Avatar
chontit
1abc40c59b1d2283144afac4659c3dbbfc1a1b265ab9ece728a0a14c6cd60e41
Road to freedom :)

ขอบคุณคร้าบ ,, หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ 🧡

ใช่ ๆ พอได้ครับ

แต่เราไม่ได้ต้องการเป็นแบบนี้ 55555

คุณไม่ไปเล่นกับผมในอีกโลกนึง ,, โลกนั้นสนุกนะ 555555

Replying to Avatar chontit

GA @siamstr 🧡

ช่วงนี้ห่างหายจากบ้านหลังนี้ไปนานเลยครับ .. พอดีไปเล่นทางนู้นแล้วกำลังสนุก 5555 😂🥰

และช่วงนี้ค่าฟีถูก ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง .. ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะได้ทำ Consolidate UTXO บ้าง 😎

แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า.. หลังจากที่ผมเข้าใจการทำงานของ UTXO และตระหนักถึงปัญหาเรื่องค่าฟีที่จะเกิดขึ้น จึงระมัดระวังเรื่องการเก็บเป็น UTXO จำนวนน้อย ๆ มานานแล้ว .. ทำให้เหลือจำนวน UTXO ที่จำเป็นต้องรวมแค่ 3 อัน นั่นก็คือ

- กระเป๋า Legacy wallet มี 1 UTXO

- กระเป๋า Nested Segwit มี 1 UTXO

- กระเป๋า Taproot มี 1 UTXO

ผมจึงได้ใช้โอกาสนี้ในการทำเป็นตัวอย่างการคำนวนขนาดธุรกรรมและค่าธรรมเนียม (Fee) ชะเลย 👍

วิธีการ Consolidate UTXO ทั้ง 3 อันนี้ ไม่สามารถรวมกันได้โดยตรงเนื่องจากมาจากคนละกระเป๋า จึงต้องใช้กระเป๋ากลางอย่างเช่น Nicehash ในการรวม (ทำให้รู้กระบวนการบริหารจัดการบิตคอยน์ของ Exchange เพิ่มด้วย คุ้มจริง ๆ) 😂😂😂

เริ่มต้นจากกระเป๋าแบบ Legacy หรือมี Address ที่ขึ้นต้นด้วย 1....

- มีขนาดธุรกรรม 188 byte และใช้คำนวนค่าธรรมเนียม 188.00 vBytes (เนื่องจากไม่ได้แยกการเก็บส่วนของ Signature เหมือนกระเป๋าแบบ Segwit)

- ที่ค่าฟี 9.00 sats/vB จึงจ่ายค่า Fee รวมทั้งหมด 1,692 sats

ต่อมากระเป๋าแบบ Nested Segwit หรือมี Address ขึ้นต้นด้วย 3...

- มีขนาดธุรกรรม 214 byte และใช้คำนวนค่าธรรมเนียมเพียง 132.25 vBytes (ขนาดธุรกรรมลดลงไปประมาณ 38.20 %)

- ที่ค่าฟี 9.00 sats/vB จึงจ่ายค่า Fee รวมทั้งหมด 1,190 sats

สุดท้ายกระเป๋าแบบ Taproot หรือมี Address ขึ้นต้นด้วย bc1p....

- มีขนาดธุรกรรม 150 byte และใช้คำนวนค่าธรรมเนียมเพียง 99.00 vBytes (ขนาดธุรกรรมลดลงไปประมาณ 34.00 %)

- ที่ค่าฟี 9.00 sats/vB จึงจ่ายค่า Fee รวมทั้งหมด 891 sats

กล่าวโดยสรุปก็คือ กระเป๋าแบบ Native Segwit มีความน่าใช้งานมากที่สุด ด้วยขนาดของธุรกรรมที่ต่ำที่สุด และแบ่งส่วนที่เป็น Signature ออกจากตัวธุรกรรมหลัก จึงจะเสียค่าฟีน้อยที่สุด 👏👍

