to freedom :)

เลขสวยยย

เดี๋ยวตามครับ พึ่งฟังจารย์ย้อนหลังมาเมื่อเช้าเลย 😊

แต่ค่าฟีช่วงนี้ไม่ค่อยน่าลอง 5555

Replying to Avatar Somnuke

เมื่อตลาดคริปโตราคาขึ้น ฤดูกาลแห่งความโลภจะกลับมา คนที่โหยหาความร่ำรวยทางลัดจะแห่กันเข้าไป แต่ไม่เข้าใจว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ เพราะบิตคอยน์มันขึ้นช้า มันแพงไปแล้ว Alt coin สิ บล็อกเชนสิน่าเย้ายวน ไม่เห็นราคามันขึ้นเหรอ ? ถือบิตคอยน์ก็ได้แค่นิดเดียว ชาติไหนจะรวย

ความโลภจะบังตา เคลิบเคลิ้มไปกับคำโม้โอ้อวดของบรรดาเจ้าของโปรเจกต์ Shitcoin (Altcoin) และเชื่อว่ามันคืออนาคต ซึ่งเจ้าพวกนี้อาศัยความโลภของเราช่วยผลักราคาให้ขึ้นไปไกล และเอาเหรียญในมือมาเทขายสร้างความร่ำรวยให้ตนเองและพวกพ้อง ถ้าซื้อที่ต้นทางและชิงขายก่อนตลาดวายก็รวยได้จริงแหละ แต่เราจะไม่ขายเพราะกลัวขายหมู เดี๋ยวมันขึ้นอีก รู้ตัวอีกที เอ้า กลับมาขาดทุน

โดยมีพวกเราเหล่าคนโลภนี่แหละที่เอาเงินไปประเคนให้เขา และลงเอยด้วยการขาดทุน เมื่อฝุ่นควันแห่งความโลภจางหาย เราจะเริ่มรู้ตัวว่าเหรียญที่เราเอาเงินที่หามาอย่างยากลำบากไปแลกมาโดยคาดหวังความร่ำรวย มันคือ "ขยะ" ดีๆ นี่เอง

สิ่งที่ล้ำค่าและเป็นอนาคตที่จะช่วยปลดแอกโลก คือ "บิตคอยน์" เท่านั้น ไม่ใช่ "คริปโต" โปรดอย่าเข้าใจผิด ไม่งั้นเราจะกลายเป็นเหยื่อให้เขาเชือด กว่าจะคิดได้เงินเก็บทั้งชีวิตอาจจะหายไปหมดแล้ว

การลงทุนมันเป็นเรื่องเรียบง่ายก็จริง แต่ทำจริงยากมาก อาจจะมีเพียงคน 5% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวย แต่เราจะรู้ว่าคำพูดนี้เป็นจริงก็ต่อเมื่อเราได้เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว

หลายเรื่องในชีวิตคนมักจะมีลักษณะ รู้ทั้งรู้ เข้าใจดีทุกอย่าง แต่เมื่อถึงเวลาก็ทำไม่ได้ ตามสุภาษิตที่คนไอเดียบรรเจิดชื่อ "เค้า" ว่าไว้อย่าง ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เสียน้อยเสียมากเสียยากเสียง่ายอะไรทำนองนี้

และต้นตอคือการไม่มี Skin in the game

คือยังไม่มีส่วนได้เสีย ยังไม่พบเจอกับผลกระทบดั่งไม้หน้าสามฟาดหน้าแหก เรายังไม่เจ็บ ยังไม่ปวด ยังไม่เจ๊ง ไม่ได้ฉิบหายอะไรนี่

เพราะฉะนั้นเราจะยังไม่รู้สึกจนกว่าเราจะเจอดี เราถึงจะได้ลิ้มรสความอร่อยเหาะนั้น และจุดนี้ก็มักเป็นจุดที่ มันสายไปเสียแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทัน ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เราทำได้อย่างเดียวคือทำใจ เลียแผลและคิดว่าจะเดินหน้าต่อในชีวิตยังไง

