พี่รู้หมดเลยว่าผมอ่านไม่หมด 55555
โจรกระจอกแท้ ๆ 🤦♂️
LATESpay หรือบริการรับแลก bitcoin/lightning เป็นไทยบาทของฬาเทศกลับมาแล้วนะครับ กลับมาแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม
แค่ไปที่ลิงค์นี้หรือยิง QR code ข้างล่าง (ถ้าใครเคยใช้ก็คือลิงค์เดิมครับ)
ผมคงต้องอธิบายซ้ำเป็นรอบที่ไม่รู้เท่าไหร่แต่ก็จำเป็น ดังนั้นใครเบื่อฟังคำอธิบายก็ข้ามไปครับ
1. เราไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อหรือขาย bitcoin เราจึงใช้คำๆนั้นไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเรากลัวมันผิดกฎหมายเพราะเราไม่เชื่อว่ามันผิด แต่ขี้เกียจจุกจิกปวดกบาล เลยช่างแ***มัน
2. ทำไมมันถึงใช้ยาก? เพราะมันคือ NIP-15 Diagon Alley Market ครับ ขนาดใช้ยังงง ถ้าต้องให้ผมอธิบายให้คุณว่ามันคืออะไร ทำยังไง ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก ดังนั้นขออธิบายคร่าวๆว่า...
ทำไมต้องทำให้มันวุ่นวายขนาดนี้ด้วย? มึงตั้ง server รับซื้อ bitcoin ง่ายๆไม่ได้เหรอ?
ไม่ได้ครับ เพราะเหตุผลหลายประการ แต่เอาเหตุผลเดียวที่ผมบอกคุณได้ก็คือ ตลาดอันนี้ ไม่มีใครในโลกแบนมันได้ ..จบมั้ย
ทำไมแบนไม่ได้? เพราะมันคือ other stuffs มันประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ส่วนแยกกระจายจากกัน วิ่งอยู่บน Nostr protocol เอาง่ายๆอย่างนี้ 3-4 เดือนที่ผ่านมาผมหยุดรับ bitcoin แต่จริงๆหน้าร้านไม่เคยไปไหน พอวันนี้ได้เงินมาก้อนนึง ผมก็แค่เอาหน้าร้าน สินค้า ตลาดมาประกอบร่างรวมกันใหม่ แก้โน้นนี่นิดหน่อยแล้วก็ republish มันก็โผล่กลับมาแล้ว ดังนั้นจึงใช้เหมือนเดิมทุกประการ ใครไม่เคยใช้ ย้อนกลับไปอ่านได้
https://www.facebook.com/groups/siamesebitcoiners/permalink/1077945273278081/?mibextid=Nif5oz
3. ยิ่งใหญ่กว่าเดิมยังไง รอบนี้ผมไม่ขายแบงค์ร้อยแล้วครับ ...จุกจิก ผมขายแบงค์พัน มีโควต้า 250 ใบ หมดแล้วหมดเลยต้องรอเงินเดือนออกรอบหน้า ..555 (ส่วนคนที่ด่าผมว่าเป็นหมอภาษาห่าอะไรเงินน้อยจัง ตอบก็ได้ว่ากูพาลูกเมียไปเที่ยวยุโรปมาหมดไปไม่รู้กี่แสน แหกหอยดูซะบ้าง ด่าไม่รู้เรื่องจะด่า ไอ้พวกห่าเอ้ย ไว้สร้างบ้านเสร็จเมื่อไหร่จะขนมาซื้อจนพวกมึงไม่มีจะขายน่ะ คอยดู...หนอย)
สำหรับใคร ที่เข้าไปในร้านแล้วยังเจอแบงค์ 100 อยู่ อันนั้นเป็นหน้าเก่า browser คุณไม่ได้ hard refresh วิธีแก้คือ hard refresh ก็ได้หรือสั่งลบร้านทิ้งเลยก็ได้ แล้วพอคลิกลิงค์ใหม่มันก็จะถามให้ add ร้านใหม่ค่อยแอด ก็จะเห็นเป็นแบงค์พันแล้ว
อย่างงนะครับ คุณไม่ต้องแอ๊ด key ของคุณใหม่ คุณแค่ลบร้านทิ้งแล้วแอ๊ดร้านใหม่ งงหรือเปล่าวะเนี่ย
ให้คิดง่ายๆว่า Nostr market มันคือ transformers ร้านกับสินค้าที่คุณเห็นนั้นคือภาพลวงตา ความจริงมันประกอบด้วย ตลาด คนขาย หน้าร้าน สินค้า ถูกดึงมารวมกันโดยใช้คีย์ของคุณจำองค์ประกอบเหล่านี้ไว้