แต่ ๆ ๆ ๆ ... กระเป๋าแบบ Taproot ก็น่าสนใจตรงที่โครงสร้างมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น และขนาดของธุรกรรมก็ไม่ได้ใหญ่โตกว่า Native Segwit (เผลอ ๆ อาจจะเล็กกว่าด้วยซ้ำ) แต่ระบบยังใหม่ อาจจะยังไม่เหมาะสมในการใช้เก็บบิตคอยน์ช่วงนี้ หรือต้องรอให้พ้นช่วงทดลองงานไปก่อน 555 🫣

================

และอีก 1 ประเด็นที่ได้จากกิจกรรมนี้ของผมก็คือ ได้เห็นการบริหารจัดการกระเป๋าของ Exchange คร่าว ๆ 🧐

ผมได้ทำธุกรรมทั้งหมดนี้ และได้รับ Confirmation ใน Block 836133 เวลาประมาณ ‎2024-03-25 00:20 พร้อมกันทั้ง 3 Transaction เลย ... โดยใช้วิธีการโอนเข้าไปใน Wallet ของ Account ใน Nicehash (เป็นกระเป๋าแบบ Native segwit)

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 2024-03-25 04:07 (หรือถ้าเป็น UTC ก็จะเป็น 2024-03-24 21:07) ก็พบว่าทาง Exchange ได้ทำการ Consolidate UTXO เข้าไปยัง Address bc1qp3f7vnmuj4pjxpfvkvf7yznac9h9r5arlv4fpv โดยมีขนาด UXTO ละ ‎0.9 BTC เท่ากันหมดเลย 🧐

ซึ่งแน่นอนว่าเค้าต้องจ่ายค่าฟี!! และจ่ายหนักด้วย 5555

- Fee 188,430 sat ($124.66) ที่ Fee rate 13.3 sat/vB 😲

นี่สินะ ... ที่ Exchange ต้องเก็บค่าฟีเป็น Fixed Cost ก็เพราะว่าต้องทำอะไรพวกนี้ 🤔

================

อ้อ ... ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดความสงสัยว่าทำไมผมไม่โอนเข้าไปใน Wallet ของตัวเอง ,, ก็เพราะว่า การโอน UTXO ที่มันเล็ก ๆ อยู่แล้ว ไปยัง Cold Wallet ของเรามันไม่เกิดประโยชน์ แถมยังเสียค่าฟีไปเฉยๆ อีก 5555

เช่น โอน 1 UTXO ที่มีจำนวน 10,000 sats ไปยัง Address A และหวังว่าจะรวมกันกับ UXTO ที่มีจำนวนน้อย ๆ ในกระเป๋าเดียวกันกับ Address A อีกครั้ง

เราก็ต้องจ่ายค่าฟีเพิ่มประมาณ 500-1,000 satoshi อยู่ดี (เพิ่มจำนวน UTXO ฝั่ง input = การเพิ่มขนาดของธุรกรรม = เพิ่มค่าฟี)

แต่ผมโอนไป Exchange เพราะหวังว่าเมื่อ stack sat ได้ครบตามจำนวนแล้ว ... ผมก็จะโอนมาเก็บอยู่ดี เพราะฉะนั้นขอเอาไปแปะไว้ก่อน 🫣🫠

================

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ จบแล้วครับ :)

🙏🙏🙏

โอ้ยยย ,, เปิดดูใน Damus มันคือเว้นบรรทัดมั่วแท้ 🫠

ไม่ได้เข้าบ้านนี้นาน … แท็กผิด!!! 😭😭😭

#siamstr #siamstrog nostr:note1lzrxjtrugql3k6j7hxyzzxcz0wk00tmxegavgze0nyage76fwneqfnymgh

GA @siamstr 🧡

ช่วงนี้ห่างหายจากบ้านหลังนี้ไปนานเลยครับ .. พอดีไปเล่นทางนู้นแล้วกำลังสนุก 5555 😂🥰

และช่วงนี้ค่าฟีถูก ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง .. ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะได้ทำ Consolidate UTXO บ้าง 😎

แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า.. หลังจากที่ผมเข้าใจการทำงานของ UTXO และตระหนักถึงปัญหาเรื่องค่าฟีที่จะเกิดขึ้น จึงระมัดระวังเรื่องการเก็บเป็น UTXO จำนวนน้อย ๆ มานานแล้ว .. ทำให้เหลือจำนวน UTXO ที่จำเป็นต้องรวมแค่ 3 อัน นั่นก็คือ