บางคนล้มแล้วลุก ปลอบใจ ให้กำลังใจตัวเองแล้วเลือกเดินหน้าต่อ ช่างแม่งมันปะไร เริ่มต้นใหม่ เก็บไว้เป็นบทเรียนว่ากูจะไม่พลาดซ้ำสอง และทำมันได้จริงๆ คนแบบนี้ถือว่าสุดยอด

บางคนก็เลือกเอาแต่โทษตัวเอง สมน้ำหน้าตัวเอง มัวแต่คิดว่าถ้ารู้งี้กูอย่างงั้น รู้งี้วันนั้นน่าจะทำแบบโน้น ล้มแล้วล้มเลย ลุกไม่ขึ้น หรือบางคนก็อาจจะอยากลุกแต่ทำไม่ได้ ความผิดพลาดมันสร้างความเสียหายร้ายแรงเกินไป เอาตัวเองไปเสี่ยงในจุดใหญ่เกินตัวกว่าแปดล้านกิโลกรัม แต่จริงๆ มันก็ลุกได้ ใช้ชีวิตตามสภาพเพียงแต่อาจจะไม่สามารถกลับมาอยู่จุดเดิมได้อีก

บางคนติด "ลูปนรก" แม้ความฉิบหายที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงมากขนาดไหน แต่มันก็ยังไม่มากพอ บทเรียนที่ได้มันไม่ทำให้เข็ดหลาบ จำไปจนตาย เกิดอาการล้มแล้วลุก ล้มใหม่แล้วลุกใหม่ ล้มอีกลุกอีกไม่รู้จบ

ตอนมันล่มสลาย ก็บอกตัวเองว่ากูรู้ซึ้งดีแล้วว่ามันหนักหนายังไง เจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหน จนตั้งปณิธานกับตัวเองว่า กูจะไม่มีวันทำอีก แต่พอเวลาผ่านไป ก็เริ่มเข้าวงจรเดิม เพิ่มความเสี่ยง มากขึ้นและมากขึ้น ไม่มีระเบียบวินัย ไม่รู้จักพอ ได้คืบจะเอาศอก

ค่อยๆ พาตัวเองกลับไปอยู่ในจุดเดิม พอยืนบนขอบเหวเหมือนเดิมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า "ไอเวรเอ้ยกูเอาอีกแล้ว กูจะเจอกับหายนะอีกแล้วเหรอวะเนี่ย อย่าเลย ไม่เกิดได้มั้ย ครั้งก่อนกูโดนหนักมามากพอแล้ว"

เริ่มได้สติตอนนี้มันสายเกินไปอีกแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทัน และสุดท้ายมันก็พังจริงๆ ตามนั้น เพราะเราไม่สามารถจะมาเสกผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ในบทสรุปหรือฉากสุดท้ายของเรื่อง

ทั้งหมดทั้งมวลมาจากไอ้วายรายตัวเดียว

ที่เรียกว่า "ความโลภ"

ทุกคนรู้จักมันดีว่าจะสร้างความหายนะยังไง มันเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน แต่การควบคุมและเอาชนะมันโคตรยากสุดๆ ให้ตาย

สิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง โดยเฉพาะเรื่อง "การลงทุน"

คือ ลูปนรกไม่รู้จบ เพราะปัญหาคือ เรื่องที่ใหญ่มากพอของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนขาดทุน 50% ก็เกินพอ บางคนลบ 80% พอ บางคนล่อฟิวเจอร์โดนล้างจนเหลือ 0 เออกูพอ

เมื่อเราโดนความโลภครอบงำ เราจะควบคุมความเสี่ยงไม่ได้ และเราจะขยายความเสี่ยงมากขึ้นไปเรื่อยๆ ได้แสนจะเอาห้าแสน จะเอาล้านจะเอาสิบล้าน ขาดทุนก็เช่นกัน เราไม่กล้าคัทลอสเพราะไม่ขายไม่ขาดทุน คัทเท่ากับเสียเงินจริง คัทแล้วมันเด้งใส่หน้าทำไง

จากการเริ่มด้วยเงินเล็กน้อย เดี๋ยวซื้อเดี๋ยวขายด้วยเงินไม่มาก เราจะใส่สุดปลอก เราเอาเงินทั้งหมดในชีวิตมาทุ่มกับมัน เพราะอยากได้เงินเยอะๆ อยากรวยเร็วๆ อยากพลิกชีวิต อยากให้ผู้คนแซ่ซ้องว่าท่านสุลต่าน