ไอ้แก่คนไหนบอกบิทคอยไม่ decentralized จริง มึงมาดู Nostr market ซะก่อน
กระจายศูนย์ระดับโคตรมหากระจายยิ่งกว่าวงแหวนดาวเสาร์ ฝาหอย เนื้อหอย ขี้หอย อยู่กันคนละทวีปเลยครับ มึงจะแบนกูยังไง แน่จริงมึงมา
4. หลักการใช้ก็เช่นเดิม อยากจะขายเท่าไหร่คำนวณก่อนดีๆ เผื่อ lightning ไม่พอไว้ด้วย แล้วก็คลิกจำนวนแบงค์พันเป็นทวีคูณ ตัวอย่างอยากจะขายซัก 3,000 บาทก็คลิก x3 ระหว่างทางอย่าลืมใส่เบอร์บัญชีกับธนาคาร อันนี้สำคัญที่สุด ชอบลืมกันจัง แล้วก็อดทนหน่อย ถ้า QR code ให้ยิง lightning มันไม่ขึ้นก็ลองใหม่ ทำใจนิดนึงครับเพราะมันอยู่บน Nostr เสร็จแล้วก็รอ บางทีผมนอน พอมาเห็นปุ๊บก็โอนปั๊บไม่ต้องห่วง เชิญขายตามสบายเลยครับเราไม่มีชาร์จ รอบที่แล้วแบงค์ร้อย 1,000 ใบอยู่ได้อาทิตย์เดียว รอบนี้แบงค์พัน 250 ใบหวังว่ามันจะอยู่ได้สักเดือนนึงนะ
สรุปบริการของฬาเทศตอนนี้กลับมาเกือบครบวงจรแล้วครับ ขาดแต่บริการรับวาง bitcoin เป็น collateral เพื่อกู้เงินเพราะเราไม่อยากทำ manual แบบเดิมแล้ว กำลังคิดหาวิธีใช้ multisig อยู่
ปัจจุบันมีบริการดังนี้ 1. เปิดบัญชีทำ lightning wallet แบบ PoS&ATM ทำได้เลย ไม่ต้องขออนุญาต 2. เอาบาทมาแลก bitcoin มี 3 วิธี ปกติก็ otc มาทาง inbox ถ้าอยาก non-kyc ต้องเจอตัว ไม่ก็ใช้ ATM 3. เอา bitcoin มาแลกบาทเราก็ทาง Nostr market 4. แทงหวย bitcoin ก็ LATESbet 5. ส่วนของเล่นอีกบานเบอะก็รอในงาน BTC ถ้าผมไม่ทำมันพังไปซะก่อน ...555 ขอบคุณล่วงหน้าที่ใช้บริการครับ
#siamstr #LATES #sellyourlightning #NostrMarket


พี่เดชามีบริการ Lending หรือยังครับ ,, ถ้ามีอันนั้นผมสนใจ 😉
ไม่อยากขายบิตคอยน์ครับ อยากแค่ฝากแล้วจ่ายดอกเบี้ย 55555
ค่า trading fee โหดจริงครับ 🤦♂️
ใช้งานเป็น Wallet ได้เลยครับ มีเมนู Convert ให้ครับ (หรือจะซื้อขายแบบ Market ก็ได้ มีกระดาน NiceX ครับ)
แต่สภาพคล่องจะน้อยไปหน่อย ถ้า stack sat ครั้งละหลาย ๆ หมื่นบาทแบบพี่ตี๋ไป Binance ก็โอเคกว่าครับ 🙏🙏🙏
เอ้อออ … ผมสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ ,, ลองโอน LN จาก okx แล้วหายไป 1,000 sat
ปกติใช้ nicehash มันไม่เสียอ่าคับ 🤦♂️
พี่จิงโจ้ไม่ต้องดื่มเยอะนะครับรอบนี้ .. เดี๋ยวจำผมไม่ได้อีก T___T
สุดยอดเลยครับ 👍👍👍
ต่อไปคงต้องลองติดตั้งแบบ bare-metal ตามแนวทางของพี่เดชา เพื่อความเสถียรของระบบครับ
ทุกบทเรียนมีราคาที่ต้องจ่ายครับ 😊
สุดจริงครับเมนูคอเป็ดย่าง 👍👍👍
เปิดโลกใหม่ผมเลยครับ ได้กินเป็ด mk ราคาประหยัด (มาก)
สวัสดีครับ
ขอพื้นที่ สำหรับการชี้แจงดังนี้ครับผม อาจจะยาวหน่อยนะครับ แต่เพื่อรายละเอียดที่ครบถ้วนครับ
จากที่ได้อ่าน comment นี้ ทำให้เห็นจุดที่ point ถึงปัญหาว่า "แฟลชไดวฟ์ที่ถูกมาทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรนำไป Format แล้วใช้งานต่อในชีวิตประจำวัน " ทำให้ผมไล่คิดต่อว่า ถูกต้อง นี่คือประเด็นที่น่าจะเป็นปัญหาได้จริง ดังนั้น เบื้องต้น ผมเอาบทความนี้ลงก่อนโดยทันที เพราะนี่มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่มีความเสี่ยงจริง เพื่อไม่ให้เนื้อหากระจายออกไปมากกว่าปัจจุบัน