- กระเป๋า Legacy wallet มี 1 UTXO

- กระเป๋า Nested Segwit มี 1 UTXO

- กระเป๋า Taproot มี 1 UTXO

ผมจึงได้ใช้โอกาสนี้ในการทำเป็นตัวอย่างการคำนวนขนาดธุรกรรมและค่าธรรมเนียม (Fee) ชะเลย 👍

วิธีการ Consolidate UTXO ทั้ง 3 อันนี้ ไม่สามารถรวมกันได้โดยตรงเนื่องจากมาจากคนละกระเป๋า จึงต้องใช้กระเป๋ากลางอย่างเช่น Nicehash ในการรวม (ทำให้รู้กระบวนการบริหารจัดการบิตคอยน์ของ Exchange เพิ่มด้วย คุ้มจริง ๆ) 😂😂😂

เริ่มต้นจากกระเป๋าแบบ Legacy หรือมี Address ที่ขึ้นต้นด้วย 1....

- มีขนาดธุรกรรม 188 byte และใช้คำนวนค่าธรรมเนียม 188.00 vBytes (เนื่องจากไม่ได้แยกการเก็บส่วนของ Signature เหมือนกระเป๋าแบบ Segwit)

- ที่ค่าฟี 9.00 sats/vB จึงจ่ายค่า Fee รวมทั้งหมด 1,692 sats

ต่อมากระเป๋าแบบ Nested Segwit หรือมี Address ขึ้นต้นด้วย 3...

- มีขนาดธุรกรรม 214 byte และใช้คำนวนค่าธรรมเนียมเพียง 132.25 vBytes (ขนาดธุรกรรมลดลงไปประมาณ 38.20 %)

- ที่ค่าฟี 9.00 sats/vB จึงจ่ายค่า Fee รวมทั้งหมด 1,190 sats

สุดท้ายกระเป๋าแบบ Taproot หรือมี Address ขึ้นต้นด้วย bc1p....

- มีขนาดธุรกรรม 150 byte และใช้คำนวนค่าธรรมเนียมเพียง 99.00 vBytes (ขนาดธุรกรรมลดลงไปประมาณ 34.00 %)

- ที่ค่าฟี 9.00 sats/vB จึงจ่ายค่า Fee รวมทั้งหมด 891 sats

กล่าวโดยสรุปก็คือ กระเป๋าแบบ Native Segwit มีความน่าใช้งานมากที่สุด ด้วยขนาดของธุรกรรมที่ต่ำที่สุด และแบ่งส่วนที่เป็น Signature ออกจากตัวธุรกรรมหลัก จึงจะเสียค่าฟีน้อยที่สุด 👏👍

แต่ ๆ ๆ ๆ ... กระเป๋าแบบ Taproot ก็น่าสนใจตรงที่โครงสร้างมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น และขนาดของธุรกรรมก็ไม่ได้ใหญ่โตกว่า Native Segwit (เผลอ ๆ อาจจะเล็กกว่าด้วยซ้ำ) แต่ระบบยังใหม่ อาจจะยังไม่เหมาะสมในการใช้เก็บบิตคอยน์ช่วงนี้ หรือต้องรอให้พ้นช่วงทดลองงานไปก่อน 555 🫣

================

และอีก 1 ประเด็นที่ได้จากกิจกรรมนี้ของผมก็คือ ได้เห็นการบริหารจัดการกระเป๋าของ Exchange คร่าว ๆ 🧐

ผมได้ทำธุกรรมทั้งหมดนี้ และได้รับ Confirmation ใน Block 836133 เวลาประมาณ ‎2024-03-25 00:20 พร้อมกันทั้ง 3 Transaction เลย ... โดยใช้วิธีการโอนเข้าไปใน Wallet ของ Account ใน Nicehash (เป็นกระเป๋าแบบ Native segwit)