บางคนพี้กยิ่งกว่านั้น คือทุ่มเกินตัว นอกจากจะทุ่มทั้งหมดที่มีแล้วยังไปกู้ไปหยิบยืมเอาเงินคนรอบข้างมาอัด โดยคิดตื้นๆ ว่า ขอเอามาทำทุนก่อน เดี๋ยวกูก็รวย คืนเงินกลับได้สบายๆ พร้อมผลกำไรเบิกบาน แต่ความจริงกับสิ่งเพ้อฝันมันคนละเรื่อง เมื่อไรที่เราติดลูปนี้แล้ว ยังไงๆ เราก็จะลงเอยด้วยการเจ๊งแน่นอน 100%

เจ๊งแล้ว ก็หาเงินมาใหม่ กู้ หยิบยืมมาใหม่ แล้วก็เจ๊งอีกไปเรื่อยๆ นอกจากตัวเองจะล้มละลายแล้ว ยังพาคนรอบข้างเดือดร้อน ฉิบหายไปด้วย

บางทีบทเรียนครั้งใหญ่ก็อาจจะยังไม่พอ ถ้าเราไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันยังไงในรอบหน้า หัวใจสำคัญคือต้องควบคุมความโลภให้ได้ ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป

ปลูกแบบไหนก็ได้อย่างนั้น ถ้าเราดูแลต้นไม้อย่างดี รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ไล่แมลง ถอนวัชพืช มันก็จะเติบโตผลิดอกออกผลอย่างที่เราต้องการ แต่ถ้าเราไม่ได้ดูแลมันอย่างเหมาะสมถูกต้อง ปล่อยปละละเลย เมื่อวันที่มันจะเหี่ยวเฉาตาย เราจะมานั่งบอกว่า อย่าตายเลยนะ เนี่ยเรารดน้ำใส่ปุ๋ยไล่แมลงให้แล้ว มันก็ไม่ทันแล้วเพื่อนเอ้ย

การลงทุนให้ประสบความสำเร็จมันเข้าใจง่ายแต่ทำยากมาก ตลาดมันจะบี้คุณจนร้องขอชีวิต คนจำนวนมากรู้เทคนิคทฤษฎีวิธีการทุกอย่างในการเทรด แต่ก็ขาดทุน เพราะระบบบอกให้ซื้อไม่ซื้อ บอกให้ขายไม่ขาย ดื้อออออ greed and fear ในสันดานเราสั่งให้ทำแบบนั้น

แทนที่น้ำพักน้ำแรงมันจะงอกเงย หรืออย่างน้อยมันคงที่ สร้างความมั่งคั่งให้ชีวิตและครอบครัว ยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นไปเรื่อยๆ เรากลับเอามันไปทิ้งและเริ่มใหม่ ทิ้ง เริ่มใหม่ ไม่รู้จบ! ใช้เวลาทั้งชีวิตติดกับดักอยู่ในหลุมบ่อขี้ ทำท่าจะปีนขึ้นไปได้ก็ตกลงไปใหม่

สุดท้ายนี้ ถ้าเราไม่สามารถควบคุมความโลภตัวเองได้อยู่หมัด ไม่รู้ว่ากำไรที่เพียงพอคือจุดไหน ไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไรถึงยอมแพ้ ไม่นานเราจะโกงตัวเราเอง เราจะบิดพริ้ว อิดออดไม่ยอมทำตามสิ่งที่เราตั้งใจไว้เพราะความอยากได้และความเสียดาย และเราจะเสียหายในที่สุด และผมก็เองก็ไม่รอดเช่นกัน

ดังนั้นสำหรับคนที่ยังเอาชนะความโลภตัวเองไม่ได้ การออม การ Stack Sat น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เราค่อยๆ สะสมความอดทน ไม่ดื้อไม่ซน และมันจะไปออกผลในระยะยาว