ขยายความเพิ่มเติม เผื่อใครที่ไม่เข้าใจ... ในประเด็นข้างบน
จริงอยู่ที่ทุกครั้งที่ reboot OS แล้ว จะเหมือนได้ OS ใหม่ทั้งหมด แต่ว่าเราไม่มีทางรู้ได้ว่า พื้นที่ที่ electrum ได้เขียน wallet ไฟล์ลงไปนั้นคือตรงไหน และถ้า Tails OS ไม่มี mechanism ในการลบข้อมูลทั้งหมดตรงนั้น ด้วยการ write ข้อมูลทับก่อนปิดระบบไป แปลว่ามีสิทธ์ที่จะถูกนำไป scan disk เพื่อ recover wallet กลับมาได้จริงๆ อันนี้คือข้อบกพร่องในจุดนี้ ในประเด็นที่กล่าวถึง (อันนี้ขอรับเป็นการบ้านในการตรวจสอบให้แน่ชัดในลำดับถัดไป)
ส่วนเรื่องของ BIP 39 กับ Electrum standard ส่วนตัวผมมองเป็นกลางอยู่ ไม่โอนเอียงทาง BIP 39 แต่ว่าที่อธิบายมานั้นเป็นความจริง ก็คือ BIP 39 Compatible กับ wallet แทบจะทุกอันที่มีในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ซึ่งแตกต่างจาก Electrum standard ที่ต้องใช้แต่กลับ electrum เท่านั้น ในประเด็นนี้ไม่มีความสงสัยครับ แต่ว่าที่ในบทความยังเลือกที่จะใช้ Electrum standard เพราะ Electrum เค้ามีเหตุผล ดังที่อธิบายในนี้ครับ https://electrum.readthedocs.io/en/latest/seedphrase.html ในส่วน "In order to eliminate the dependency on a fixed wordlist, the master private key and the version number are both obtained by hashes of the UTF8 normalized seed phrase." ผมก็อาจจะคิดว่าเค้าน่าจะรักษามาตรฐานไปได้ (มี Bias ตามเหตุผลที่เค้าอธิบาย) และถ้าเราไม่ได้จะใช้งาน wallet อื่นแทน electrum ก็คิดว่าเราควรจะยึดตาม electrum standard เพื่อให้มั่นใจว่าจะ compatible กันไปได้ในอนาคตอีกด้วย อันนี้คือมุมมองของผมในเรื่องนี้ครับ ในเนื้อหาจึงเลือก Electrum standard
และอีกสิ่งนึง ที่ไม่ได้ comment ถึงที่นี่ แต่มีการ comment ใน facebook และตรงกับที่ผมยังแอบติดใจอยู่ ตั้งแต่ตอนที่เขียนบทความ นั่นก็คือกระบวนการ Generate seed words ของ Electrum ใน Tails OS ว่า "เราก็กำลังเชื่อใจใน Electrum UI อยู่เหมือนกันนะ"
โดยตอนที่เขียนบทความ ผมยังคิดอยู่ว่าเราจะเลือก BIP39 และใช้ 24 คำดีมั้ยนะ แต่อีกสิ่งนึงที่ผมตัดสินใจไม่เลือก BIP 39 มาใช้ในบทความเนื่องจาก ผมคิดว่าการที่เราเอา BIP39 มาใช้ จะเป็นการเพิ่มความยุ่งยากในการทำความเข้าใจมากขึ้นอีกมากพอสมควร เพราะเนื้อหาโดยรวมนั้น จริงๆแล้ว ถือว่าเป็นเนื้อหาที่เข้าใจได้ยากโดยทั้งหมดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์
อย่างไรก็ดี ในประเด็นนี้ ผมถือว่าเป็นการบ้าน ที่ผมต้องเอาไปคิดต่อว่า จะหาจุดที่กลมกล่อม ระหว่างความปลอดภัย กับ ความไม่ยุ่งยากเกินไปในความเข้าใจ ในเรื่องนี้ ได้อย่างไร เพื่อให้คนอ่านไม่เกิดความสับสน จนเลิกอ่านไปก่อน
และเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่ผม serious ที่สุด ก็คือส่วนที่ผมไม่ได้ ref ต้นฉบับมาจาก rightshift หรือ ไม่ได้ให้เครดิต rightshift ที่กำลังเป็นหัวข้อที่ทำให้ไม่สบายใจนั้น
ขออธิบายโดยสัจจริงว่า idea ของบทความนี้ จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากการดูใน youtube หลายๆ clip จากของต่างประเทศครับ ไม่ได้อ่านมาจาก rightshift เลย อันนี้ผมเสียใจมาก ที่่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันตรงนี้เกิดขึ้น และ ก็ต้องขออภัยเอาไว้ ณ ตรงนี้ด้วยครับ ที่ทำให้ไม่สบายใจในเรื่องนี้
โดยสัจจริงผมจำได้ว่า ในตอนที่ research ในตอนที่เขียน มีส่วนนึงที่ได้อ่านมาจาก https://rightshift.to/2023/chontit/8738/ แต่ว่าอ่านแบบ skim เลย เพราะเห็นว่าใช้การ encrypt drive ซึ่งแนวทางที่ผมเขียนนั้น ไม่ได้ใช้การ encrypt drive เพราะมองอีกมุมหนึ่งว่าหาก USB ถูกขโมยไป และ reverse engineer ออกมา (แม้ว่ามีการเข้ารหัสแล้วก็ตาม) ก็จะกลับเป็นความเสี่ยงแทน จึงไม่ได้อ่านละเอียดทั้งหมด และปิดเนื้อหานั้นไป จบแค่นี้เลย
คือได้รับรู้ว่า มี rightshift เขียนบทความแล้วนะ แต่ผมเลือกที่จะไม่อ่านโดยละเอียด เหตุผลหลัก ก็คือ ถ้าเราอ่านละเอียด เป็นไปได้สูงว่าตอนที่เราเขียนเนื้อหา จะมีกลิ่นอายของต้นฉบับติดมาด้วย อันนี้คือสิ่งที่ผมเป็นกังวลตามปกติทุกครั้งในการเขียนเนื้อหา
ผมเป็นคนนึงที่เป็น content writer มานาน (ไม่ได้ทำเป็นอาชีพนะ) พยายามให้ความรู้ที่ถูกต้อง พยายามวางตัวเป็นกลาง ดังนั้นผมค่อนข้าง serious มากในการที่จะไม่ลอกเนื้อหาของใครมาเขียน เพราะผมเองเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าคนที่เขียนเนื้อหาทุกคน ล้วนได้ทุ่มเท ความตั้งใจ เวลา(ซึ่งเป็นของหายาก ราคาแพง และมีจำกัด) เพื่อมาสร้างสรรค์บทความ ดังนั้นการ copy content มา ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างยิ่ง
แต่ผมก็ยอมรับ ว่าผมไม่ได้เก่งมากๆ จนกระทั่งนึก content ขึ้นมาแล้วก็เขียนได้ทุกครั้ง หลายครั้ง มี idea ตั้งต้นมาจากแหล่งอื่น แต่ว่าในเนื้อหา ผมจะเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ตามความเข้าใจ และ ตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่ง original content
แต่สำหรับเนื้อหานี้ ด้วยความสัจจริง ไม่ได้ copy หรือพยายามจะเลียนแบบเนื้อหาแต่อย่างใด ข้อพิสูจน์ที่ชัดแจ้ง ก็คือจุดที่ผมได้มองข้ามเรื่อง temporary wallet file ตามที่ได้ comment มานั่นเองครับ เพราะถ้าได้อ่านมาแล้ว ผมน่าจะมองเรื่องนี้ได้ชัดเจนอย่างที่ได้กำลัง comment ตอบอยู่ในตอนนี้ครับผม
ก็คงต้องขออภัยที่ทำให้ท่านผู้เขียน original content และ อีกหลายๆท่านที่ได้อ่าน original content ของทาง rightshift ไม่สบายใจ ไว้ ณ ตรงนี้ด้วยจริงๆครับ
ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียน ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ ว่าโลกนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ และหาคำตอบกันต่อไป และผมก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการเขียนบทความครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
การเรียนรู้นึงที่สำคัญของผม ก็มาจาก rightshift ด้วยเช่นกัน เมื่อสองเดือนก่อน ผมได้เริ่มอ่าน content rightshift มาเรื่อยๆ โดยมีความตั้งใจจะอ่านให้ครบทุกบทความเลย โดยเริ่มย้อนจากบทความที่เก่าที่สุด https://rightshift.to/2022/jakkrapan/707/ เมื่ออ่านจบ ก็กด next ไปเรื่อยๆ ไปยังบทความถัดไป โดยปัจจุบันถึงเพียง https://rightshift.to/2022/perthpawat/3809/ เท่านั้น ดังนั้น เนื้อหาที่คล้ายกับบทความที่ผมเขียน จึงยังไม่ได้อ่านครับ
ขอบคุณที่ได้ comment และ original content ด้วยนะครับ ยังไงผมต้องได้อ่านเต็มๆแน่นอน เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาที่ได้เสียสละเขียนมาอย่างตั้งใจ ระหว่างนี้ ก็ขอไปทำการบ้านเพิ่มเติมก่อนครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่สละเวลาเขียนอธิบายครับ
ผมเข้าใจถึงความปรารถนาดีที่เราอยากจะพัฒนาสังคมบิตคอยน์ในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นร่วมกันครับ
.
ผมไม่รู้หรอกว่าคุณอยากจะเขียนบทความต่าง ๆ จำนวนมากมายขึ้นมาแล้วเผยแพร่เองทำไมกัน ,, แต่ทำไมเราถึงไม่มาร่วมด้วยช่วยกัน ปิดช่องว่าง หรือเพิ่มเติมข้อมูลให้มันละเอียดครบถ้วนด้วยกันที่แหล่งความรู้เดียวครับ
พี่ ๆ ทีมงาน Rightshift นำทีมโดยอาจารย์ต๊ำ และพี่ตั้มก็มีความตั้งใจจะให้ http://rightshift.to เป็นแหล่งเผยแพร่บิตคอยน์ให้ครบถ้วนในที่เดียวอยู่แล้ว
.
ผมเสียดายความรู้ความสามารถของคุณบีมาก ๆ ถ้าจะมาเพิ่มแหล่งค้นหาข้อมูลบิตคอยน์ และอาจเป็นการเพิ่มข้อมูลที่ (อาจจะ) ไม่ถูกต้องทั้งหมดให้กับบรรดามือใหม่
แทนที่มือใหม่ที่จะเข้ามาในโลกบิตคอยน์จะเจอแหล่งความรู้เดียวที่ “ถูกคัดกรองจากผู้เชี่ยวชาญหรือช่วยกันตรวจสอบร่วมกัน” แล้วว่ามีความถูกต้องที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาเดินไปผิดทาง แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่คุณบีกำลังทำอยู่มันอาจจะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงก็ได้นะครับ (ความเห็นส่วนตัวของผม)
.
ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า .. เราควรเสนอทางเลือกที่ “ง่ายสำหรับมือใหม่” มากกว่าการเสนอทางเลือกที่ “ปลอดภัยสำหรับมือใหม่”
ผมเห็นว่าเราควรเสนอทางเลือกที่ทำให้เกิด “ความเหมะสมและปลอดภัยที่สุด” เท่าที่เป็นไปได้จะดีกว่าครับ
.
แล้วถ้ามือใหม่เค้าอ่านแล้วไม่สามารถทำตามได้ ,, ก็แค่กลับไปซื้อ Hardware wallet มาใช้งาน
แค่นั้นเอง
#siamstr
โอ้ … ผ่านไปนานขนาดนี้ถึงว่าทำไมมีคนเกาะกระแสมาขยันเขียนบทความนู้นนี่นั่น ,, แถมมีกั้กบอกไม่หมด ต้องล็อกอินเข้าไปอ่านชะด้วยนะครับ
อุ้ย … 🫣