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 2024-03-25 04:07 (หรือถ้าเป็น UTC ก็จะเป็น 2024-03-24 21:07) ก็พบว่าทาง Exchange ได้ทำการ Consolidate UTXO เข้าไปยัง Address bc1qp3f7vnmuj4pjxpfvkvf7yznac9h9r5arlv4fpv โดยมีขนาด UXTO ละ ‎0.9 BTC เท่ากันหมดเลย 🧐

ซึ่งแน่นอนว่าเค้าต้องจ่ายค่าฟี!! และจ่ายหนักด้วย 5555

- Fee 188,430 sat ($124.66) ที่ Fee rate 13.3 sat/vB 😲

นี่สินะ ... ที่ Exchange ต้องเก็บค่าฟีเป็น Fixed Cost ก็เพราะว่าต้องทำอะไรพวกนี้ 🤔

================

อ้อ ... ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดความสงสัยว่าทำไมผมไม่โอนเข้าไปใน Wallet ของตัวเอง ,, ก็เพราะว่า การโอน UTXO ที่มันเล็ก ๆ อยู่แล้ว ไปยัง Cold Wallet ของเรามันไม่เกิดประโยชน์ แถมยังเสียค่าฟีไปเฉยๆ อีก 5555

เช่น โอน 1 UTXO ที่มีจำนวน 10,000 sats ไปยัง Address A และหวังว่าจะรวมกันกับ UXTO ที่มีจำนวนน้อย ๆ ในกระเป๋าเดียวกันกับ Address A อีกครั้ง

เราก็ต้องจ่ายค่าฟีเพิ่มประมาณ 500-1,000 satoshi อยู่ดี (เพิ่มจำนวน UTXO ฝั่ง input = การเพิ่มขนาดของธุรกรรม = เพิ่มค่าฟี)

แต่ผมโอนไป Exchange เพราะหวังว่าเมื่อ stack sat ได้ครบตามจำนวนแล้ว ... ผมก็จะโอนมาเก็บอยู่ดี เพราะฉะนั้นขอเอาไปแปะไว้ก่อน 🫣🫠

================

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ จบแล้วครับ :)

🙏🙏🙏

เสียดายตอนนั้นมากเลยครับ ,, เป็นช่วงไม่มี Liquidity พอดี ,, เก็บได้นิดเดียวเองครับ 😭😭😭

Replying to Avatar Suaheew

วันนี้ ได้มีเวลาว่าง ช่วงเย็น มานั่งทบทวนที่น้องเอ็ม nostr:npub1r27yp3vmr53gx9z2ltzxt8pah07p5xext2u7eeeg5zs5cmxkpeqst2hxu8 สอน เรื่องการสร้างกระเป๋าใช้เอง ผ่าน sparrow wallet โดยวิธีการ

1. ทำ USB ที่รัน Tails OS ขึ้นมา แล้วไปสร้าง กระเป๋าใหม่ ด้วยโปรแกรม sparrow แบบ offline โดยเครื่องที่เรา boots usb Tail OS นั้นไม่ได้มีการต่อเน็ต ใดๆทั้งสิ้น เป็นเครื่องคอมเป่า ที่แค่ boots usb ขึ้นมา

2. สร้างเลขกระเป๋า เสร็จแล้วทำการ Export wallate ออกมา เป็น file Specter เพื่อลองมา import เข้ากับ Specter Desktop ที่เราได้ติดตั้งไว้ที่ Umbrel ที่เรารัน Bitcoin Node อยู่

3. Specter Desktop ที่เราติดตั้งอยู่ใน Umbel นั้น Connection อยู่กับ Bitcoin Node ส่วนตัวที่เรารันอยู่

** ตอนนี้ เข้าใจประมาณนี้ แต่ยังไม่ค่อย เข้าใจ ว่ามันปลอดภัยมากแค่ไหนกับ กระเป๋าที่เรา ลิ้ง อยู่กับ Specter Desktop ที่อยู่บน Umbrel ซึ่งต่อเน็ตอยู่ตลอดเวลา อยากได้คำแนะนำ ครับ (ตอนนี้เข้าใจประมาณนี้ ) ขอบคุณน้องเอ็ม nostr:npub1r27yp3vmr53gx9z2ltzxt8pah07p5xext2u7eeeg5zs5cmxkpeqst2hxu8 มาก มาแนะนำหลายอย่างเลย ศึกษาไปเรื่อยๆ ก็สนุกดีครับ แต่ยังไม่กล้าโอนเงินเข้ากระเป๋า โอน ออกจากกระเป๋า ที่อยู่ใน Specter Desktop ( ค่าโอนแพง ฮ่าๆๆ ) สำหรับ เพื่อนๆ พี่ๆ แนะนำ ผมได้นะครับ เสริมผมได้นะครับ ว่า ต้องศึกษาอะไรเพิ่ม หรือต้องระวังอะไรเพิ่มบ้างครับ