Stay Humble & Stack Sats

#Siamstr #SiamesBicoiners

อ่านแล้วอยากจะ zap ให้สัก 500,000 sat แต่ตอนนี้ sat หมดเป๋า ขอ zap ให้ 50 ก่อนนะครับ ❤️

Replying to Avatar Win Vee

nostr:npub12lyey9htzx05kf5zckpqh2e89les97hgnw0r9md48rgv7enr68rshy9cs0ไปอยู่กินด้วยกันมาเหรอ

อย่าพูดแบบนี้ครับ คนอื่นเค้ารู้หมด 🫣

อ้อ… ยุ่ง

ขอโทษครับ อ่านผิด 😏

ยุงอะไรหว่า 🫣

เอ๊ะ …🫣

น้าแอ๊ดเสียใจเลยนะเนี่ยเฮีย 🥹

เพลงนี้ผมชอบ ๆ ครับ

ว่าแต่ … แค่เนื้อเพลงท่านพี่ก็เขียน Long-form content ได้ยาวขนาดนี้

มีใครสามารถไปชวนน้าแอ๊ดมาเล่น Nostr ได้มั้ยครับ 5555

#siamstr nostr:note1x3yfa27jazu05zakp8yuha8zlks3r99xuytkrfxxfctfk3e6vj8q3t92mk

แค่เจอโลโก้ก็มองเห็นถึง …

วัตถุดิบ+พลังงาน+เวลา = ขนม POW

เฉกเช่นเดียวกันกับการมอง Bitcoin ในเป๋าแล้วเห็นย้อนไปถึง Block subsidy แรกที่มันเกิดยังไงอย่างงั้น 😂

เงินเดือนที่เหลือจากหักค่าใช้จ่ายต้องแบ่งมาออมก่อน ไม่งั้นหมดครับ 5555 🤣

เฮ้อออ เหนื่อยกับการใช้ชีวิตยุคเงินเฟ้อครับ 🫠

Replying to Avatar pattopatta

จาก Note ที่แล้วที่ว่ากันด้วยเรื่องการใช้ปากกาในการจดสิ่งต่าง ๆ เลยอยากมาแชร์เรื่องการใช้ปากกาของตัวเองในการจดบันทึก โดยเริ่มต้นจากรูปแบบของการบันทึกบัญชีสำหรับการจ่ายบัตรเครดิต ซึ่งโดยปรกติตัวเองจะมีกฎการใช้บัตรเครดิตคือ รูดเท่าไหร่ ต้องมีเงินสดไปวางไว้เต็มจำนวน เพื่อกันการผิดพลาดหรือการชำระเงินในบัตรเครดิตไม่ครบ เพราะตัวเองจะจ่ายเงินเต็มในแต่ละงวดโดยตลอด จึงเอาเงินไปวางไว้ในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงก่อนถึงเวลาที่จะชำระเพื่อให้ได้ดอกเบี้ย ก่อนที่เงินจะออกไปจากมือเราจริง ๆ

บันทึกจะเริ่มต้นจากวันที่จด รหัสบัญชีเป็นตัวย่อที่ตัวเองจะใช้จำแนกประเภทเอง คล้ายกับตัวย่อในตลาดหุ้น และจำนวนเงินในบัญชีที่มีอยู่ โดยใช้สีม่วง ซึ่งเป็นบัญชีที่ตัวเองใช้

จากนั้นจะไล่มาตามที่เห็นในภาพ

[สีแดง] สำหรับจดบันทึกเงินที่เป็นหนี้ภายนอกที่จะต้องจ่ายคนอื่นที่อยู่ในรอบการจ่ายปกติ เช่น หนี้บัตรเครดิตในงวดถัดไป เป็นต้น

[สีส้ม] และบางครั้ง ก็มีคนฝากซื้อของหรือให้ออกเงินไปก่อน แล้วจะชำระคืนในเวลาที่แน่นอน เช่น คนในครอบครัว ก็จะจดบันทึกพร้อมจำนวนเงินทางด้านซ้าย เหมือนเป็น note เพิ่มเติมเสมอ

