Avatar
chontit
1abc40c59b1d2283144afac4659c3dbbfc1a1b265ab9ece728a0a14c6cd60e41
Road to freedom :)

ถ้ารวมแล้ว 1 utxo มี 219 บิตคอยน์ก็ไม่เอานะ ,, เอาพอเหมาะพอควรนะคุณวินหวี :)

ผมมองว่าด้วยข้อจำกัดนี้จะทำให้บิตคอยน์ถูกใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือการโอนย้ายเงินระหว่างประเทศเป็นหลักครับ

สำหรับคนทั่วไปอาจจะใช้บิตคอยน์เป็น Protocol ที่ใช้รับส่งเงินระหว่างกันของแต่ละสกุล แล้วก็แปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นก่อนกลับไปอยู่ในกระเป๋าของผู้ใช้งาน

เช่น จ่ายเงินซื้อของ 1,000 บาท เราก็โอนเงินออกจากกระเป๋าเราในหน่วยเงินบาทปกติ แต่เงินวิ่งผ่าน Protocal ของบิตคอยน์ (เช่น Lightning หรืออาจจะมีระบบใหม่ในอนาคต) และผู้รับเงินก็จะคอนเวิร์ทเป็นเงินบาท (ลักษณะเหมือนที่ Neutralpay)

ความคิดเห็นส่วนตัวครับ 🫣

สงสัยตรงไหนถามพวกเราได้ตลอดเลยนะครับบ ไม่ต้องเกรงใจ ❤️

อ่านแล้วรู้สึกปราบปลื้มใจมาก ๆ เลยครับที่พี่ตุ๊กเป็นห่วง

ถ้าผมไม่อยู่แล้วฝากสอนหลานเอาบิตคอยน์ไปเทขายในตลาดให้หน่อยนะครับ ☺️

อันนี้มีจุดที่เข้าใจยังไม่ค่อยถูกต้องครับ 🥹

ปกติแล้วการทำธุกรรมบิตคอยน์ (หรือมันคือการโอนบิตคอยน์ออกจาก Address หนึ่ง ไปอีก address หนึ่งครับ) มี 2 แบบหลัก ๆ คือ

1. Bitcoin on-chain หมายถึง การรับส่งบิตคอยน์ทึ่มีการบันทึก Transaction ลงใน Bitcoin blockchain และสามารถติดตาม ค้นหา ได้จาก Blockchain explorer ต่าง ๆ (นิยมใช้ mempool.space) ซึ่งก็คือการทำธุรกรรมระหว่าง Address ทั้ง 4 แบบครับ (Legacy, Segwit, Native Segwit, Taproot)

2. การทำธุรกรรม Off-chain นั่นคือ การรับส่งบิตคอยน์นอก Bitcoin chain หรือ Bitcoin Mainnet ,, ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ มันคือระบบ Bitcoin Lightning ครับ (เหมือนกับว่าดึงบิตคอยน์ออกมาไว้กับนาย A และนาย B, โดยที่นายทั้งสองคนเค้าต่อท่อถึงกันไว้ตลอดเวลา การรับส่งบิตคอยน์ก็จะทำได้แค่เท่ากับที่นาย A และนาย B มี,, ถ้านาย A ส่งให้นาย B ไป 10,000 sat, จำนวนบิตคอยน์ของนาย A ก็จะลดลง พร้อมกับนาย B จะมีเพิ่มขึ้น ,,,, แต่!! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างนาย A กับ B จะไม่มีใครรับรู้ได้)

งงไหมครับ ,, ผมพิมพ์ผมก็งง 😂

สรุปง่าย ๆ ว่า การรับส่งบิตคอยน์ที่เป็น Bitcoin Address ไม่ว่าจะขึ้นต้นด้วย 1, 3, bc1q หรือ bc1p มันคือการรับส่ง On-Chain ทั้งหมดครับ

ถ้า lighting มันจะยาว ๆ ๆ หรือบางทีขึ้นต้นด้วย lnurl…. (Lightning URL)

Replying to Avatar Gawyn ⚡

เจอเรื่องตลกที่ทำงาน

ตอนบอร์ดดิ้ง เจอผู้โดยสารชั้นธุรกิจ เป็นลุงยุโรปอายุน่าจะ 70-80 ขึ้นเครื่องมาด้วยท่าทีเดือดดาลจัดๆ บอกว่าตั๋วไม่ชัดเจน ไม่บอก Gate ที่ขึ้นเครื่อง ทำให้เขาตกเครื่องเมื่อเช้า เดินไปเดินมาจนปวดขาไปหมด ต้องการจะรีพอร์ทและฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท

Ground staff เดินมากระซิบพี่เพอเซอร์ว่าลุงคนนี้เดือดมาตั้งแต่เช้าแล้ว เดือดที่เล้าจน์ เดือดที่ขายตั๋ว เดือดที่ Gate ยังไงระวังๆ ด้วยนะคะ

ละกูซึ่งทำงาน Business class คนเดียวในไฟลท์ และมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องดีลกับลุงเขา เริ่มเห็นท่าไม่ดี เลยเข้าไปชาร์จก่อน ขอโทษขอโพยแทนความผิดพลาดต่างๆ จะน้อมรับไว้อย่างดี ได้โปรดลุงให้อภัย

คุยไปสักพัก ลุงเริ่มเย็นลง ละทักว่า ลุงแฮปปี้นะที่เห็นเราไม่ใส่แมสก์(ขณะที่ลูกเรือคนอื่นใส่) เพราะ Covid แม่ง bull shit !