#siamstr #nostr

ดูแล้วรู้สึกว่าพี่ Export ตัว Wallet ที่มี Masterkey ออกมาเลยครับ 5555 🫣

เราต้องทำ Sparrow ให้เป็น Watch only wallet ก่อนครับ ,, ด้วยการนำ xpub ที่ได้มาสร้างกระเป๋า Watch only ก่อน … แล้วค่อย Export ออกมาใส่ใน Specter หรือ Bluewallet

ถ้า Export ตรงจาก Sparrow ที่เราทำกระเป๋าใหม่ขึ้นมา (Software wallet) แล้วนำไปใช้กับ Specter เลย

… มันคือการ Export Master Key ออกมาด้วย แล้วคีย์ก็ออนไลน์อยู่บน Umbrel…

Very Very Veryyyyy Dangerous ‼️

ครับ 😖

ผมก็เคยค้างเหมือนกันครับ ยิ่งช่วยราคาผันผวนแบบนี้ เดาว่า bk อาจจะจัดการ Liquidity ไม่ทัน 55555

Replying to Avatar Win Vee

#bitcointalk Ep. 179

นั่งดูไปสองสามรอบ ขนมปังเยอะมาก 555+ ปลาตัวไหนหิวบ้างเอ่ย? "โม้ะๆๆๆๆ" คาถาเรียกปลา ใครทันบ้างนะ 555+

ยิ่งทำงานยิ่งหาเงิน กลับยิ่งจนลง ไม่เคยพอใช้? ไม่รู้สึกถึงความมั่นคงในชีวิต ไม่สามารถมองการณ์ไกลได้ มองไม่เห็นอนาคต ชีวิตเอารอดอยู่แค่ไม่กี่วัน ชีวิตต้องแสวงหาแต่ผลกำไร ชีวิตมันเหนื่อย สิ้นความหวัง...

#siamstr

ตั้งแต่นาทีที่ 37:00

เงินฝืดมันดีกว่าเงินเฟ้อจริงๆเหรอ? ตลาดจะตาย เศรษฐกิจจะพังหรือเปล่า การมีเงินเฟ้ออ่อนๆ 2% นิดๆมันถูกต้องแล้วหรือเปล่า?

- ความหมายที่แท้จริงของคำว่า Inflation และ Deflation

- สิ่งที่รัฐบาลทำ เมื่อเกิดสภาวะ เงินฝืดและเงินเฟ้อ

- แพะรับบาปที่รัฐบาล บอกว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา เศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่การพิมพ์เงินไม่จำกัด

- เกิดอะไรขึ้นเมื่อมีคนๆหนึ่งมีอำนาจผูกขาด ในการผลิตเงินโดยแทบไม่มีต้นทุน ไม่ต้องทำงาน ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร

- Fiat ที่มากขึ้น ถูกส่งต่ออย่างช้าๆ แต่ค่าครองชีพโดยรวมพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้คนที่ได้ fiat ท้ายสุด ขาดสภาพคล่อง ต้องขายทรัพย์สิน เกิดความไม่มั่นคงของชีวิต

- เมื่อคนหมดแล้วซึ่งทรัพย์สิน ขาดสภาพคล่อง จะเริ่มขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วย ต้องการสวัสดิการ ต้องการเงินอย่างเร่งด่วน เป็นการสนับสนุนให้รัฐมีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นเหยื่อเกมการเมือง ความมั่งคั่งของประเทศชาติที่อยู่ในมือของประชาชน จะค่อยๆถูกขายเปลี่ยนมือ ไปอยู่ในมือของนายทุน