[สีกรมท่า] ในบัญชีนี้ ก็จะมีเงินที่เรากันไว้จากการรับเงินเดือน เพื่อสำหรับค่าใช้จ่ายที่น่าจะเกิดขึ้นแน่นอน และเรารับรู้ล่วงหน้า เราก็จะกันเงินเอาไว้เพื่อจ่าย เช่น ค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เนต), ค่าประกันรายเดือน, หรือการกันเงินเพื่อซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องการในอนาคต เป็นต้น

[สีเขียว] เป็นเงินที่ไม่ได้เป็นเงินสำหรับการใช้จ่าย เช่น เงินที่เตรียมโอนไว้กับบัญชีที่ผูกกับ Debit Card ซึ่งเป็นบัญชีเสมือนบัญชีเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ เป็นต้น

[สีน้ำเงิน] เป็นบรรทัดปิดท้าย เพื่อแสดงสถานะเงินแต่ละเดือนที่สามารถใช้ได้ปัจจุบัน หลังจากจัดสรรทุกอย่างเรียบร้อย โดยรวมเงินจากเงินสดในกระเป๋า + เงินสดจากบัญชี Debit Card + เงินรอโอนเข้า Debit Card ไว้ด้วยกัน

โดยปรกติแล้ว ถ้ามี Transaction ย่อย ๆ ในแต่ละวัน ตัวเองก็จะบันทึกอย่างละเอียดใน Application ใช้จ่ายเงิน (ใช้ MoneyLover อยู่) และนอกจากนี้ก้จะมีสีพิเศษที่เอาไว้ใช้บันทึกและเพิ่มความหมายทางด้านการเงินดังนี้

[สีดำ] ใช้บันทึกตัวเลขที่ค่อนข้าง Static เช่น การจดสถานะเงินคงเหลือของบัญชีต่าง ๆ ในแต่ละเดือน เป็นต้น เพราะว่าส่วนนี้จะจดอีกรูปแบบ เดือนละครั้งแบบแยกสมุดมาเลย

[สีฟ้า] ใช้สำหรับการเขียนการวางแผนการจัดสรรเงิน หรือการโอนเงินเพื่อการออมเข้าไปที่บัญชีทรัพย์สิน หรือการซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น บัญชีเงินฝาก / หุ้น / บิทคอยน์ เป็นต้น

[สีแดงเข้ม] ที่ไม่ค่อยอยากหยิบมาจด เพราะเป็นการจดหนี้ระยะยาวที่ต้องชำระกับบุคคลภายนอก หรือเงินที่ขาดไปจากเงินในระบบข้างต้น และต้องหาเงินมาเติมเพื่อให้เงินลงตัว

[สีน้ำตาล] สำหรับการ Note กฎการออม หรือการตั้งนโยบายทางการเงินให้ตัวเอง แล้วจดบันทึกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในสมุด

รูปแบบการใช้สีด้วยปากกาในชุดของ Pentel แบบเจลที่มีสีหลากหลายมากพอให้เลือกใช้นี้เป็นรูปแบบที่ตัวเองใช้และปรับมาเรื่อยประมาณ 6-7 ปี จนกระทั่งลงตัวแบบนี้ในปัจจุบัน เพราะรู้สึกว่าการใช้สีและได้จดบันทึกมันได้เป็นการวางแผน และสามารถแบ่งหมวดเพื่อให้จัดการบริหารทางการเงินได้อย่างสะดวก และไม่หลงว่าสถานะการเงินของเราจริง ๆ ตอนนี้เป็นอย่างไร และต้องเตรียมทำอย่างไรต่อ

สำหรับคนที่คิดอยากจดหรือเอามือเขียนอะไรสักอย่างลงไปในกระดาษหลังจากที่ไม่ได้เขียนมานาน หรือพิมพ์แต่คีย์บอร์ด ลงมือได้เลยครับ อย่างน้อยที่สุดมันได้ใช้สมองในการควบคุมมือและตั้งสมาธิในการจดบันทึกอะไรไปแน่ ๆ และเปิดดูย้อนหลังได้แบบสมุดเป็นเล่ม ๆ เลย

#SiamSTR

สุดยอดดด ขยันมากเลยครับ

ยาอะไรครับเนี่ย ผมน่าจะเกิดไม่ทัน 😏

เดี๋ยวผมไปอาบน้ำลูกไม่ทันครับ 5555