กูเอาละ เข้าทาง 5555 เลยบอกลุง เดี๋ยวเครื่องขึ้น เสิร์ฟเสร็จ ละจะมานั่งคุยด้วยนะ

พอได้คุย ยาวเลย ลุงด่า American Deep state ด่า Biden ด่า FED ด่า WEF ด่า Ukrian ด่า Israel ด่าๆๆ ไม่หยุด เราก็ yesๆๆ I agreed , understood , I read what you read also 😂

ก่อนจบไฟลท์ ลุงยื่นนามบัตรตัวเองให้ พร้อมขอเมลเราไป บอกเดี๋ยวส่งอะไรเจ๋งๆ ให้อ่าน และบอกว่า วีคหน้าไอจะกลับมาบางกอก ถ้ายูว่าง มากินข้าวกัน

ลุงลืมความโกรธไปเกลี้ยง หลังจากโมโหมาทั้งวัน ขอบคุณความรู้จากการศึกษาบิทคอยน์ 555 ที่ทำให้เราคุยกะลุงได้อย่างถูกคอ จบไฟลท์สวยๆ Smooth AF 😆

#Siamstr

ลุงรู้จักบิตคอยน์ไหมครับ 😂

ต่างกันที่ Locking script และความเก่าแก่ครับ (Legacy -> Segwit -> Native Segwit -> Taproot)

ตอนนี้ Native Segwit เป็นที่นิยมที่สุด Address ขึ้นต้นด้วย bc1q…

Address ฝั่งผู้ส่งและผู้รับ สามารถส่งไปมาหากันได้หมด มิได้กำหนดว่าต้องส่งแบบเดียวกัน เพียงแต่ว่าต้องส่งบน Bitcoin Mainnet (On chain) เท่านั้นครับ

และเมื่อความยาวของ Script ไม่เท่ากัน จะส่งผลให้จ่ายค่าธรรมเนียมตอนโอนออกไม่เท่ากันครับ

ปล. ผมขออนุญาตแปะการคำนวนค่าธรรมเนียมในการส่งบิตคอยน์ ที่เคยโพสในเฟสบุ๊คครับ

===========

ค่าโอน BTC On-chain จาก Non-Custodial Wallet ต้องคำนวนจากหลายปัจจัยมากเลยครับ เช่น

- ประเภทของกระเป๋าที่เราใช้ (ความซับซ้อนของ Locking script)

- จำนวน UTXO ที่เราจะโอนออก (จำนวนยิ่งมาก ยิ่งเพิ่มขนาด ยิ่งจ่ายแพงขึ้น)

- จำนวน UTXO ที่รับเงิน (จำนวนยิ่งมาก ยิ่งเพิ่มขนาด ยิ่งแพงขึ้น)

***แต่ไม่เกี่ยวกับจำนวนบิตคอยน์ที่ใช้โอน***

เพราะฉะนั้นค่าฟีที่ต้องจ่าย คือ "ขนาดของธุรกรรมรวมทั้งหมด คูณด้วย จำนวน sat/vB" ที่เราเลือกครับ

ผมยกตัวอย่างขนาดของธุรกรรมสำหรับการโอน Input 1 utxo ไป Output 1 utxo ครับ (ความยาวของ address ก็มีผล ซึ่งกระเป๋าแต่ละแบบมีความยาวไม่เท่ากัน, กระเป๋า Taproot มีความยาว Address มากที่สุด แต่ Locking script สั้นสุด เหมาะแก่การใช้งานในอนาคต 5555)

- กระเป๋า Native Segwit (Receive Address ขึ้นต้นด้วย bc1q...) ประมาณ 155 vB

- กระเป๋า Legacy (Receive Address ขึ้นต้นด้วย 1...) ประมาณ 235 vB

- กระเป๋า Segwit (Receive Address ขึ้นต้นด้วย 3...) ประมาณ 165 vB

- กระเป๋า Taproot (Receive Address ขึ้นต้นด้วย bc1p...) ประมาณ 145 vB

- กระเป๋า Multisig 2-of-3 แบบ Native Segwit (Receive Address bc1q...) ประมาณ 200 vB

ทั้งนี้ให้คำนวนขนาดของธุรกรรมเพิ่มขึ้น 25-50% ต่อ UTXO ที่จำนวนมากกว่า 1 อัน

อ้ออ … ถ้าโอนหมดทั้ง UTXO โดยไม่มีเงินทอนกลับมาหาเรา … ชุดคำสั่งใน Tx ก็จะสั้นลงอีก => ขนาดเล็กลง => ฟีลดลง

HW โดยทั่วไปจะให้เราใช้กระเป๋าแบบ Native Segwit เพราะฉะนั้นสามารถใช้เลขกลม ๆ 200 vB คูณด้วยจำนวน sat/vB ที่เราเลือกโอนได้เลยครับ

เช่น เลือกขนาด 20 sat/vB ก็จะต้องจ่ายค่าฟีโดยประมาณ = 200 x 20 = 4,000 satoshi

จากนั้นก็คำนวน satoshi เป็น "บาท" ตรง ๆ ก็จะได้ประมาณ 1,428,791.40 x 0.00004000 = 57.15 บาท

ทีแรกก็ไม่รู้จะเรียกอาการนี้ว่าอะไรครับ

แต่อยู่ ๆ ไปมีคำว่า “สมองหวาน” เพิ่มมาในคลังคำศัพท์ …

มันน่าจะหมายถึงอาการที่ผมกำลังเป็นอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นครับ 555 🤣

คำพูดจารย์ตั๊มลอยมาเลยฮะ

“ดูว่าเค้าทำอะไร .. อย่าฟังว่าเค้าพูดอะไร”

ทำไมผมเห็นพี่ต้นฮ้อเชียร์แต่ … แถมมีซื้อ..ให้แม่เก็บด้วย 55555

Bitcoin maxi จริงหรอ 🤔

สวัสดีครับ .. เฮียล็อกเอ้าท์ Anon fish แล้วหรอฮะ