- Cantillonaires คนที่ได้ประโยชน์จากระบบการพิมพ์เงิน กระบวนการที่จะหลอกคน เพื่อที่จะผ่องถ่ายความมั่งคั่งของคนอื่นไปสู่คนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น หน้าที่ของเขาคือทำตัวเป็นคนดีย์ ถูกมองว่ามีจิตใจเมตตากรุณา ทำบุญบังหน้า ทั้งๆที่เป็นแวมไพร์สูบเลือดคน

- Wealth redistribution system ใช้กลไกการพิมพ์เงิน เพื่อยกค่าครองชีพขึ้น ทำให้คนต้องขายความมั่งคั่งที่ปู่ย่าตายายเขาเคยทำไว้จนหมด รายได้ไม่มากขึ้น สุดท้ายก็ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยกูหน่อย กูจน ไม่ไหวแล้ว เครียด กินเหล้า พิมพ์เงินมาช่วยกูหน่อย!

- การแข่งขันกันตัดราคาสินค้า คือการเอาของที่มีค่ามาขายถูก บางทีขายถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพื่อที่จะเอาเงินที่เสื่อมค่าเร็วๆ มาแลกกับสภาพคล่อง เพราะฉะนั้น ในระดับโลกประเทศที่เป็นประเทศส่งออกทั้งหลาย ก็จะค่อยๆสูญเสีย Wealth แลกกับ Liquidity ... ทำให้รู้สึกร่ำรวยเพียงชั่วขณะ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะแพงขึ้น เพราะเข้าไปส่งผลต่อกลไกทางตลาด แต่ Wealth ก็จะค่อยถูกสูบไปเรื่อยๆ ไปอยู่กับประเทศที่เป็นประเทศมหาอำนาจในการพิมพ์เงินทั้งหลาย กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วทำหน้าที่เป็นองค์กรณ์ที่จะสูบเอาทรัพยากรจากประเทศที่ 'พัฒนาไม่ทัน'

- ประเทศที่'กำลังพัฒนา' จะต้องถูกทำให้พัฒนาไม่ได้ นอกจากถูกสูบทรัพยากรแล้วจะต้องถูกกดให้ไม่พัฒนาด้วย การบังคับให้ประเทศใช้พลังงานต้นทุนสูงที่สุดและเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ประเทศเหล่านี้ต้องเลียแข้งเลียขาประเทศมีอำนาจและขายวิญญาณของประเทศ เมื่อราคาสินค้าในประเทศขยับสูงขึ้น รัฐบาลจะเข้ามาใช้กฎหมายในการตั้งกำแพงภาษีเพื่อกีดกันการนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีความจำเป็น ซึ่งนั่นเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตอีกทาง

- ความมั่งคั่งร่ำรวยของประเทศส่งออกต่างๆ(Net Exporter) ค่อยๆถูกสูบไปอยู่ประเทศนำเข้า(Net Importer) ประเทศที่ผลิตมากกว่าที่กินกลายเป็นประเทศที่ยากจน กลับกันประเทศที่กินมากกว่าผลิต ค้นพบวิธีที่จะรวยมากขึ้นเรื่อยได้ด้วยการ 'Export เงินเฟ้อ' ไปยังประเทศอาณานิคมทั้งหลาย แล้วประเทศอาณานิคมทั้งหลายก็ส่งออกสินค้าที่มีค่าแลกกับเงินเฟ้อกลับเข้าไป สูบเอา Wealth ของทั้งโลกแล้วไปผลาญทิ้ง

นาทีที่ 1:23:00

- Deflationary Money (เงินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป) จะเป็นกลไกสำคัญ ในการปรับระบบการผ่องถ่าย Wealth จะทำให้คุณมีเงินเก็บออมมากขึ้น? ผลิตสินค้าได้ดีขึ้น? มีชีวิตที่ดีขึ้น? อย่างไร ...ไปดูเอาเอง 😄

https://www.youtube.com/live/pU1HSLhwhig?si=S2q4DwGsfjW2tv1W

มีหนมปังรสอะไรบ้างอ่ะ ปกติเราชอบรสเนยสด